ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนสร้างความกังวลแก่สหรัฐฯ

Visitors walk past an AI (Artificial Inteligence) security robot named APV3 with a facial recognition system at the 14th China International Exhibition on Public Safety and Security at the China International Exhibition Center in Beijing ความกังวลของสหรัฐฯ ต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของจีน มีอิทธิพลบางส่วนต่อการเจรจาการค้าที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างสองประเทศ ขณะที่สหรัฐเเละสหภาพยุโรปต่างพยายามออกมาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทจีน แต่นักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า บริษัทจีนเเละการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศของจีน อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับเครือข่ายสื่อสารไร้สายระบบ 5G สามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าได้ด้วยตัวเอง เเม้ว่าชาติตะวันตกจะปกปิดข้อมูลไม่ให้รั่วไหลก็ตาม มีรายงานว่าจีนมีความก้าวหน้ามากกว่าชาติตะวันตกในหลายด้าน เช่น ยวดยานขับเคลื่อนอัตโนมัติ เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเเละโดรนบางชนิด สถาบันด้านปัญญาประดิษฐ์อัลเลน ในสหรัฐฯ (Allen Institute of…

อย่าโหลดแอปเหล่านี้!!! ถ้าไม่อยากโดนขโมยข้อมูลส่งไปจีน

BuzzFeed analysis ค้นพบว่ามีหลายแอปบน Android ใน Play Store ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้และแชร์กับรัฐบาลจีน ซึ่งบางแอปมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง หลายแอปเหล่านี้เรียกว่าถูกรายงานว่าละเมิดผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งแอปส่วนนึงที่เป็นปัญหานั้นมีรายชื่อดังนี้ Total Cleaner Smart Cooler Selfie Camera WaWaYaYa AIO Flashlight Samsung TV Remote Control ปัญหาของแอปเหล่านี้ก็คือ ทางผู้พัฒนาได้ละเมิดกฎของ Play Store ด้วยการไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นใคร รวมถึงละเมิดสิทธิ์ผู้ใช้ด้วยการเข้าถึง permissions และส่งโฆษณามาให้ผู้ใช้ดู แอปอย่าง Samsung TV Remote Control จะมีการเข้าถึงไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงขณะที่เราดูทีวี จากนั้นก็จะส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีน, แอปไฟฉายนั้นก็จะมีขออนุณาตเข้าถึง permissions ต่างๆ ทาง Lifehacker ได้สืบสวนต่อจากข้อมูลของ BuzzFeed พบว่าแอปที่มีปัญหาทั้งหมดนั้นมียอดดาวน์โหลดรวมกันเกือบ 100 ล้านครั้ง โดยทางผู้พัฒนาได้ซ่อนข้อมูลไม่ให้รู้ว่าเป็นผู้พัฒนาจากประเทศไหนและใครเป็นเจ้าของแอป สิ่งนึงที่แอปนี้มีความคล้ายกันก็คือ เมื่อติดตั้งลงเครื่องแล้วจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลพิกัด, เซ็นเซอร์ต่างๆของมือถือ รวมถึงข้อมูลรายชื่อติดต่อ ลองมาดู Selfie Camera หนึ่งในแอปที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง…

รัฐสภาออสเตรเลียผ่านร่างกฎหมายเพื่อรับมือกับการเผยแพร่เนื้อหาที่มีความรุนแรงในสื่อสังคมออนไลน์

Australia has passed laws aimed at curbing the sharing of violent material on social media. Photograph: Reuters File Photo/Reuters   เมื่อ 4 เม.ย.62 รัฐสภาออสเตรเลียผ่านร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา Sharing of Abhorrent Violent Material เพื่อรับมือกับการเผยแพร่เนื้อหาที่มีความรุนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังเหตุการณ์ นาย Brenton Harrison Tarrant ชาวออสเตรเลีย ก่อเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ในเมืองไคร้สท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เมื่อ 15 มี.ค.62 และทำการถ่ายทอดสดผ่านสื่อฯ ส่งผลให้ออสเตรเลียเป็นผู้นำในการผลักดันให้บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายใช้พื้นที่สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือแสดงความเกลียดชัง กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook, Alphabet’s Google ซึ่งเป็นเจ้าของ Youtube หรือ Twitter…

เผยสถิติแนวโน้ม phishing ส่วนใหญ่โจมตีผ่านอีเมล กว่าครึ่งใช้ HTTPS เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและฝ่ายการเงินมีความเสี่ยงสูงสุด

บริษัท PhishLabs ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติและแนวโน้มการโจมตีแบบ phishing ในปี 2019 โดยรวมพบว่าในปีที่ผ่านมาปริมาณการโจมตีเพิ่มขึ้นกว่า 40% ผู้โจมตีใช้บริการออกใบรับรอง HTTPS ฟรีเพื่อทำให้เว็บไซต์ปลอมดูน่าเชื่อถือ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและฝ่ายการเงิน การโจมตีแบบ phishing เป็นการหลอกลวงให้เหยื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน โดยส่วนใหญ่ผู้ประสงค์ร้ายจะส่งลิงก์ของเว็บไซต์ปลอมมาทางอีเมล โปรแกรมแช็ต หรือทาง SMS โดยบริการที่มักถูกนำมาสร้างเป็นหน้าเว็บไซต์ปลอมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน อีเมล หรือบริการเก็บไฟล์แบบออนไลน์ จากสถิติของปี 2018 พบว่าผู้ประสงค์ร้ายนิยมใช้บริการเว็บโฮสติ้งฟรีเพื่อฝากหน้าเว็บไซต์ phishing นอกจากนี้ยังพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเว็บไซต์ปลอมที่พบในปี 2018 เป็นเว็บไซต์ที่เข้าผ่าน HTTPS ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ใช้สังเกตความผิดปกติได้ยากแล้วยังมีผลกระทบต่อความสามารถของระบบตรวจจับและป้องกัน phishing ด้วย แนวทางการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ phishing สามารถศึกษาได้จาก infographic ของไทยเซิร์ต ——————————————————– ที่มา : ไทยเซิร์ต / 17 เมษายน 2562 Link : https://www.thaicert.or.th/newsbite/

รายงานหน้า 2 : เปิดสาระสำคัญ‘กม.ใหม่’ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หมายเหตุ – สาระสำคัญบางส่วนของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. … ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. … เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตาม พ.ร.บ.นี้เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพ มาตรา 5 พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ไม่ว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยนั้น ได้กระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่นอกราชอาณาจักร พ.ร.บ.นี้ให้ใช้บังคับแก่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรโดยการดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เมื่อเป็นกิจกรรม ดังต่อไปนี้ (1) การเสนอสินค้าหรือบริการให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรไม่ว่าจะมีการชำระเงินของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ก็ตาม (2) การเฝ้าติดตามพฤติกรรมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักร มาตรา 6 “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 19 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น…

กลุ่มก่อการร้ายแสวงประโยชน์จากเหตุกราดยิงที่นิวซีแลนด์

ชาวมุสลิมและผู้นำทั่วโลกประณามเหตุสังหารหมู่ที่นิวซีแลนด์ VOATHAI.COM จากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เมื่อ 15 มีนาคม 62 ซึ่งก่อเหตุโดย นาย Brenton Harrison Tarrant อายุ 28 ปี ชาวออสเตรเลีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 50 คน กลายเป็นสถานการณ์ที่กลุ่มก่อการร้าย ทั้งกลุ่ม Islamic State (IS) และกลุ่ม AL-Qaeda (AQ) นำมาใช้บิดเบือนและแสวงประโยชน์ในการปลุกระดมผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุตอบโต้ โดยเฉพาะกลุ่ม IS ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ถึงขั้นที่โฆษกของกลุ่มต้องออกแถลงการณ์กล่าวถึงเป็นกรณีเฉพาะ หลังจากห่างหายจากการออกแถลงการณ์มานานกว่า 6 เดือน ขณะเดียวกันเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้มีแนวคิดรุนแรงตัดสินใจก่อเหตุเพื่อแก้แค้นให้กับพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบความเสี่ยงและเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเหตุโจมตีไคร้สท์เชิร์ช สื่อของกลุ่มก่อการร้ายต่างกล่าวถึงเหตุการณ์โจมตี และนำไปแสวงประโยชน์ โดยพยายามบิดเบือนข้อมูลกล่าวหารัฐบาลนิวซีแลนด์ เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนก่อเหตุโจมตีเพื่อแก้แค้นให้ชาวมุสลิมที่ถูกสังหาร และตอกย้ำว่าชาวมุสลิมไม่มีวันได้รับการยอมรับในประเทศตะวันตก อีกทั้งยังเปรียบเทียบการสังหารชาวมุสลิมที่เมืองไคร้สท์เชิร์ช ว่าเป็นเช่นเดียวกับการสังหารหมู่ชาวมุสลิมในหมู่บ้าน Baghouz ที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม IS นับเป็นการออกแถลงการณ์ครั้งแรกในรอบ…