งานวิจัยชี้ บ็อทในทวิตเตอร์ แพร่ข้อมูลปลอมได้ไม่กี่วินาที เข้าถึงคนกว้างกว่า เจาะจง influencer

ภาพจาก Nature Communications นักวิจัย Indiana University เผยผลการวิจัยพบว่าบรรดาข่าวปลอมที่แชร์กันในทวิตเตอร์ช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2016 สัดส่วน 31% นั้นมาจากบ็อทในทวิตเตอร์เพียง 6 บัญชี แสดงให้รู้ว่าบ็อทสามารถเผยแพร่ข้อมูลปลอมได้เร็วมากในเวลาไม่กี่วินาที ช่วงระยะเวลาที่บ็อทใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลปลอมอยู่ที่ 2-10 วินาที Filippo Menczer ผู้ร่วมทำการวิจัยบอกเหตุผลที่บ็อทมีอิทธิพลต่อการแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นเพราะ social bias หรือความเห็นของสังคมที่มีแนวโน้มจะไปสนใจสิ่งที่ได้รับความนิยมหรือ popular ซึ่งบ็อททำสิ่งนี้ได้ดีและเร็วกว่าคน MIT ยังเคยวิจัยเรื่องนี้ด้วยและมีความสิดคล้องกันตรงที่ ข้อมูลปลอม เดินทางได้เร็วและแพร่หลายกว่า โดยจากเรื่องราวบนทวิตเตอร์ทั้งหมด 126,000 จากผู้ใช้งาน 3 ล้านราย ตั้งแต่ปี 2007-2017 พบว่า ข้อมูลจริง ใช้เวลา 60 ชั่วโมงในการเข้าถึงผู้ใช้งาน 1,500 ราย แต่ข้อมูลปลอมใช้เวลาแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น นักวิจัยที่ Indiana University ยังบอกด้วยว่า ตัวช่วยสำคัญเสริมการแพร่ข้อมูลปลอมคือบรรดา influencer บนทวิตเตอร์ที่มีคนติดตามมาก ไม่ว่าจะเป็นดารา นักการเมือง เพียงแค่พวกเขารีทวีตข้อมูลปลอมก็ช่วยให้คนอื่นเชื่อมากขึ้นไปอีก…

งานวิจัยชี้ ‘มาตรการระเบิดเรือประมงต่างชาติ’ ของอินโดฯ ใช้ได้ผลจริง!

People take pictures of a burning ship as the government destroyed foreign boats that had been caught illegally fishing in Indonesia waters, at Morela village in Ambon island, April 1, 2017. – REUTERS ผลวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า มาตรการของรัฐบาลอินโดนีเซียในการระเบิดทำลายเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาติ กำลังแสดงผลให้เห็นแล้ว หลังจากปริมาณการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำอินโดนีเซียลดลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลอินโดนีเซียใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย ด้วยการระเบิดทำลายเรือประมงต่างชาติหลายลำตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โจโก วีโดโด (Joko Widodo) กล่าวว่า การจมเรือประมงผิดกฎหมายจากต่างชาตินั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลอินโดนีเซียในการปราบปรามการประมงผิดกฎหมาย An Indonesian soldier stands guard…

ลัทธิชาตินิยมอยู่เบื้องหลังการสร้างข่าวปลอมในอินเดีย

หมายเหตุ : รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานพิเศษชุด “เบื้องลึกข่าวปลอม” (Beyond Fake News) ดำเนินการโดยบีบีซี เพื่อสืบสวนสอบสวนว่าข้อมูลที่ถูกบิดเบือนและข่าวปลอมซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “ปัญหาระดับโลก” ที่กำลังท้าทายวิธีการส่งต่อและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรอบ ๆ ตัวเรา ความแพร่หลายของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ในประชาชนเกือบทุกประเทศทำให้เกิดการไหลบ่าอย่างรวดเร็วของข้อมูล อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน “ข่าวปลอม”เป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์นี้ บีบีซีได้ศึกษาวิจัยกระแสข่าวปลอมในหลายประเทศเพื่อดูว่าข่าวปลอมส่งผลอย่างไรต่อประชาชน และมันแพร่ไปอย่างไร ผลการวิจัยพบว่า ข้อเท็จจริงมีความสำคัญน้อยกว่าความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเสริมสร้างอัตลักษณ์ประจำชาติ ผลการวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายแนวคิด “ปีกขวา” มีการบริหารจัดการที่มากกว่า “ปีกซ้าย” และเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการสร้างข่าวปลอมเพื่อปลุกกระแสชาตินิยม นอกจากนี้มีความทับซ้อนกันระหว่างข่าวปลอมที่อยู่ตามทวิตเตอร์ กับเครือข่ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ข้อค้นพบเหล่านี้เป็นผลจากการวิจัยในอินเดีย, เคนยา และไนจีเรีย ที่ว่าประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมกับการเผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยอนุญาตให้บีบีซีเข้าถึงโทรศัพท์ของพวกเขาเป็นเวลา 7 วัน จากนั้นนักวิจัยได้วิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปัน (แชร์) และส่งไปให้ใคร บ่อยแค่ไหน งานวิจัยนี้ดำเนินการโดย บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานพิเศษชุด “เบื้องลึกข่าวปลอม” (Beyond Fake News) เริ่มเผยแพร่วันที่ 12 พ.ย.…

แก้ปัญหาโกงวุฒิการศึกษา ดิจิทัล เวนเจอร์ส เปิดตัว B.VER แพลตฟอร์มตรวจสอบวุฒิการศึกษาออนไลน์

โดย อธิชญา สุขธรรมรัตน์ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เปิดตัว B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification) แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับตรวจสอบเอกสารทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่างๆ สามารถตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่าปัญหาเรื่องการปลอมแปลงวุฒิการศึกษามีมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างบล็อคเชนมาแก้ปัญหาดังกล่าว จึงพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม B.VER เพื่อให้มหาวิทยาลัยและองค์กรต่างๆ ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบวุฒิการศึกษา ด้านจีรพล มัทวพันธุ์ Head of Project Delivery ของบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด อธิบายการทำงานของ B.VER ว่าการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ในบล็อคเชน…

สื่อต่างชาติแปลงสารข่าวคดีฆ่ากันตายกลายเป็นพ่อครัวร้านอาหารเจบดเนื้อศพมาขายลูกค้า

สำรวจเส้นทางการแปลงสารจากคดีฆาตกรรมสยองที่กลายเป็นคดีสะอิดสะเอียนเขย่าขวัญผู้อ่านในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษของสิงคโปร์ที่เสนอข่าวแนวสีสันของโลก AsiaOne อ้างว่าลูกค้าร้านอาหารเจต่อว่า เจ้าของร้านว่าเอาเนื้อคนผสมทำอาหารเจ ทำให้สื่อหัวสีอื่น ๆ ใน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ออสเตรเลีย อังกฤษ และ อเมริกา ต่างอ้างข่าวนี้ไปเผยแพร่ต่อ เกิดอะไรขึ้น คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น คือ การฆ่ายัดบ่อเกรอะ ที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ภายหลังตำรวจ สน. ลาดกระบัง ได้รับแจ้งพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ หนังศีรษะกระจายอยู่ในบริเวณห้องครัวของร้านอาหารเจแห่งหนึ่ง ริมถนนร่มเกล้า เมื่อรุดไปตรวจสอบ จึงพบศพผู้เสียชีวิตในบ่อเกรอะ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความพยายามอำพรางคดี ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. มีผู้พบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ ในร้านอาหารเจ-ร่มเกล้า ในซอยร่มเกล้า 25/6 ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. โดยการตรวจสอบภายในร้าน พบเลือดกระจายเต็มพื้นห้องครัวและพบเศษเนื้อมนุษย์ตกอยู่ นอกจากนี้ยังพบศพ นายประสิทธิ์ อินปฐม อายุ 61…

ข้อมูลที่ถูกขโมยไปได้มีค่าแค่ไหนต่อแฮ็กเกอร์

การขโมยข้อมูลนั้นมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันซึ่งพูดไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์อย่างเดียวเพราะหลายครั้งก็มีสาเหตุมาจากคนในด้วย อย่างไรก็ตามเราอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงมูลค่าของข้อมูลที่หลุดออกไปมากนักแต่อีกมุมหนึ่งในฝั่งผู้ร้ายข้อมูลที่มีขายในตลาดใต้ดินนั้นมีประโยชน์มากทีเดียว โดยในวันนี้ Trend Micro ได้มาชี้ให้เห็นถึงมูลค่าของข้อมูลที่รั่วไหลออกมาว่ามีความสำคัญอย่างไร ข้อมูลแต่ละประเภทมีค่าแตกต่างกัน งานวิจัยของ Trend Micro ได้เผยว่าข้อมูลแต่ละประเภทนั้นมีค่าไม่เท่ากันดังนี้ Financial Data ประกอบด้วยข้อมูลด้านธุรกรรมการเงิน การจ่ายบิลและกิจกรรมเกี่ยวกับการประกันภัยต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คนร้ายสามารถนำไปใช้เพื่อการปลอมแปลง เช่น ยื่นขอคืนภาษี ทำเรื่องการกู้ยืมเงิน ปลอมแปลงบัตรจ่ายเงิน การโอนเงิน รวมไปถึงนำไปใช้แบล็กเมล์เหยื่อหรือข่มขู่กรรโชกทรัพย์ แม้กระทั่งขโมยเงินออกจากบัญชีเหยื่อได้เลย Health Care ข้อมูลบันทึกในโรงพยาบาลการรักษาหรือประกันต่างๆ สามารถถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการแอบอ้างหลอกเอาค่าสินไหมทดแทน แม้กระทั่งเอาไปซื้อยาที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น Payment Card Information ชื่อบนบัตร เลขบัตรและวันหมดอายุของบัตรสามารถนำไปใช้ซื้อของออนไลน์ได้เลย ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายกว่าข้อมูลทางการเงินอีก Account Credentials พวกชื่อและรหัสผ่านของบัญชีต่างๆ ก็สามารถถูกใช้เพื่อแอบอ้างเรียกร้องค่าประกันได้เช่นกัน หรือ นำไปใช้สร้างสแปมและการหลอกลวงอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประเภทของบัญชีที่ได้มาด้วย Education Information พวกข้อมูลทรานสคิร์ปต์ของนักเรียน นักศึกษา หรือบันทึกในโรงเรียนและการเข้าเรียน ก็สามารถใช้เพื่อการปลอมแปลงตัวบุคคลและสร้างการกู้ยืมเพื่อการศึกษาปลอมขึ้นมาได้ด้วย รวมถึงการแบล็กเมล์และข่มขู่เจ้าตัว ข้อมูลในตลาดใต้ดินมีค่าแค่ไหน จากผลสำรวจของ Trend Micro…