ยานใต้น้ำ micro-AUV ทำภารกิจเฝ้าระวังลาดตระเวนใต้น้ำและลอยตัวสู่ผิวน้ำเชื่อมต่อดาวเทียม

  “ยานใต้น้ำขนาดเล็ก micro-AUV ทำหน้าที่ลอยตัวเหนือผิวน้ำเพื่อส่งข้อมูลไปยังดาวเทียมอิริเดียม หรือเดินทางไปยังตำแหน่งที่ต้องการทำภารกิจรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม” ปัจจุบันเทคโนโลยีการพัฒนายานใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยานใต้น้ำยังมีข้อจำกัดและอาจถูกตรวจพบได้ถ้าโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ล่าสุดบริษัท เซลลูลาร์ โรโบติกส์ (Cellula Robotics) ประเทศแคนาดา ได้พัฒนายานใต้น้ำขนาดเล็ก micro-AUV เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและใช้ทำภารกิจการเฝ้าระวัง การลาดตระเวนใต้น้ำ แม้ยานใต้น้ำขนาดเล็ก micro-AUV ถูกผลิตโดยบริษัท เซลลูลาร์ โรโบติกส์ (Cellula Robotics) แต่บริษัทที่ออกแบบเทคโนโลยีนี้เป็นบริษัท อีโคซับ โรโบติกส์ (ecoSUB Robotics) ประเทศอังกฤษ ยานใต้น้ำขนาดเล็ก micro-AUV ถูกติดตั้งเข้ากับยานใต้น้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าชื่อ Solus-LR AUV ที่สามารถดำน้ำลึกกว่า 3 กิโลเมตร ความเร็วในการเคลื่อนที่ 2 เมตรต่อวินาที ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ระยะปฏิบัติการ 2,000 กิโลเมตร ขั้นตอนการปฏิบัติการยานใต้น้ำ Solus-LR AUV ลอยตัวขึ้นมาในระดับความลึกที่เหมาะสมสำหรับการซ่อนตัวหลังจากนั้นจึงปล่อยยานใต้น้ำขนาดเล็ก micro-AUV ทำหน้าที่ลอยตัวเหนือผิวน้ำเพื่อส่งข้อมูลไปยังดาวเทียมอิริเดียม หรือเดินทางไปยังตำแหน่งที่ต้องการทำภารกิจรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม วิธีการนี้ทำให้ยานใต้น้ำ…

วิธีดูเว็บไซต์ ที่แอบติดตามคุณ ตรวจสอบรายงานความเป็นส่วนตัวบน Safari

  วิธีดูเว็บไซต์ ที่แอบติดตามคุณ รู้หรือไม่ในแต่ละเว็บไซต์ที่คุณดูบ่อยๆ นั้น มีตัว tracker แอบตามรอยคุณมากมาย safari มีเครื่องมือรายงานความเป็นส่วนตัว ซึ่งเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย เช็กรายงานความเป็นส่วนตัว คุณสามารถดูเว็บไซต์ที่แอบติดตามคุณได้ด้วย มาดูกันว่า safari ช่วยจัดการโดเมนที่แอบตามรอยคุณอย่างไร วิธีดูเว็บไซต์ ที่แอบติดตามคุณ รายงานความเป็นส่วนตัวบน Safari ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ทั้งบน iPhone , iPad และ MacOS ในตัวอย่างนี้จะแนะนำในส่วน iPhone     แตะไอคอน กก แล้วเลือกไอคอนโล่ ซึ่งก็คือ รายงานความเป็นส่วนตัว นั่นเอง     ก็จะแสดงจำนวน tracker ที่ Apple ได้ทำการบล็อกไว้ในแต่ละเว็บไซต์     ลองคลิกที่ตัวติดตาม จะแสดงตัว tracker ที่แฝงในเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์นั่นเอง ซึ่ง safari ได้บล็อกไว้หมดแล้ว คุณสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะเว็บไซต์ที่คุณได้ชมบ่อย ๆ…

ภัยความมั่นคงชาติสู่ภัยร้ายของทวิตเตอร์

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ ข่าวสะเทือนขวัญวงการเทคประจำสัปดาห์นี้คือ การที่อดีตผู้บริหารของทวิตเตอร์ออกมาแฉว่า บริษัทยอมผ่อนปรนระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้รัฐบาลเผด็จการจากหลายประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานได้ CNN และ The Washington Post รายงานว่า “ปีเตอร์ แซดโก้” อดีต Head of Security ของทวิตเตอร์ ได้ยื่นเอกสารและหลักฐานประกอบกว่า 200 หน้า ให้รัฐสภา กระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในเดือนกรกฎาคม เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของบริษัทที่เขาอ้างว่าเป็น “ภัยต่อความมั่นคงของชาติ” และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานตกเป็นเป้าการสอดแนมจากรัฐบาลเผด็จการ “แซดโก้” กล่าวหาว่า ทวิตเตอร์มี “สปาย” แฝงตัวอยู่ในบริษัทเพื่อสอดแนมข้อมูลให้ต่างชาติ รวมทั้งมีการรับเงิน หรือสยบยอมต่อแรงกดดันของรัฐบาลหลายประเทศ เช่น จีน รัสเซีย ไนจีเรีย และซาอุดีอาระเบีย เพื่อแลกกับโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาผู้บริหารระดับสูง รวมถึง “ปราค อัครวาล” ซีอีโอของทวิตเตอร์ ว่ามีความพยายามปกปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเหล่านี้ “แซดโก้”…

ปม “เหยียดเชื้อชาติ” ยังไม่แผ่ว Gen Z เชื้อสายเอเชีย ต้องดิ้นรน ในสหรัฐฯ

  ปัญหา “อาชญากรรมความเกลียดชัง” ในสหรัฐฯ ยังคงน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะปมเหยียดเชื้อชาติ กับ “ผู้มีเชื้อสายเอเชีย” ที่ต้องถึงกับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพราะกลัวถูกคุกคาม ขณะที่คนรุ่นใหม่ วัย Gen Z พบปัญหา ไม่ได้รับการยอมรับ และต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่ออยู่รอด รายงานข่าวจากซินหัว เมื่อ 26 ส.ค.65 อ้างอิงผลการวิจัยโดยศูนย์ศึกษาความเกลียดชังและลัทธิหัวรุนแรงของมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ เกี่ยวกับ “อาชญากรรมจากความเกลียดชัง” ที่ปมมาจากการ “เหยียดเชื้อชาติ” ในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ว่า ยังคงเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจของ 15 เมืองใหญ่ที่มีประชากรรวมกัน 25.5 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าจำนวนเหตุร้ายที่มีอคติเป็นมูลเหตุเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราวร้อยละ 5 ในปีนี้ ขณะข้อมูลขนาดใหญ่กว่าจาก 52 เมืองใหญ่ แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชังในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 30 ในปี 2021 เว็บไซต์เบรกกิงนิวส์เท็กซัสรายงานว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชังในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุจากหลายปัจจัยตั้งแต่ทัศนคติต่อต้านชาวเอเชียที่พุ่งสูงในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จนถึงความเกลียดชังคนผิวดำเพราะการประท้วงสนับสนุนความยุติธรรมทางเชื้อชาติที่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเมื่อปี 2020 หลังเกิดเหตุสังหารชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน “จอร์จ ฟลอยด์” ขณะถูกตำรวจควบคุมตัว…

“เครือข่ายดาวเทียม” อนาคตของการติดต่อ ดีกว่าสัญญานจากเสาโทรศัพท์ไหม?

  จากข่าวที่ทั่วโลกได้ให้ความสนใจกัน T-Mobile ได้จับมือกับ Space X หรืออีลอน มัสก์ เพื่อร่วมมือกันสร้างเครือข่ายมือถือดาวเทียม ซึ่งทำให้พื้นที่ห่างไกลหรืออับสัญญาน ก็ยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ เครือข่ายมือถือดาวเทียม คือ แตกต่างกับเครือข่ายมือถือทั่วไป เพราะดาวเทียมที่ไม่ต้องพึ่งพาเสาสัญญานเหมือนกับเสาโทรศัพท์ทั่วไป     สัญญาณจากอุปกรณ์ดาวเทียมส่งตรงไปยังดาวเทียมที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังเกตเวย์ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์ที่รับ โทรศัพท์ที่รับอาจเป็นโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์แบบอื่นก็ได้ ความจริงที่ว่าสัญญาณดาวเทียมถูกส่งไปไกลกว่าพื้นโลกและไม่พึ่งพาเสาสัญญาณคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีประโยชน์ในพื้นที่ห่างไกล เช่น มหาสมุทร พื้นที่ทุรกันดาร ป่าและหุบเขาต่างๆ หรือแม้แต่ทะเลทรายก็ใช้ได้ โทรศัพท์ดาวเทียมในปัจจุบันจึงมีประโยชน์มากกว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากโทรศัพท์เหล่านี้ไม่ต้องพึ่งพาเสาและเครือข่ายบนพื้นดินเพื่อใช้งาน เจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉินจำนวนมากต้องพึ่งพาโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมเพราะสามารถสื่อสารได้แม้ในระหว่างที่ไฟฟ้าดับ เครือข่ายมือถือ (เซลลูล่าร์) กับ เครือข่ายดาวเทียม ต่างกันอย่างไร? เนื่องจากปัจจุบันเครือข่ายดาวเทียมมีราคาสูงมาก จึงมักถูกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หรือพื้นที่ห่างไกล แต่การที่ T-Mobile ได้ร่วมมือกับ SpaceX เพื่อที่จะพัฒนาการใช้ดาวเทียมให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น ซึ่งในปี 2023 นี้จะทำการขยายและร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์ทั่วไปที่มีในปัจจุบันให้สามารถร่วมใช้งานดาวเทียมได้ ปัจจุบันการส่งข้อความ 1 ครั้งของโทรศัพท์ดาวเทียมต้องใช้เวลานานถึง 30 นาที ความหวังของคนทั่วโลกคงต้องรอการพัฒนาจากสองบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ เราอาจได้มีโอกาสใช้โทรศัพท์ดาวเทียมกันในชีวิตประจำวัน…

ผลสำรวจดัชนีดิจิทัลไทย ชี้คนไทยต้องการใช้อินเทอร์เน็ตฟรีมากที่สุด

  ผลสำรวจดัชนีดิจิทัลพบคนไทยเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต 85% แต่ต้องการนโยบายฟรีอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ขณะที่สัดส่วนของมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากภาคธุรกิจดิจิทัลโตไม่ถึง 1% มูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมไอซีทีต่อจีดีพีคิดเป็น 3.32% นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ผลการศึกษาโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ.2565 โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงดีอีเอส ได้แก่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ดำเนินการจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลตัวชี้วัดและสถิติด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย พบว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 85% โดยกลุ่มผู้ใช้งานหลัก ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน นักศึกษา แม้ว่าความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่นโยบายที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ บริการอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีค่าใช้จ่าย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มการเข้าถึง และการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกัน พบว่า 78.83% ของธุรกิจไทยมีการขายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น เริ่มบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ส่วนหน่วยงานบริการปฐมภูมิทั่วประเทศ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล มีการใช้งานและติดตั้งอินเทอร์เน็ต…