ความท้าทายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ไม่มีใครพูดถึง
ภาพที่ 1 ความสูญเสียจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายขวาสุดโต่งในโลกตะวันตก https://www.economist.com/graphic-detail/2019/03/18/is-right-wing-terrorism-on-the-rise-in-the-west ความท้าทายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ไม่มีใครพูดถึง โดย Itti กรณีกราดยิงสังหารหมู่ชาวมุสลิมในมัสยิด 2 แห่ง (มัสยิดอัล นูร์กลางเมืองไครสต์เชิร์ชและมัสยิดชานเมืองลินวูด) ที่นิวซีแลนด์เมื่อ 15 มีนาคม 2019 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คน บาดเจ็บ 48 คน โดยนาย Brenton Harrison Tarrant ผู้ก่อเหตุอายุ 28 ปีสัญชาติออสเตรเลีย ถูกนำตัวไปขึ้นศาลด้วยข้อหาฆาตกรรมในเช้า 16 มีนาคม 2019[1] นอกจากเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของอุดมการณ์ขวาจัดและความรุนแรงในศตวรราที่ 21 ที่เป็นผลจากความเกลียดกลัว “ผู้อพยพ” ยังสะท้อนให้เห็นว่าเหตุรุนแรงดังกล่าวสามารถ “ป้องกันได้” หากหน่วยงานความมั่นคงไม่มองข้าม “สิ่งบอกเหตุ” ที่จำเป็นสำหรับการตรวจจับ สืบสวนและพิสูจน์ทราบเป้าหมาย “Lone Wolf”[2] ซึ่งหน่วยงานด้านการข่าวกรองอาจใช้เป็นกรณีศึกษาต่อไป แม้การโจมตีมัสยิดดังกล่าวเกิดขึ้นภายในห้วงระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือน หลังจากนาย Robert D. Bowersอายุ 46 ปี บุกเข้ากราดยิงใส่โบสถ์ชาวยิว Tree of Life Congregation ในเมือง Pittsburgh รัฐPennsylvania สหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 6 คน (27 ตุลาคม 2018)[3] แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าการก่อการร้ายของกลุ่มขวาจัดในโลกตะวันตกกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจาก 1) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเฉพาะการก่อเหตุรุนแรง เช่น การสังหารหมู่ที่เชื่อถือได้เท่านั้น 2) มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุยังไม่ได้มีความชัดเจนทุกกรณี3) ความยากลำบากในการนิยามความหมายของ “การก่อการร้าย”…






