มือปืนบุกกราดยิงโบสถ์ยิวในอเมริกา เลียนแบบเหตุโจมตีมัสยิดไครสเชิร์ช

คนจำนวนมากพากันจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่เหยื่อของเหตุกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน เอเจนซีส์ – มือปืนบุกเดี่ยวกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน โดยหลังจากที่ยอมมอบตัว ผู้ก่อเหตุรายนี้สารภาพว่า ได้แรงบันดาลใจจากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในนิวซีแลนด์กลางเดือนที่แล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 50 คน ผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ จอห์น เออร์เนสต์ วัย 19 ปี ซึ่งเป็นชาวซานดิเอโก มีแนวโน้มเป็นผู้เขียนแถลงการณ์ที่อ้างตัวว่า จุดไฟเผามัสยิดในละแวกใกล้เคียงกันเมื่อเดือนที่แล้ว บิลล์ กอร์ พนักงานฝ่ายปกครองของเทศมณฑลซานดิเอโกเผยว่า ตำรวจและสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ที่เออร์เนสต์อาจเกี่ยวข้องกับการลอบวางเพลิงศูนย์อิสลามเอสคอนดิโดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังจับกุมผู้ก่อเหตุไม่ได้ และเสริมว่า เออร์เนสต์ที่ปืนขัดข้องหลังจากสาดกระสุนชุดแรกกว่าสิบนัด ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เหตุกราดยิงล่าสุดที่โบสถ์ชาบัดของชุมชนชาวยิวในเมืองโพเวย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากตัวเมืองซานดิเอโกทางเหนือประมาณ 37…

อย่าโหลดแอปเหล่านี้!!! ถ้าไม่อยากโดนขโมยข้อมูลส่งไปจีน

BuzzFeed analysis ค้นพบว่ามีหลายแอปบน Android ใน Play Store ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้และแชร์กับรัฐบาลจีน ซึ่งบางแอปมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง หลายแอปเหล่านี้เรียกว่าถูกรายงานว่าละเมิดผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งแอปส่วนนึงที่เป็นปัญหานั้นมีรายชื่อดังนี้ Total Cleaner Smart Cooler Selfie Camera WaWaYaYa AIO Flashlight Samsung TV Remote Control ปัญหาของแอปเหล่านี้ก็คือ ทางผู้พัฒนาได้ละเมิดกฎของ Play Store ด้วยการไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นใคร รวมถึงละเมิดสิทธิ์ผู้ใช้ด้วยการเข้าถึง permissions และส่งโฆษณามาให้ผู้ใช้ดู แอปอย่าง Samsung TV Remote Control จะมีการเข้าถึงไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงขณะที่เราดูทีวี จากนั้นก็จะส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีน, แอปไฟฉายนั้นก็จะมีขออนุณาตเข้าถึง permissions ต่างๆ ทาง Lifehacker ได้สืบสวนต่อจากข้อมูลของ BuzzFeed พบว่าแอปที่มีปัญหาทั้งหมดนั้นมียอดดาวน์โหลดรวมกันเกือบ 100 ล้านครั้ง โดยทางผู้พัฒนาได้ซ่อนข้อมูลไม่ให้รู้ว่าเป็นผู้พัฒนาจากประเทศไหนและใครเป็นเจ้าของแอป สิ่งนึงที่แอปนี้มีความคล้ายกันก็คือ เมื่อติดตั้งลงเครื่องแล้วจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลพิกัด, เซ็นเซอร์ต่างๆของมือถือ รวมถึงข้อมูลรายชื่อติดต่อ ลองมาดู Selfie Camera หนึ่งในแอปที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง…

สื่อสังคมออนไลน์ร่วมปราบปรามข่าวปลอม

An Indian man browses through the twitter account of Alt News, a fact-checking website, in New Delhi, India, April 2, 2019. สื่อสังคมออนไลน์หลายแห่ง ออกมาตรการต่อสู้กับข่าวปลอมที่แพร่สะพัดในทุกแพลตฟอร์ม ที่มีจุดประสงค์ในการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อจุดประสงค์กับผู้รับสารบางกลุ่ม สื่อสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ก เคลื่อนไหวในการจัดการกับข่าวปลอม ด้วยการใช้เทคโนโลยีและทีมงานหลายพันคนช่วยกันสอดส่องตรวจจับข่าวปลอมที่มีเป้าประสงค์นำเสนอข่าวไปยังบุคคลเฉพาะกลุ่มบนเฟสบุ๊ก ส่วนทวิตเตอร์ เข้าจัดการบ็อท หรือบัญชีปลอมที่ใช้นำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และ Youtube ของบริษัทกูเกิล ได้วางระบบอัลกอริทึ่มสำหรับตรวจจับเนื้อหาวิดีโอที่เข้าข่าย นอกจากนี้ เฟสบุ๊ก ยังร่วมมือกับ FactCheck.org ในการตรวจสอบข้อมูลที่บิดเบือนในเฟสบุ๊กและเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ โดยจะมีนักข่าวจากทางหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะรายงานบนเว็บไซต์ FactCheck.org ว่าเนื้อหาเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งนำเสนอข้อมูลการตรวจสอบดังกล่าวกับทางเฟสบุ๊กอีกทางหนึ่ง เพื่อให้เฟสบุ๊กใช้มาตรการกดดันกลุ่มที่นำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อไป FILE – An activist wearing a Facebook CEO Mark…