TB-CERT แนะนำให้ระวังและร่วมจัดการกับเหตุการณ์ “ฟิชชิ่งเมล”

ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร หรือ TB-CERT ได้ออกมาแนะนำให้ธนาคารสมาชิก TB-CERT ระวังและร่วมกันจัดการกับเหตุการณ์การหลอกลวงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือ ฟิชชิ่ง (Phishing) ที่เกิดขึ้นกับหลายธนาคารในช่วงนี้ โดย TB-CERT ได้แนะนำให้ธนาคารสมาชิกร่วมกันในการดำเนินการเพื่อให้ธนาคารลดความเสี่ยงที่อาจจะสูญเสียข้อมูลสำคัญทางธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งที่เกิดกับธนาคารเองและลูกค้าธนาคารที่ใช้บริการ Internet Banking ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ ก็ตาม ฟิชชิ่ง (Phishing) เป็นเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลที่มีมากว่ายี่สิบปีแล้วในโลกไซเบอร์โดยใช้วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยอาศัยชื่อของหน่วยงานหรือบุคคล ในช่วงไตรมาสที่สามของปีที่แล้วทาง TB-CERT ได้สังเกตุว่ามีปริมาณฟิชชิ่งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ามีการสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ โดยใช้โดเมนของประเทศในแอฟริกา .ga (Gabonese Republic) .ml (Replublic of Mali) ประเทศอาณาเขตของประเทศนิวซีแลนด์ .tk (Tokelau territory of New Zealand) เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตน้อยและสามารถจดทะเบียนโดเมนได้ง่าย จากนั้นจึงไปสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ในอีกประเทศ และส่งฟิชชิ่งเมลอ้างว่าเป็นอีเมลจากธนาคาร เมื่อธนาคารได้ตรวจพบหรือรับทราบฟิชชิ่งก็จะแจ้งเครือข่าย CERT หรือหน่วยงานที่ช่วยประสานงานปิดฟิชชิ่งเว็บไซต์นั้นโดยเร็ว ในขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเตือนลูกค้าทางเว็บไซต์ของธนาคารให้ระวังอีเมลลวง และบอกถึงวิธีการสังเกตว่าอีเมลที่ได้รับนั้นไม่ได้เป็นอีเมลที่มาจากธนาคารจริง ๆ การสร้างความเข้าใจเรื่องฟิชชิ่งถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรชาวอินเตอร์เน็ตจากเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลหรือฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการก้าวต่อไปของเศรษฐกิจยุคดิจิตัล…

สถานการณ์ก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2561 และแนวโน้มในปี 2562

สถานการณ์ก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2561 ในห้วงปี 2561 แม้สถานการณ์ก่อการร้ายโดยรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจจะบรรเทาความรุนแรงลงตามทิศทางสถานการณ์โลก แต่กลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคยังคงเคลื่อนไหวและมีอุดมการณ์เข้มแข็ง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์แบบปิดลับมากขึ้น ทั้งยังคงพบแผนการโจมตีในภูมิภาคทั้งในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยกลุ่มก่อการร้ายที่มีความเชื่อมโยงหรือได้รับอิทธิพลจากกลุ่ม Islamic State (IS) ในห้วงปี 2561 กลุ่มหัวรุนแรงท้องถิ่นซึ่งสวามิภักดิ์กับกลุ่ม IS สามารถก่อเหตุโจมตีสำเร็จในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกัน ยังพบความเคลื่อนไหวของต่างชาติที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มแนวคิดรุนแรง ซึ่งมีทั้งที่ต้องการเข้ามาสู้รบกับกองกำลังท้องถิ่น หรือต้องการใช้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นทางผ่าน หรือพื้นที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ การสูญเสียพื้นที่ยึดครองของกลุ่ม IS ในซีเรียและอิรัก ทำให้กลุ่ม IS ให้ความสำคัญกับข่ายงานและผู้สนับสนุนในภูมิภาคอื่นมากขึ้น รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีฟิลิปปินส์เป็นพื้นที่สู้รบ ทำให้ผู้สนับสนุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกฮึกเหิมและมีกำลังใจในการต่อสู้ และยังเป็นการชักชวนทางอ้อมให้นักรบจากภูมิภาคอื่น เข้ามาร่วมต่อสู้ในภูมิภาคด้วย สำหรับกลุ่ม AL-Qaeda (AQ) แม้ความเคลื่อนไหวในระยะหลังจะไม่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สาขาของกลุ่ม AQ หลายกลุ่มในเอเชียยังคงเคลื่อนไหวเข้มแข็ง ขณะที่กลุ่ม AL-Jemaah al-lslamiyah (JI) ในอินโดนีเซียอยู่ในช่วงการรื้อฟื้นศักยภาพของกลุ่ม ซึ่งในระยะยาวกลุ่มต่าง ๆ ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป โดยสามารถจับตามองสถานการณ์ในแต่ละประเทศ ดังนี้ อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่น่าห่วงกังวลเรื่องการบ่มเพาะและการเผยแพร่แนวคิดรุนแรงอย่างมาก ในประเทศมีทั้งข่ายงานกลุ่ม…

การปฏิวัติการเชื่อมต่อ (Connected revolution)

โดย…พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และอดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในปี 2020 การเชื่อมต่อของ Internet of Things (IoT) ถึง 50 พันล้านการเชื่อมต่อ และจะทำให้ธุรกิจต่างๆ รวมถึงชีวิตประจำวันของผู้คน เปลี่ยนไปอย่างมากมาย การใช้อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อถึงกัน และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ กำลังขยายตัวและกำลังเปลี่ยนแปลงในแทบทุกด้านของชีวิตเรา อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าในแบบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน เช่น การใช้อุปกรณ์ IoT ในบ้าน เพื่อจัดการพลังงาน ความปลอดภัย การส่องสว่างในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โรงงานกำลังปรับวิธีการดำเนินงาน และต้นทุนให้เหมาะสม โดยใช้วิธีการบำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ เป็นต้น จากรายงานของ Statista คาดการณ์ว่า ในยุค 5G ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ จะประยุกต์ IoT ในธุรกิจเนื่องจากศักยภาพในด้านการลดต้นทุน และทำให้มูลค่าของตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง ซึ่งจากการวิเคราะห์และทำวิจัยด้านการตลาดพบว่า IoT จะถูกประยุกต์ใช้ในภาคสาธารณะสุขอย่างมากในช่วงปี…

แนวโน้มและทิศทางภัยไซเบอร์ในปี 2019

ส่องแนวโน้มและทิศทางภัยไซเบอร์ในปี2019ที่มีทั้งภัยจากข้อมูลรั่วไหลไปจนถึงการกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีบนโซเชียลมีเดีย…..โดย…ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โลกของเรากำลังเข้าสู่ยุค 5 จี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจาก Digital Economy สู่ Data Economy ขณะที่มีคนกำลังพูดถึง Crypto Economy กันบ้างแล้ว เมื่อเราพิจารณาคำว่า “Data Economy” เราพบว่าไม่ใช่คำใหม่ แต่มีการกล่าวถึงมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการตื่นตัวเรื่องนี้กันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้จากความจริงที่ว่า องค์กรใดบริหารจัดการข้อมูลได้มีประสิทธิภาพ ผู้นั้นย่อมมี “Competitive Advantage” ในการทำธุรกิจมากกว่าองค์กรที่ไม่สามารถนำ “Data” มาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง 1.ภัยข้อมูลรั่วไหลจากการจัดเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์ องค์กรภาครัฐและเอกชนทั่วโลกนิยมปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการระบบสารสนเทศภายในองค์กรจากการจัดเก็บข้อมูลภายในศูนย์คอมพิวเตอร์ขององค์กรไปสู่การจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ภายนอกองค์กร เนื่องจากสามารถลดต้นทุนและกระจายความเสี่ยงการโจมตีทางไซเบอร์ให้กับบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์มาร่วมรับผิดชอบในการประมวลผลข้อมูลขององค์กร แต่อีกมุมหนึ่งที่ผู้บริหารองค์กรจำเป็นต้องนำมาพิจารณาก็คือ อาจมีการรั่วไหลของข้อมูลองค์กรผ่านระบบคลาวด์ คำถามก็คือเมื่อ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหาย ผู้บริหารองค์กร หรือผู้บริหารบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ หรือบริษัทที่ให้บริการประกันภัยทางไซเบอร์ (Cyber Insurance) เนื่องจากในปัจจุบันมีเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (Data Breaches) เกิดขึ้นทั่วโลก ดูข้อมูลสถิติจาก Website : https://informationisbeautiful.net/visualizations/worlds-biggest-data-breaches-hacks/ พบว่าทั้งรัฐและเอกชนล้วนประสบปัญหาข้อมูลรั่วไหลกันทั้งสิ้น วีธีการแก้ไขก็คือ…

15 ม.ค. เริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิทัล แต่ข้อมูลกรมขนส่ง-ตร. ยังไม่เชื่อมกัน ต้องพกบัตรจริงไปก่อน

วันที่ 15 มกราคมนี้ กรมการขนส่งทางบกจะเปิดใช้งานใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ใช้แทนการพกใบขับขี่ที่ใช้ในปัจจุบัน เรียกได้ว่า ลงแอปเอาไว้ เมื่อตำรวจขอดู ก็เปิดจากมือถือให้ดูได้เลย เรื่องนี้นำมาสู่คำถามว่า แล้วระบบยึดใบขับขี่เวลาที่ทำผิดกฎจราจรจะยังมีอยู่ไหม พอเปลี่ยนมาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วตำรวจจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกตอบได้เพียงว่า ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือเราไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่า ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ด้าน พีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก็ให้สัมภาษณ์เมื่อ 14 มกราคมว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรกับผู้ถือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์กรณีกระทำผิดนั้น เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปวางระบบการดำเนินการ เชื่อมโยงข้อมูลและกำหนดบทลงโทษแทนการยึดใบขับขี่ ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวแทนใบขับขี่ตัวจริงว่า ยังมีปัญหาทั้งในทางปฏิบัติและในทางกฎหมาย พร้อมให้ประชาชนพกใบขับขี่ตัวจริงไปก่อน พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างกรมการขนส่งทางบก และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีใบสั่งอัตโนมัติและการอายัดทะเบียน ซึ่งยังไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลกันได้ นอกจากนี้ยังชี้ด้วยว่า อาจส่งผลถึงเรื่องการตรวจสอบว่าข้อมูลในแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ เพราะอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงขึ้นมา ขณะที่ในทางกฎหมาย พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า ตามมาตรา…

ประมวล 10 แนวโน้มความขัดแย้งโลกปี 2562 (ตอนที่ 2)

ทหารไนจีเรียระหว่างการฝึก Operation Flintlock ร่วมกับทหารสหรัฐอเมริกาที่มาราดี ประเทศไนเจอร์เมื่อปี 2550 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Michael Larson/Wikipedia) โรเบิร์ต มอลลีย์ ประธานองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป (ICG) นำเสนอบทความในนิตยสาร Foreign Policy เกี่ยวกับความขัดแย้งที่น่าจับตามอง 10 กรณี โดยในตอนที่ 1 มีการนำเสนอโดยเน้นแถบภูมิภาคตะวันออกกลางและการคัดง้างกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไปแล้ว ในสัปดาห์นี้มีการระบุถึงกรณีไนจีเรีย ซูดานใต้ ชนกลุ่มน้อยผู้ใช้ภาษาอังกฤษในแคเมอรูน ยูเครน และเวเนซุเอลา เลือกตั้งไนจีเรีย และโบโกฮาราม ความขัดแย้งกรณีที่ 6 ที่มอลลีย์ระบุถึงคือกรณีไนจีเรียซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งสองครั้งในเดือน ก.พ.- มี.ค. ปีนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในไนจีเรียมักจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และสภาพการณ์ในตอนนี้ของไนจีเรียก็มีปัจจัยพร้อมจะปะทุ จากการที่มีคู่แข่งทางการเมืองที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันการที่ฝ่ายค้านไม่เชื่อใจในทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งและกองกำลังรักษาความปลอดภัยทำให้อาจจะมีการประท้วงในช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้เคยมีการประท้วงที่นำพาไปสู่ความรุนแรงในปี 2554 ที่มีการโจมตีชนกลุ่มน้อยในไนจีเรียทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 800 ราย ขณะเดียวกันสภาพพื้นที่ไนจีเรียก็ยังคงมีระดับอาชญากรรมความรุนแรงและความไม่ปลอดภัยทั่วไปในระดับสูง ประชาชนทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศต้องเผชิญกับการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธโบโกฮาราม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มไอซิสแห่งแอฟริกาตะวันตกที่เริ่มยึดพื้นที่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งระหว่างคนทำไร่เลี้ยงสัตว์ชาวมุสลิมกับชาวคริสต์ที่เคยเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตราว 1,500 ราย และถึงแม้ว่าจะเริ่มสงบลงบ้างแล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ความแตกแยกนี้ก็จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งที่จะมีไม่ปีนี้ขับเคี่ยวกันหนักขึ้น ส่วนนักการเมืองไนจีเรียเองก็ใช้การยุยงให้เกิดการแบ่งแยกในการสร้างผลลัพธ์ทางการเมืองให้ตัวเอง ซูดานใต้ แห่งต่อมาคือซูดานใต้…