เท็ด คาซินสกี ‘ยูนาบอมเมอร์’ มือระเบิดที่ส่งความตายผ่านไปรษณีย์

IN FOCUS การส่งพัสดุระเบิดของเขากินเวลาต่อเนื่องยาวนานถึง 17 ปี และนับเป็นการติดตามหาตัวคนร้ายที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของสหรัฐอเมริกา ที่ฮาร์เวิร์ด คาซินสกีเข้าร่วมการทดลองของเฮนรี เมอร์เรย์ (Henry Murray) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ที่ทดลองเทคนิค OSS หรือการควบคุมความคิด สำหรับหน่วยงานของซีไอเอ ผลจากการทดลองนี้เองที่ทำให้เท็ดเกิดความคิดเกี่ยวกับการโจมตีและการก่อการร้าย คาซินสกีเลือกเหยื่อของเขาแบบไม่ตั้งใจ สำหรับเขาแล้ว มันคือสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตที่ใช้เทคโนโลยีในการทำลายความสงบสุขของสังคม คดีฆาตกรรมของคาซินสกีมีโทษถึงประหารชีวิต ครอบครัวของเขาให้ข่าวกับสื่อว่า เป็นเพราะสภาพจิตของเขาไม่ปกติ จิตแพทย์คนหนึ่งตรวจและพบอาการโรคจิตเภทแบบหวาดระแวง   สายตาของเขาเหม่อลอย ระหว่างที่ภรรยาของผู้ตายซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อสังหารของเขาเอ่ยปากถาม “คุณชอบหรือที่จะมีใครขโมยความเป็นไปได้ในการมองเห็นแสงเดือน แสงตะวัน หรือความงดงามของธรรมชาติจากคุณไปตลอดชีวิตที่เหลือ” ก่อนที่ผู้พิพากษาจะประกาศคำตัดสินในวันที่ 4 พฤษภาคม 1998 ลงโทษจำคุก เธโอดอร์ จอห์น คาซินสกี (Theodore John Kaczynski) หรือที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ ‘ยูนาบอมเมอร์’ (Unabomber) ตลอดชีวิตถึง 8 ครั้ง และให้คุมขังไว้ในเรือนจำซึ่งมีการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด นับแต่นั้น คาซินสกีต้องไปชดใช้กรรมความผิดที่ เอดีเอ็กซ์ ฟลอเรนซ์ ในรัฐโคโลราโด ที่ซึ่งจัดเป็นเรือนจำที่มีมาตรการควบคุมนักโทษที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ห้องขังของเขามีความกว้างขนาด…

ออสเตรเลียเตรียมทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบมากกว่า 40 ปี

นาย Dennis Richardson ออสเตรเลียจะเริ่มกระบวนการทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบมากกว่า 40 ปี เนื่องจากภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและการจารกรรมจากต่างชาติ (foreign espionage) ที่เกิดขึ้นเป็นประวัติการณ์ในออสเตรเลีย โดยสื่อมวลชนออสเตรเลียหลายสำนักรายงานเมื่อ 30 พ.ค.61 ว่า นาย Dennis Richardson อดีต ผอ.หน่วยต่อต้านข่าวกรอง ออสเตรเลีย (Australian Security Intelligence Organisation-ASIO) จะเป็นประธานการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติและการข่าวกรอง โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 18 เดือน นายคริสเตียน พอร์เตอร์ อัยการสูงสุดออสเตรเลียระบุว่า การจารกรรม การก่อการร้าย รวมทั้งการแทรกแซงและเข้ามามีอิทธิพลของต่างชาติอยู่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่สภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงของชาติเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ออสเตรเลียจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานต่างๆ มีเครื่องมือและกรอบปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความรับผิดชอบหลักของแต่ละหน่วย อนึ่ง การทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงครั้งนี้จะให้ความสำคัญเรื่องการบูรณาการที่มากขึ้นด้วย ในห้วงที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียผ่านกฎหมาย 10 ฉบับ ในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกฎหมายฉบับที่ 11 ซึ่งนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา มีสาระเกี่ยวกับการปรับปรุงความผิดด้านการจารกรรมให้มีความทันสมัยและบัญญัติความผิดในเรื่องการแทรกแซงจากต่างชาติ การที่ออสเตรเลียทบทวนกฎหมายด้านความมั่นคงแห่งชาติและการข่าวกรองครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ออสเตรเลียห่วงกังวลอย่างมากต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแทรกแซงและการจารกรรมจากต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ นาย Duncan…

เปิดประวัติจอมโจร “เรอดวน ฟาอิด” ผู้แหกคุกปารีสและหนีด้วยเฮลิคอปเตอร์

เมื่อวานนี้ จอมโจร “เรอดวน ฟาอิด” วัย 46 ปี แหกคุกใกล้กรุงปารีสด้วยวิธีการคล้ายคลึงกับหนังฮอลลีวูด และหนีไปกับเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ด้านนอก จากการสอบค้นประวัติของเขา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาก่อเหตุแหกคุก นอกจากนี้เขาก็ยังก่อคดีปล้นและเรียกค่าไถ่ไว้มากมาย และเคยเขียนหนังสือเล่าประวัติของเขาไว้ด้วย จนตำรวจให้สมญาเขาว่า “จอมโจรนักเขียน” เหตุการณ์เมื่อวานนี้ เกือบเที่ยงวันอาทิตย์ ที่คุกซุด ฟาซิเลียน ชานกรุงปารีส ฟาอิดได้รับการช่วยเหลือจากชายสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าสามคน ซึ่งมาพร้อมกับปืนไรเฟิลครบมือ สองคนใช้ระเบิดควันนำทาง และใช้เครื่องเจียหินพังประตูห้องเยี่ยมนักโทษที่ฟาอิดกำลังคุยกับน้องชายของเขาอยู่ ส่วนชายคนที่สามคุมเชิงอยู่ที่บริเวณสนามหญ้าของคุก เฝ้าระวังเฮลิคอปเตอร์ขณะที่นักบินที่ถูกจี้ตัวมาติดเครื่องรอ ตำรวจกล่าวว่าเฮลิคอปเตอร์พาเขาและทีมช่วยเหินฟ้าออกไปจากคุก และถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่ย่านชานกรุงใกล้ทางด่วน จากนั้นคนทั้งหมดก็หนีต่อไปด้วยรถยนต์ ขณะนี้ทางการฝรั่งเศสระดมตำรวจ 3,000 นายเพื่อล่าตัวฟาอิด ตำรวจนายหนึ่งบอกสำนักข่าวเอเอฟพีว่าจะทำทุกสิ่งเพื่อนำตัวนักโทษแหกคุกรายนี้กลับมาให้ได้ อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการแหกคุกครั้งนี้ นี่เป็นการแหกคุกแบบหนังฮอลลีวูดครั้งที่ 2 ของฟาอิด เมื่อปี 2013 เขาจับเจ้าหน้าที่คุกเป็นตัวประกัน และเปิดทางหนีด้วยการระเบิดประตูคุก 5 บานที่ขวางเขาด้วยระเบิดไดนาไมต์ ซึ่งน่าจะได้มาจากภรรยาของเขา ที่มาเยี่ยมก่อนหน้าการแหกคุกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ฟาอิดก็หนีไปได้เพียงหกสัปดาห์ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตามล่าตัวมาได้ แผนหนีแบบหนังฮอลลีวู้ด นิโกล เบลลูเบต์ รัฐมนตรียุติธรรมฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางไปที่คุกซุด ฟรังซิเลียนที่เรโอตอนเย็นวันอาทิตย์บอกว่า เป็นการหนีที่เหนือธรรมดา “ใช้ชุดคอมมานโดที่เตรียมตัวมาอย่างดี…

ครม. ผ่านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว เรารู้จักกฎหมายฉบับใหม่นี้หรือยัง?

หนึ่งในกฎหมายที่น่าจะกระทบกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเจ้าของเว็บหรือผู้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล คือพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ครม. เพิ่งจะไฟเขียวผ่านร่างกฎหมายนี้ไปเพื่อดำเนินการออกกฎหมายต่อไป แล้วกฎหมายตัวนี้คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับ GDPR (The General Data Protection Regulation) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตัวใหม่ของยุโรป เรามาหาคำตอบกันครับ ปัญหาเกิดเมื่อผู้ให้บริการถือข้อมูลส่วนบุคคลมากเกินไป ปัจจุบันแทบทุกบริการในอินเทอร์เน็ตนั้นมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราไปทั้งนั้น ทั้งแบบผู้ใช้ตั้งใจให้ข้อมูลอย่างการสมัครใช้บริการต่างๆ ที่ต้องมีการให้ข้อมูลอีเมล หรือที่อยู่เพื่อจัดส่งสินค้า หรือแบบที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจให้ข้อมูล เช่นการจัดเก็บ Cookie บันทึกการเข้าเว็บของผู้ใช้ หรืออย่างที่ facebook นำข้อมูลการคลิก การกดไลค์ต่างๆ ไปวิเคราะห์หาลักษณะ (Profiling) ของผู้ใช้คนนั้น เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสม ข้อมูลมหาศาลของผู้ใช้เหล่านี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง นอกจากการวิเคราะห์ลักษณะผู้ใช้ที่ยกตัวอย่างไปแล้ว ใกล้ตัวหน่อยก็เอาเมลหรือเบอร์โทรมายิงสแปมใส่ หรือข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ถูกขายต่อให้บริการอื่นๆ นำไปใช้ประโยชน์ หรือใช้เทคโนโลยีเพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาติดตามสอดแนมผู้ใช้ ที่เลวร้ายที่สุดคือถูกขโมยตัวตน เอารายละเอียดชีวิตของคนอื่นมาสวมรอยเพื่อก่ออาชญกรรมหรือโจรกรรมข้อมูลทางการเงินไป ซึ่งปัญหานี้ชัดเจนขึ้นมากในกรณีของ Cambridge Analytica ที่ข้อมูลผู้ใช้กว่า 87 ล้านบัญชีหลุดไปอยู่ในมือของบริษัทวิเคราะห์ด้านการเมือง ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าทำให้ผลการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนแปลงไป คนทั่วโลกจึงหันมาสนใจข้อมูลส่วนบุคคลในโลกไซเบอร์มากขึ้น (พี่มาร์ก ณ เฟซบุ๊กก็อ่วมไปไม่น้อยจากกรณีนี้ โดนวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเรียกไปสอบสวนออกทีวีจนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยมีสาระสำคัญอย่างไร ครม.…

คาดการณ์ภัยไซเบอร์ครึ่งหลังปี 2018​ โดย​ Kaspersky Lap

Kaspersky Lap เผยคาดการณ์ภัยไซเบอร์ครึ่งหลังปี 2018​ ภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพิ่มความแกร่ง แถมพ่วงทูลใหม่ร้ายแรง เมื่อช่วงต้นปีนี้ทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป (Global Research and Analysis Team – ทีม GReAT) ได้เปิดโปงขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มล้วนมีความซับซ้อน ใช้ทูลและเทคนิคขั้นสูง เช่น Slingshot, OlympicDestroyer, Sofacy, PlugX Pharma, Crouching Yeti, ZooPark และล่าสุด Roaming Mantis เป็นต้น Slingshot จัดเป็นภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนใช้ในการจารกรรมทางไซเบอร์ในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาอย่างน้อยน่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2012 จนกระทั่งกุมภาพันธ์ 2018 โดยตัวมัลแวร์จะทำการโจมตีปล่อยเชื้อใส่เหยื่อผ่านเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ และทำงานอยู่ในเคอร์เนลโหมด (kernel mode) สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ OlympicDestroyer เป็นมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคสร้างความเข้าใจผิด (false flag) โดยฝังมาในเวิร์ม ล่อให้ตัวตรวจจับหลงทางพลาดเป้าหมายมัลแวร์ตัวจริง ดังที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านมา Sofacy หรือ APT28 หรือ Fancy Bear เป็นกลุ่มก่อการจารกรรมไซเบอร์ที่ออกปฏิบัติการก่อกวนอยู่เนืองๆ ได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายมายังตะวันออกไกล หันเหความสนใจมายังองค์กรด้านการทหารและป้องกันประเทศ…

GDPR คืออะไร สำคัญอย่างไร? ทำไมจึงต้องเข้าใจ GDPR?

โดย…นคร เสรีรักษ์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง PrivacyThailand กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ความสนใจหรือความตระหนักรู้เรื่องความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยนับว่ามีอยู่ค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่คนไทยนิยมใช้โซเชียลมีเดียกันจนติดอันดับต้นๆ ของโลก เราโพสต์เราแชร์ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์โดยไม่เคยตระหนักถึงความสำคัญของความเป็นส่วนตัว ที่น่าห่วงกว่าการไม่เห็นคุณค่าในพื้นที่ส่วนตัว คือการมองไม่ตระหนักถึงอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการโจรกรรมข้อมูลของเราไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ชอบ จนพูดกันว่าความเป็นส่วนตัวตายไปแล้วจากโลกดิจิทัลวันนี้ ระยะหลังๆ นี้ เริ่มมีการพูดถึงข้อมูลส่วนบุคคลกันมากขึ้น โดยเฉพาะในแวดวงผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้อมูล การติดต่อสื่อสาร และธุรกิจที่มีฐานข้อมูลส่วนบุคคลขนาดใหญ่ นั่นคือความกังวลต่อ GDPR ซึ่งเป็นข้อบังคับของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการเก็บและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่กลัวกันมากก็เพราะบทลงโทษของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GDPR จะถูกปรับสูงถึง 20 ล้านยูโร ที่สำคัญคือจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2561 ที่กำลังจะมาถึง จริงๆ แล้ว เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับนานาชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีพัฒนาการมากมายทั้งในระดับกฎหมายต่างประเทศในนานาประเทศและกฎหมายหรือข้อตกลงระหว่างประเทศในหลายเวที เช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ข้อตกลงของรัฐสภาแห่งยุโรป ข้อบังคับสหภาพยุโรป (European Union Directive 95/46/EC) แนวทางของสหประชาชาติ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทางของ APEC การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อบังคับ EU การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม EU Directive 95/46…