‘ข่าวปลอม’ จากมุมมองนักปรัชญา เหตุผลของการมีอยู่และรับมือให้ได้

IN FOCUS สิ่งที่ทำให้ข่าวปลอมเป็นเรื่องวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากสิ่งที่เรียกว่า ฟองข้อมูล (Filter Bubble) ที่อัลกอริทึมจะจัดสรรเนื้อหาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล เครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถรับข่าวโดยที่มีความกังวลกับข่าวปลอมน้อยลงก็คือ การรู้จักแขวนความเชื่อ หรือยับยั้งความเชื่อ ข่าวปลอมเป็นปรากฏการณ์ที่ได้ยินมากในยุคการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ที่จริงแล้ว เนื้อหาจำพวกที่แสดงความคิดเห็นชวนให้เชื่อจนเกินข้อเท็จจริง เกิดขึ้นมาก่อนยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู ดังที่แต่ก่อนมีคำเรียกสื่อประเภทนี้ว่า สื่อเหลือง (เพราะแต่ก่อน หนังสือพิมพ์แนวใส่สีตีไข่ จะนิยมใช้สีเหลืองสีพิมพ์) แต่ข่าวปลอมกลายเป็นปัญหาใหญ่ในยุคที่สื่อสารผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการแพร่กระจายเนื้อหาในลักษณะไวรัล ซึ่งอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ทำให้ข้อมูลส่งต่อถึงกันได้รวดเร็ว และเชื่อมโยงไปยังการรับรู้ของคนอื่นๆ ได้ เพราะเมื่อเราส่งต่อ (แชร์) สิ่งที่เรารับรู้ออกไป เพื่อนเราก็จะรับรู้ไปด้วย นักปรัชญาอย่างฮิวเบิร์ต เดรย์ฟัส (Hubert Dreyfus) กล่าวถึงลักษณะของเว็บ 2.0 ไว้ว่าอินเทอร์เน็ตทำให้ความคิดเห็นของผู้ใช้อยู่ในระนาบเดียวกันกับข่าวที่มาจากสำนักข่าว ดังเช่นเพจดังที่สามารถแสดงความเห็นกับสังคมได้ราวกับเป็นสำนักข่าวมืออาชีพ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเว็บ 2.0 คือการที่ผู้ใช้สามารถนำเข้าข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นของตัวเองเข้าไปในระบบได้ นั่นจึงกลายเป็นว่า เมื่อมันอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้เชี่ยวชาญหรือมือสมัครเล่นก็สามารถเผยแพร่ข้อมูลของตนเองได้เท่ากัน สิ่งที่ทำให้ข่าวปลอมเป็นเรื่องวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากสิ่งที่เรียกว่า ฟองข้อมูล (Filter Bubble) ที่อัลกอริทึมจะจัดสรรเนื้อหาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalised Algorithm) เห็นได้ชัดจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่หน้าฟีดของเราจะมีแต่เรื่องที่เราสนใจ และเรามักจะได้รับการแนะนำเรื่องที่คล้ายๆ กันมาให้ หรือแนะนำเรื่องที่เพื่อนเราสนใจมาให้เรา โดยคิดว่าเราน่าจะชอบเหมือนเพื่อนของเรา…

ดาบสองคมของเทคโนโลยีจดจำใบหน้า

จิตรทัศน์ ฝักเจริญผล เรื่อง ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ โลกอัตโนมัติในฝันกับโลกจริงอันโหดร้ายอาจใกล้กันอย่างคาดไม่ถึง นึกถึงร้านค้าที่เราสามารถเดินเข้าไปเลือกสินค้าและหยิบของที่ต้องการออกไปได้โดยไม่ต้องคอยชำระเงิน แต่ราคาสินค้าทั้งหมดจะถูกหักจากบัญชีโดยอัตโนมัติ  นอกจากนี้ เมื่อเดินเข้าร้าน ข้อมูลสินค้าแนะนำที่เราชื่นชอบก็จะแสดงขึ้นมาโดยทันที สำหรับลูกค้าขาประจำเมื่อเดินเข้าร้านก็จะพบกับสินค้าที่ร้านคาดว่าน่าจะซื้อใส่ตะกร้าเตรียมให้เรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเมื่อวันก่อนเราได้เปรยกับเพื่อนในเครือข่ายสังคมว่าอยากซื้อแปรงสีฟันและน้ำยาบ้วนปากใหม่ ของทั้งสองชิ้นที่เคยปรากฏบนโฆษณาที่ได้กดไลก์เอาไว้ก็ถูกรวมอยู่ในตะกร้าแล้วเช่นกัน การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อนำมาใช้ทำนายพฤติกรรมในด้านต่างๆ เป็นสวรรค์ของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ออนไลน์ เช่น Google หรือ Facebook ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในด้านนี้ นั่นคือความสามารถที่จะขุด ‘เพชร’ ล้ำค่าที่อยู่ในข้อมูลต่างๆ ที่เก็บจากผู้ใช้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่บริษัทมีนั้นก็เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิตผู้ใช้เท่านั้น ชีวิตออนไลน์ไม่ว่าจะทิ้งร่องรอยไว้สำหรับขุดค้นมากเพียงใด ในปัจจุบันก็ยังมีช่องว่างระหว่างชีวิตออนไลน์กับชีวิตในโลกความจริงอยู่ กุญแจสำคัญในการเชื่อมต่อโลกของข้อมูลเข้ากับโลกความจริงที่ผู้ใช้กำลังเลือกหยิบสินค้า ก็คือเทคโนโลยีที่จะติดตามผู้ใช้ไปทุกแห่ง ทั้งบนโลกออนไลน์และบนโลกแห่งความจริงนั่นเอง เมื่อลองนึกถึงโอกาสทางธุรกิจก้อนโตในการเสนอสินค้าและบริการ (โฆษณา) ในจุดที่เรากำลังเลือกหยิบสินค้า หรือเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ระหว่างวัน ใครๆ ก็ย่อมพยายามมองหาวิธีพัฒนาเทคโนโลยีที่จะปิดช่องว่างระหว่างโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์นี้ เมื่อ Google ได้เริ่มปล่อยฝูงรถยนต์เก็บภาพข้างถนนและนำภาพเหล่านั้นมาแสดงประกอบบน Google Maps ผ่านทางบริการ Street View ในปี 2007 หลายคนรีบเข้าไปดูความมหัศจรรย์ของข้อมูลเหล่านี้ ก่อนจะพบภาพตนเองขณะแอบยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ร้านขายของใกล้บ้าน ไม่นานนัก Google…

แอปฯ แอนดรอยด์แอบเก็บข้อมูล แม้ผู้ใช้ไม่อนุญาต

รายงานล่าสุดระบุว่า แอปพลิเคชันในแอนดรอยด์แอบเก็บข้อมูลส่วนตัว แม้ผู้ใช้จะไม่อนุญาตให้เก็บข้อมูลก็ตาม โดยมีการประเมินว่ามีผู้ใช้ได้รับผลกระทบหลายร้อยล้านคน ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า แอปพลิเคชันยอดนิยมหลายแอปฯ บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ผู้ใช้โหลดจากกูเกิลเพลย์สโตร์แอบเก็บข้อมูลส่วนตัวจากโทรศัพท์ของผู้ใช้ แม้ผู้ใช้จะปฏิเสธไม่ให้แอปเก็บข้อมูลแล้วก็ตาม โดยแอปฯ เหล่านี้ใช้ “ช่องทางข้างเคียง” หรือ “เปลี่ยนช่องทาง” ในการเก็บข้อมูล เช่น เก็บข้อมูลจากแอปฯ อื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ การศึกษานี้จัดทำขึ้นโดยสถาบันวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ระหว่างประเทศ ศูนย์วิจัยไม่แสวงหาผลกำไร ร่วมกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์คลีย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร รวมถึงโครงการวิทยาศาสตร์ความมั่นคงของหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ และมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ทีมวิจัยครั้งนี้ได้ติดตั้งแอปฯ ยอดนิยมในแต่ละหมวดบนกูเกิลเพลย์สโตร์ รวมทั้งหมด 88,000 แอปฯ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ การศึกษาพบว่า มีแอปฯ ในแอนดรอยด์ประมาณ 60 แอปฯ ที่ใช้วิธีนี้ในการเก็บข้อมูลแล้ว และมีอีกหลายแอปฯ ที่เขียนโค้ดให้ใช้วิธีดังกล่าวในการเก็บข้อมูล โดยนักวิจัยประเมินว่า น่าจะมีผู้ใช้แอนดรอยด์ได้รับผลกระทบหลายร้อยล้านคน ในบางกรณี แอปฯ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์จะเก็บข้อมูลไว้ใน SD card ของโทรศัพท์ ซึ่งทำให้แอปฯ ที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้จาก SD card อีกทีหนึ่ง ส่วนอีกหลายกรณี ผู้ใช้อาจอนุญาตให้แอปฯ เข้าถึงข้อมูลโดยไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าตัวเองยอมรับเงื่อนไขอะไรไปบ้าง…

นักวิจัยเร่งศึกษาอาคาร “อัจฉริยะ” ตรวจจับและป้องกันภัยยิงสังหารหมู่

เหตุการณ์กราดยิงสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นติด ๆ กันในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดการถกเถียงกันเรื่องการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการครอบครองอาวุธปืน ในขณะที่อีกด้าน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Southern California หรือ USC ในรัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังทำการศึกษาอีกวิธีหนึ่ง ที่จะทำให้คนที่อยู่ในอาคารปลอดภัยจากความรุนแรงที่เกิดจากการยิงสังหาร การออกแบบและพฤติกรรม วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ที่ USC กำลังศึกษาการใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หรือ Virtual Reality เพื่อช่วยในการออกแบบอาคาร “อัจฉริยะ” ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยู่ในอาคารต้องตกเป็นเหยื่อของมือปืนสังหารหมู่ พวกเขากำลังศึกษาดูนวัตกรรมใหม่ ๆ หลายอย่าง เช่น ตำแหน่งป้ายทางออก จำนวนจุดซ่อนตัว หรือการใช้ผนังอาคารที่เคลื่อนตัวได้ Gale Lucas นักวิจัยที่สถาบัน Creative Technologies ของ USC บอกว่าก่อนที่จะมาดูเรื่องการออกแบบอาคาร จะต้องศึกษาก่อนว่า ผู้อาศัยหรือคนทำงานในอาคารจะทำตัวอย่างไรเมื่อมีมือปืนบุกเข้ามา และพฤติกรรมของพวกเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ หากมีการออกแบบตัวอาคารที่ต่างออกไป โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนเข้าช่วย Lucas บอกว่าในโลกความเป็นจริง การจะเปลี่ยนรูปแบบภายในอาคารทำได้ยาก แต่ในโลกความเป็นจริงเสมือน เธอสามารถเปลี่ยนรูปแบบอาคารอย่างไรก็ได้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามหลักจริยธรรม สิ่งที่อาจจะทำให้อาคารปลอดภัยมากขึ้น ประกอบด้วย จำนวนทางออก จุดซ่อนตัว และ การเลือกว่าจะใช้กระจกบานใสหรือบานขุ่นในตัวอาคาร…

การก่อการร้ายแบบผสานสองโลก (O2O): จุดตาย (Achilles’ heel) ของผู้ก่อการร้ายและการก่อการร้ายในเมืองใหญ่ ตอนที่ 2

“10 ปีที่ผ่านมาเราเสียท่าในเรื่องการข่าว เราไม่มีแหล่งข่าวในพื้นที่ ก็ขอฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามทำงานด้านการข่าวให้ใกล้ชิด ข่าวสารในจังหวัดต้องทันสมัย” พล.อ.ประวิตร กล่าว ที่มา: http://thansettakij.com/content/406819 ผู้เขียน : Itti           ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้คนส่วนมากมีเครื่องมือและโอกาสเท่าเทียมกันในการบรรลุจุดมุ่งหมาย ทั้งในเชิงสร้างสรรค์และทำลายล้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความเชื่อมโยง(connectivity) ของสิ่งต่างๆ ได้สร้างข้อได้เปรียบแก่ผู้ก่อการร้ายและพวกหัวรุนแรงสุดโต่ง ปฏิบัติการก่อการร้ายในอนาคตจะเป็นไปในโลกกายภาพ (physical world) และโลกเสมือน (virtual world) ตั้งแต่การชักชวนสมาชิกเข้าร่วม (recruitment)  ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติการ (implementation) ในแต่ละปีกลุ่มก่อการร้ายจะยังคงสังหารผู้คนจำนวนมากด้วยระเบิดหรือวิธีการอื่นๆ พวกหัวรุนแรงสุดโต่งจะมีทักษะทางเทคนิคเพิ่มขึ้นโดยพัฒนากลยุทธ์การชักชวน ฝึกอบรมสมาชิกและปฏิบัติการบนโลกเสมือน การเชื่อมโยงของเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลกจะทำให้เกิดความเข้าใจและเห็นการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้นในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน[1]           แม้ผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งมีความได้เปรียบ แต่เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้ผู้ก่อการร้ายมีความเปราะบาง (ผู้ก่อการร้ายกลุ่มเล็กๆทั่วโลกอาศัยความได้เปรียบในโลกเสมือนเคลื่อนไหวดำเนินกิจกรรมทำลายล้าง ซึ่งยากที่จะตรวจพบ) แต่พวกเขาจำเป็นต้องกินอาหารและมีที่อยู่อาศัยในโลกกายภาพเพื่อใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ในยุคดิจิตอลหน่วยงานความมั่นคงสามารถตรวจหาว่า ผู้ก่อการร้ายแยกการใช้เวลาอย่างไรในโลกเสมือนและกายภาพ แม้ผู้ก่อการร้ายมีความได้เปรียบในบางด้าน แต่สุดท้ายก็ทำพลาดและมีคนติดร่างแห ซึ่งทำให้การก่อความรุนแรงมีความยากลำบากมากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตผู้ก่อการร้ายจะเปลี่ยนไปปฏิบัติการในโลกเสมือนมากขึ้นโดยผสานควบคู่กับโลกกายภาพ           ผู้ก่อการร้ายในอนาคตจะพบว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นแต่มีความเสี่ยงสูงมาก การเสียชีวิตของโอซามา บินลาเดน ผู้นำอัล-ไคดา ในปี 2011 ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของการอยู่อาศัยในถ้ำอย่างแท้จริงของผู้ก่อการร้ายที่แยกตัวออกจากระบบนิเวศน์เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างน้อยเป็นเวลา 5 ปี โอซามาหลบเลี่ยงการถูกจับกุมโดยใช้ชีวิตแบบ off-line เพื่อความปลอดภัยเขาซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์ใน Abbottabad ปากีสถาน โดยไม่ได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ แต่มีผลทำให้อิทธิพลและการเข้าถึงอัล-ไคดาลดลงอย่างมาก โอซามาใช้วิธีการสื่อสารข้อมูลด้วย flash drives, hard drives และ DVDs อุปกรณ์ดังกล่าวทำให้สามารถติดตามการปฏิบัติการของเครือข่ายอัล-ไคดาทั่วโลกและเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับคนนำสาร (couriers) ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลจำนวนมากระหว่างโอซามาและเซลปฏิบัติการทั่วโลก ตราบเท่าที่โอซามายังคงหลบหนี…

การต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกงผ่านมุมมองสังคมนิยม

ที่มาภาพ democracynow.org พัชณีย์ คำหนัก แปล/เรียบเรียง รายงานสถานการณ์คัดค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกง วิเคราะห์ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเข้ามาของรัฐบาลจีนในฐานะทุนนิยมระบบราชการ นำไปสู่ประเด็นการต่อต้านทางเชื้อชาติ เสี่ยงขัดแย้งระหว่าง ปชช.ด้วยกัน ขณะที่ฝ่ายสังคมนิยมย้ำต้องเอาชนะ ‘ลัทธิท้องถิ่นนิยม’ ที่แบ่งแยกเชื้อชาติด้วย พร้อมมองการต่อต้านของหนุ่มสาว สู่บทบาทขององค์กรแรงงาน-ฝ่ายซ้าย นักวิชาการชี้ ‘นัดหยุดงาน’ เป็นการต่อสู้ที่สำคัญ เหตุลำพัง ‘ยึดพื้นที่’ ไม่เพียงพอในการขัดขวางการผลิตของระบบทุนนิยมทั้งระบบ ปรากฏการณ์ประท้วงร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของจีนในฮ่องกงที่มีคนหนุ่มสาวเป็นกำลังหลัก ได้มาถึงจุดที่คนทำงาน 350,000 คนจาก 20 ภาคส่วนนัดหยุดงานทั่วไปเมื่อวัน 5 สิงหาคม 2562 โดยเฉพาะการนัดหยุดงานของสมาชิกของสมาพันธ์แรงงานฮ่องกง และพนักงานของรัฐ จากรายงานของ Sadie Robinson ในบทความ First general strike in half a century deepens the revolt in Hong Kong (ใน Socialist Worker UK) ซึ่งนับว่าเป็นการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบครึ่งศตวรรษ การนัดหยุดงานที่ผ่านมามีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้นางแคร์รี่ แลม ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่การชุมนุมประท้วงยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2562 แม้ร่างกฎหมาย จะถูกระงับ…