‘จีน’ยื่นมือช่วยเหลือ’ศรีลังกา’ ชาติเอเชียใต้รายที่ 2 ซึ่งร่วมใน’เส้นทางสายไหมใหม่’ ที่เพิ่งถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน (ขวา) ต้อนรับประธานาธิบดี ไมตรีปาละ สิริเสนา แห่งศรีลังกา ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอังคาร (14 พ.ค.) China extends helping hand to Sri Lanka By M.K. Bhadrakumar 16/05/2019 ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา แห่งศรีลังกา เลือกที่จะเดินทางเยือนจีน ขณะสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศของเขายังดูน่าห่วง ภายหลังกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ไม่ค่อยรู้จักกันมาก่อน ก่อเหตุโจมตีวันอีสเตอร์ซึ่งสังหารผู้คนไปกว่า 250 คน ทำให้ศรีลังกากลายเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียใต้ถัดจากปากีสถาน ซึ่งกำลังเข้าร่วมในโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน และประสบกับการโจมตีเช่นนี้  การเดินทางไปจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ของประธานาธิบดี ไมตรีปาละ สิริเสนา (Maithripala Sirisena) แห่งศรีลังกา คือการตอกย้ำให้เห็นว่า พัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศเกาะแห่งนี้ ไม่สามารถที่จะแยกขาดออกจากภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียใต้ได้ การออกเยือนต่างประเทศของสิริเสนาครั้งนี้บังเกิดขึ้นเพียงแค่ 3 สัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์โจมตีอย่างนองเลือดของผู้ก่อการร้ายในวันอีสเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน ซึ่งสังหารผลาญชีวิตผู้คนไปมากกว่า 250…

เมื่อบริษัทใช้ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ คัดคนเข้าทำงาน และแง่มุมด้านลดทอนความเป็นมนุษย์

ภาพประกอบ: กิตติยา อรอินทร์/แฟ้มภาพ เดอะการ์เดียนรายงานถึงการสมัครงานในยุคที่ให้ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นสิ่งช่วยคัดกรองคนในระดับที่รุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคล จากการที่พวกมัน สังเกต และวิเคราะห์ในรายละเอียดเล็กน้อยๆ ทางบุคลิกภาพ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางสีหน้าหรือน้ำเสียงแล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยอัลกอริทึม กับ AI แต่ทว่าสิ่งนี้ถูกวิจารณ์ว่า ลดทอนความหลากหลายของแรงงาน ลดทอนความเป็นมนุษย์ ระบบ AI ในการสมัครงานยังถูกมองว่าเป็นการสร้าง “กำแพงกั้นแบบสมมุติ” ทำให้ขั้นตอนการสมัครงานเป็นสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้ ความจริงอันโหดร้ายของการสมัครงานโดยต้องผ่านการคัดกรองด้วยอัลกอริทึมและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นเริ่มมาจากบริษัทขายซอฟต์แวร์อัลกอริทึมและ AI ดังกล่าวที่ชื่อบริษัท Hirevue หัวหน้านักจิตวิทยาของบริษัทนี้คือ นาธาน มอนดรากอน บอกว่าลูกจ้างที่ดีมาจากคุณสมบัติเล็กๆ น้อยๆ หลายหมื่นอย่าง และคุณสมบัติพวกนี้เองก็ถูก ตรวจจับ สังเกตการณ์ และประเมินผลโดยโปรแกรมของพวกเขา บริษัท Hirevue ขายเครื่องมือตรวจรับคนทำงานด้วย AI ให้กับบรรษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งไม่ว่าจะเป็นยูนิลิเวอร์หรือโกลด์แมนแซค พวกเขามีกระบวนการให้ผู้สมัครงานตอบคำถามมาตรฐานของการสัมภาษณ์งานต่อหน้ากล้อง ในขณะเดียวกันโปรแกรมก็จะทำการตรวจจับและบันทึกลักษณะท่าทางต่างๆ ของผู้ตอบคำถาม ไม่ว่าจะเป็นการวางท่า การแสดงสีหน้า น้ำเสียง และการเลือกใช้คำ มอนดรากอนบอกว่าจะมีการเก็บรวบรวมวัจนะภาษาและอวัจนภาษาของผู้ตอบคำถามเป็นข้อมูลไว้หลายพันจุด  เช่น เมื่อถามว่าคุณจะทำอย่างไรกับเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ โปรแกรมจะอ่านตั้งแต่ปฏิกิริยาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแหงนหน้ามองข้างบน การเงียบ การส่งเสียง…

วิจัยเผย กลุ่มก่อการร้ายอาจใช้ผู้หญิงมากขึ้น แต่มีส่วนร่วมวางแผนน้อยกว่าผู้ชาย

ภาพธงญิฮาด (ที่มา: wikipedia) 2 พ.ค. 2562 หลังจากที่ศรีลังกาเพิ่งเผชิญกับการก่อการร้ายครั้งร้ายแรงหลายวันที่ผ่านมา งานวิจัยของมหาวิทยาลัยรัฐนอร์ทแคโรไลนาประเมินว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจพยายามเกณฑ์ผู้หญิงเข้าเป็นพวกเพิ่มมากขึ้น หลังมีการค้นคว้าข้อมูลในวงกว้างที่ประเมินจากลักษณะการก่อการร้ายที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมก่อเหตุด้วยแรงจูงใจจากแนวคิดสงครามศาสนา อีกทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองยังเปิดเผยอีกว่ามีผู้อุทิศตัวทางศาสนาที่เป็นผู้หญิงรายอื่นๆ เตรียมการก่อเหตุกับวัดของชาวพุทธในศรีลังกาด้วย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐนอร์ทแคโรไลนาอาศัยข้อมูลจากโครงการเวสต์เทิร์นญิฮาดิซึ่ม โครงการของมหาวิทยาลัยแบรนไดส์ รัฐแมสซาชูเซตต์ ที่ทำการศึกษาวิจัยแนวคิดสงครามศาสนาของกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และค้นพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างชายกับหญิงทั้งในแง่ปูมหลังและบทบาทในกลุ่มก่อการร้าย นักวิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบจากกลุ่มตัวอย่างหญิง 272 คน และชาย 266 คน โดยมีการจำกัดตัวแปรควบคุมอย่างเชื้อชาติ ประเทศที่อยู่อาศัยและอายุในช่วงที่ถูกกล่อมเกลาให้กลายเป็นหัวรุนแรง และพบสถิติที่น่าสนใจอย่างเรื่องปูมหลังที่พบว่าหญิงที่ถูกกล่อมเกลาให้เข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายนั้นมีร้อยละ 2 เท่านั้นที่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เมื่อเทียบกับชายที่มีอัตราส่วนร้อยละ 19 สถิติยังแสดงให้เห็นว่าชายที่เข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายมีร้อยละ 14 ที่เป็นคนว่างงานในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านั้น ขณะที่ผู้หญิงร้อยละ 42 เป็นคนว่างงานช่วง 6 เดือนก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้าย ซาราห์ เดสมาไรส์ ผู้ช่วยศาตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยรัฐนอร์ทแคโรไลนา หนึ่งในคนร่วมเขียนงานวิจัยกล่าวว่าข้อมูลที่พวกเขาศึกษายังบ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจจะเกณฑ์ผู้หญิงไปเข้าร่วมมากขึ้น หนึ่งในข้อมูลที่บ่งชี้ในเรื่องนี้คือการที่กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่ถูกเกณฑ์เข้าไปในกลุ่มก่อการร้ายร้อยละ 34 เป็นคนที่เกิดก่อนปี 2533 ส่วนกลุ่มตัวอย่างชายมีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่เป็นคนเกิดก่อนปี 2533 งานวิจัยนี้ยังระบุถึงเรื่องบทบาทที่ผู้หญิงได้รับมอบต่างออกไปในการปฏิบัติการก่อการร้ายด้วย คริสตีน บรูกห์ ผู้นำการเขียนงานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่าผู้หญิงมีส่วนร่วมในการวางแผนและการปฏิบัติการก่อการร้ายน้อยกว่าชายที่ร้อยละ 52 ต่อร้อยละ…

ความท้าทายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ไม่มีใครพูดถึง

ภาพที่ 1 ความสูญเสียจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายขวาสุดโต่งในโลกตะวันตก https://www.economist.com/graphic-detail/2019/03/18/is-right-wing-terrorism-on-the-rise-in-the-west ความท้าทายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ไม่มีใครพูดถึง โดย Itti กรณีกราดยิงสังหารหมู่ชาวมุสลิมในมัสยิด 2 แห่ง (มัสยิดอัล นูร์กลางเมืองไครสต์เชิร์ชและมัสยิดชานเมืองลินวูด) ที่นิวซีแลนด์เมื่อ 15 มีนาคม 2019 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน บาดเจ็บ 48 คน โดยนาย Brenton Harrison Tarrant ผู้ก่อเหตุอายุ 28 ปีสัญชาติออสเตรเลีย ถูกนำตัวไปขึ้นศาลด้วยข้อหาฆาตกรรมในเช้า 16 มีนาคม 2019[1] นอกจากเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของอุดมการณ์ขวาจัดและความรุนแรงในศตวรราที่ 21 ที่เป็นผลจากความเกลียดกลัว “ผู้อพยพ” ยังสะท้อนให้เห็นว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวสามารถ “ป้องกันได้” หากหน่วยงานความมั่นคงไม่มองข้าม “สิ่งบอกเหตุ” ที่จำเป็นสำหรับการตรวจจับ สืบสวนและพิสูจน์ทราบเป้าหมาย “Lone Wolf”[2] ซึ่งหน่วยงานด้านการข่าวกรองอาจใช้เป็นกรณีศึกษาต่อไป แม้การโจมตีมัสยิดดังกล่าวเกิดขึ้นภายในห้วงระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือน หลังจากนาย Robert D. Bowersอายุ 46 ปี บุกเข้ากราดยิงใส่โบสถ์ชาวยิว Tree of Life Congregation ในเมือง Pittsburgh รัฐPennsylvania สหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 6 คน (27 ตุลาคม 2018)[3] แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าการก่อการร้ายของกลุ่มขวาจัดในโลกตะวันตกกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจาก 1) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเฉพาะการก่อเหตุรุนแรง เช่น การสังหารหมู่ที่เชื่อถือได้เท่านั้น 2) มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุยังไม่ได้มีความชัดเจนทุกกรณี3) ความยากลำบากในการนิยามความหมายของ “การก่อการร้าย”…

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนสร้างความกังวลแก่สหรัฐฯ

Visitors walk past an AI (Artificial Inteligence) security robot named APV3 with a facial recognition system at the 14th China International Exhibition on Public Safety and Security at the China International Exhibition Center in Beijing ความกังวลของสหรัฐฯ ต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของจีน มีอิทธิพลบางส่วนต่อการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างสองประเทศ ขณะที่สหรัฐเเละสหภาพยุโรปต่างพยายามออกมาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทจีน แต่นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า บริษัทจีนเเละการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศของจีน อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับเครือข่ายสื่อสารไร้สายระบบ 5G สามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ด้วยตัวเอง เเม้ว่าชาติตะวันตกจะปกปิดข้อมูลไม่ให้รั่วไหลก็ตาม มีรายงานว่าจีนมีความก้าวหน้ามากกว่าชาติตะวันตกในหลายด้าน เช่น ยวดยานขับเคลื่อนอัตโนมัติ เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเเละโดรนบางชนิด สถาบันด้านปัญญาประดิษฐ์อัลเลน ในสหรัฐฯ (Allen Institute of…

อย่าโหลดแอปเหล่านี้!!! ถ้าไม่อยากโดนขโมยข้อมูลส่งไปจีน

BuzzFeed analysis ค้นพบว่ามีหลายแอปบน Android ใน Play Store ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้และแชร์กับรัฐบาลจีน ซึ่งบางแอปมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง หลายแอปเหล่านี้เรียกว่าถูกรายงานว่าละเมิดผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งแอปส่วนนึงที่เป็นปัญหานั้นมีรายชื่อดังนี้ Total Cleaner Smart Cooler Selfie Camera WaWaYaYa AIO Flashlight Samsung TV Remote Control ปัญหาของแอปเหล่านี้ก็คือ ทางผู้พัฒนาได้ละเมิดกฎของ Play Store ด้วยการไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นใคร รวมถึงละเมิดสิทธิ์ผู้ใช้ด้วยการเข้าถึง permissions และส่งโฆษณามาให้ผู้ใช้ดู แอปอย่าง Samsung TV Remote Control จะมีการเข้าถึงไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงขณะที่เราดูทีวี จากนั้นก็จะส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีน, แอปไฟฉายนั้นก็จะมีขออนุณาตเข้าถึง permissions ต่างๆ ทาง Lifehacker ได้สืบสวนต่อจากข้อมูลของ BuzzFeed พบว่าแอปที่มีปัญหาทั้งหมดนั้นมียอดดาวน์โหลดรวมกันเกือบ 100 ล้านครั้ง โดยทางผู้พัฒนาได้ซ่อนข้อมูลไม่ให้รู้ว่าเป็นผู้พัฒนาจากประเทศไหนและใครเป็นเจ้าของแอป สิ่งนึงที่แอปนี้มีความคล้ายกันก็คือ เมื่อติดตั้งลงเครื่องแล้วจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลพิกัด, เซ็นเซอร์ต่างๆของมือถือ รวมถึงข้อมูลรายชื่อติดต่อ ลองมาดู Selfie Camera หนึ่งในแอปที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง…