สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานผลกระทบที่สหรัฐฯได้รับจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

สภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Council of Economic Advisers – CEA) เผยแพร่รายงานเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2561 เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างที่สหรัฐฯ ได้รับจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ พร้อมชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญภัยคุกคามด้านนี้มากขึ้นจากทุกทิศทาง เช่น ประเทศที่ไม่หวังดีกับสหรัฐฯ ภาคเอกชนต่างชาติ กลุ่มเคลื่อนไหวที่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น ในรายงานดังกล่าวยังต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยกันจำกัดความเคลื่อนไหวทางไซเบอร์ในทางที่ผิดกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเกื้อหนุนให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในรายงานดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสหรัฐฯ โดยแบ่งผู้ก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ ออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้ 1. Nation-states ได้แก่ รัสเซีย จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถ มีเงินทุนสนับสนุน และมีเป้าหมายในการโจมตี ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาและเงินที่จะได้รับ การกระทำจะเกิดขึ้นจากแรงจูงใจทางการเมือง เศรษฐกิจ ทางเทคนิค หรือวาระทางทหาร กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจารกรรมทางอุตสาหกรรม และการล้วงความลับในระดับบุคคล รวมทั้งการทำลายทางธุรกิจด้วย 2. Corporate competitors โดยคู่แข่งในการดำเนินธุรกิจพยายามเจาะข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม เช่น ด้านยุทธศาสตร์ การเงิน ข้อมูลลูกจ้าง…

ความล้มเหลวของมาตรการ รปภ. อาจทำให้การก่อการร้ายในอัฟกานิสถานยังคงรุนแรง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เกิดเหตุระเบิดรถพยาบาลในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เป็นการกระทำของกลุ่มตอลีบัน โดยมีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถาน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานในการสกัดกั้นเหตุก่อการร้ายในกรุงคาบูลและพื้นที่อื่นของอัฟกานิสถานทำให้ชาวอัฟกันและประชาคมระหว่างประเทศเกิดความวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของอัฟกานิสถานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงภายในอัฟกานิสถานได้ในระยะยาว สถานการณ์ดังกล่าวผู้ก่อเหตุจุดชนวนระเบิดซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถพยาบาล บริเวณด่านตรวจความมั่นคงจุดที่ 2 ซึ่งอยู่ในเขตที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตต่างชาติ และสมัชชาระดับสูงเพื่อสันติภาพ (hight Peace Council) ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มตอลิบัน ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน หลังจากผู้ก่อเหตุขับรถพยาบาลผ่านด่านตรวจความมั่นคงจุดแรก โดยอ้างว่ารีบนำคนไข้ไปส่งยังโรงพยาบาล Jamhuriat ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เหตุระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 103 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือนชาวอัฟกัน และบาดเจ็บ 235 คนโดยขณะเกิดเหตุมีผู้คนสัญจรไปมาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากหน่วยงานราชการในอัฟกานิสถานเปิดทำการตามปกติ อย่างไรก็ดี หน่วยข่าวกรองแห่งชาติอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการอัฟกานิสถานสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ และอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป การที่รัฐบาลอัฟกานิสถานบกพร่องในมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากใช้เวลาไปกับการให้ความสนใจในปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในระหว่างที่ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี กับอัตตา โมฮัมหมัด นูร์ ผู้ว่าการรัฐบัลค์และเป็นผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือที่ถูกปลดจากตำแหน่ง กระทั่งไม่ใส่ใจต่อการรักษาความปลอดภัยประชาชน การเกิดเหตุรุนแรงในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานบ่อยครั้งในเวลาใกล้เคียงกันสะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานในการสกัดกั้นเหตุก่อการร้ายในกรุงคาบูลและพื้นที่อื่นของอัฟกานิสถาน ส่งผลประชาชนวิตกกังวลและไม่เชื่อมั่นขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง นอกจากนี้ การที่รัฐบาลอัฟกานิสถานอ้างว่าปากีสถานคอยให้ความช่วยเหลือกลุ่มตอลิบันในการก่อเหตุรุนแรงต่างๆ…

ท่าอากาศยานไทยควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เมื่อ 4 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจพบชายชาวอินเดียชื่อ นาย Kumar Viex พกพาแบตเตอรี่สำรอง (power bank) ที่ถูกดัดแปลงในลักษณะ “วัตถุคล้ายระเบิด” ขณะผ่านเครื่องเอกซเรย์ จึงได้ยึดอุปกรณ์ไว้ตรวจสอบและอนุญาตให้นาย Viex เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้มีการสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการกระทำดังกล่าว ปัจจุบัน ปรากฏการกระทำลักษณะแบบเดียวกันนี้ตามท่าอากาศยานหลายแห่งโดยเฉพาะในอินเดีย ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาก็เคยตรวจพบอย่างน้อย 3 ครั้ง ที่เมืองฮูสตัน มลรัฐเท็กซัส และมลรัฐไอดาโฮ เบื้องต้นทราบว่าอุปกรณ์ดัดแปลงส่วนใหญ่จะตรวจพบในหมู่นักเดินทางที่มาหรือกลับจากอินเดีย หรือเคยไปซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอินเดีย ซึ่งนักเดินทางมักไม่ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลง รูปแบบที่ตรวจพบคล้ายคลึงกัน ภายในมักถูกบรรจุด้วยดินน้ำมันและมีการต่อสายไฟเข้ากับแบตเตอรี่โทรศัพท์ ทั้งนี้ ในสหรัฐฯถือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อระบบการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานและความมั่นคงของประเทศ และกรณีนี้ทำให้หลายฝ่ายห่วงกังวลว่า กลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มหัวรุนแรงอาจแสวงประโยชน์จากอุปกรณ์ดัดแปลงลักษณะนี้ เพื่อสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่หรือเพื่อทดสอบระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่การอำพรางนำระเบิดเพลิงเข้าสู่ท่าอากาศยานและเครื่องบินได้ ดังนั้น ประเทศไทยควรเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในท่าอากาศยานและอาจต้องคำนึงถึงมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ยงและอันตรายจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องสงสัยอย่างเหมาะสม โดยศึกษาเปรียบเทียบจากมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด เมื่อพบอุปกรณ์ต้องสงสัยจะตรวจยึดและส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดตรวจสอบ ส่วนผู้โดยสารจะถูกกักตัวไว้ซักถามจนมั่นใจว่าไม่มีพฤติการณ์หรือความเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง หรือกลุ่มนอกกฎหมายจึงจะได้รับการปล่อยตัว ทั้งนี้ ไทยควรนำรูปแบบการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯมาปรับใช้กับมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานของไทย โดยเฉพาะการซักถามผู้ต้องสงสัยและการสืบสวนหาแหล่งที่มาของอุปกรณ์ เพื่อป้องกันและป้องปรามเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ดัดแปลงดังกล่าว ——————————————————————- องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน 22 กุมภาพันธ์ 2561

วิทยาการข้อมูล (Data Science) จะพัฒนากองทัพไทยได้อย่างไร

  อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล: Business Analytics and Data Science)คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลายสัปดาห์ก่อนคณาจารย์ด้านทางคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมศาสตร์แห่งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ โรงเรียนนายร้อย จปร. จำนวน 4 ท่านได้กรุณามานัดพบกับผมที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผมได้ไปช่วยสอนซึ่งอันที่จริงเป็นการไปแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้กับคณาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถสูงมากจำนวน 10 กว่าท่านที่เขาชะโงก จังหวัดนครนายก ผมมีความดีใจว่า คณาจารย์เหล่านี้มีความมุ่งหมายที่จะปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนนายร้อย จปร. ให้มีการเรียนการสอนด้านวิทยาการข้อมูล โดยเฉพาะการเรียนการสอนทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งเป็นสาขาวิชาเอก ทำให้ผมทราบว่า โรงเรียนนายร้อยมีสอนถึงแปดสาขาวิชาเอกคือ 1. วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 2. วิศวกรรมโยธา 3. วิศวกรรมแผนที่ 4. วิศวกรรมอุตสาหการ 5.วิศวกรรมเครื่องกล 6. สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา 7. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 8.…

เวียดนามตั้งกองกำลังทำสงครามไซเบอร์เพื่อปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาล

1. เวียดนามดำเนินมาตรการเชิงรุกขยายวงกว้างปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือเผยแพร่ทัศนคติและข้อมูลข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลในเชิงลบ โดยพลโท Nguyen Trong Nghia รองประธานกรมการเมืองใหญ่ กองทัพประชาชนเวียดนาม เปิดเผยเมื่อ 25 ธันวาคม 2560 ว่า เวียดนามมีหน่วยพิเศษ Force 47 เป็นหน่วยทำสงครามไซเบอร์ในการควบคุม/ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเมืองและสื่อมวลชนผ่านกิจกรรมออนไลน์ กองกำลังดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 10,000 คน ซึ่งมีทักษะ ความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยี และอุดมการณ์ที่ดีทางการเมืองเป็นกองกำลังหลักร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงภายใน ทำสงครามข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของเวียดนาม     2. การเปิดเผยหน่วยงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเวียดนามถึงความจริงจังของรัฐบาลในการควบคุมความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากในห้วงหลายเดือนที่ผ่านมา เวียดนามจับกุมและจำคุกกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย กลุ่มปกป้องสิทธินักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน บล็อกเกอร์ นักเขียน อดีตนายทหาร และชนกลุ่มน้อยทางศาสนา (ตามประมวลกฎหมายอาญา บทลงโทษในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาล จำคุกสูงถึง 20 ปี ขณะที่บทลงโทษกลุ่มบุคคลล้มล้างอำนาจรัฐสูงสุดคือ ประหารชีวิต) รวมถึงขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่จากต่างประเทศให้ช่วยสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวเมื่อกลางธันวาคม 2560 เช่น Facebook ถอดบัญชีผู้ใช้ซึ่งวิจารณ์ผู้นำรัฐบาลและเผยแพร่การโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ ทั้งสิ้น 159 บัญชี ขณะที่ Google…

กรณี พนักงานของ NSA มีส่วนทำให้ข้อมูลระดับชาติชั้นลับที่สุดรั่วไหลไปยังรัสเซีย

credit :washingtontimes   เมื่อ 1 ธ.ค.60 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาแถลงว่า นาย Nghia Hoang Pho อดีตพนักงานของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (National Security Agency: NSA) มีความผิดฐานมีส่วนทำให้ข้อมูลระดับชาติชั้นลับที่สุดถูกขโมยโดยแฮกเกอร์รัสเซีย นาย Pho ได้เริ่มเข้าทำงานปี 2549 ในฐานะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในหน่วยงาน Tailor Access Operations (TAO) ของ NSA ทั้งนี้ เขาได้รับสารภาพว่าได้นำข้อมูลที่มีชั้นความลับและมีความสำคัญออกไปจากหน่วยงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านที่ติดตั้งซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส Kaspersky ซึ่งคาดว่าแฮกเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์ผ่านซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสนี้ เนื่องจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากฝ่ายข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) ว่าจากการเจาะระบบของบริษัท Kaspersky Lab พบไฟล์ที่ตรงกับข้อมูลของ NSA ทั้งนี้ นาย Pho อ้างว่านำข้อมูลกลับไปทำต่อที่บ้านและยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะประสงค์ร้าย อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เสนอให้ลงโทษจำคุก 8 ปี แม้ว่าข้อมูลที่รั่วไปอาจจะเกิดจากความประมาทเท่านั้น แต่ นาย Pho เป็นผู้ถือสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลความมั่นคงระดับชั้นลับที่สุด…