สลด! ‘กลุ่มชายชุดทหาร’ บุกปลิดชีพพลเรือน 60 ศพ ในบูร์กินาฟาโซ

    สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มชายสวมเครื่องแบบของกองกำลังติดอาวุธแห่งชาติบูร์กินาฟาโซ บุกเข้าไปในหมู่บ้านคาร์มา จังหวัดยาเทนก้า ทางตอนเหนือของประเทศบูร์กินาฟาโซ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตราว 60 ราย ตามรายงานของอัยการท้องถิ่นเมื่อช่วงสายของวันที่ 23 เมษายน โดยล่าสุดได้เปิดการสืบสวนถึงเหตุโจมตีดังกล่าวแล้ว   นายลามีน คาโบเร อัยการศาลสูงเมืองวาฮิโกยา (Ouahigyouya) กล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา “ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกอพยพออกจากพื้นที่ และกำลังรักษาตัวในสถานพยาบาลของเรา” คาโบเรกล่าวพร้อมกับให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุได้ขโมยสิ่งของต่างๆ ไปอีกด้วย   หมู่บ้านคาร์มาตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนของประเทศมาลี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มมุสลิมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอัลเคด้า และขบวนการรัฐอิสลามที่ได้ก่อเหตุโจมตีหลายครั้งในช่วงหลายปี ฮิวแมนไรท์วอทช์เผยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า นับตั้งแต่ปี 2565 เหตุโจมตีใส่พลเรือนจากกลุ่มติดอาวุธได้เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กองกำลังความมั่นคงของรัฐและกองกำลังอาสาสมัครป้องกันได้ทำปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่รุนแรงหลายครั้งเช่นกัน   เหตุโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุโจมตีโดยกลุ่มไม่ทราบฝ่ายในหมู่บ้านโอเรมาใกล้กับเมืองวาฮิโกยา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กองกำลังอาสาสมัครป้องกันเสียชีวิต 34 ราย และทหารเสียชีวิต 6 ราย           —————————————————————————————————————————————— ที่มา :   …

นานาชาติอพยพพลเรือนพ้น “ซูดาน” สู้รบยืดเยื้อ-ตายกว่า 400 คน

    เหตุการณ์กองทัพซูดานปะทะกับกองกำลังกึ่งทหาร ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คน รัฐบาลหลายประเทศเร่งอพยพพลเมืองออกจากซูดาน หลังการสู้รบยืดเยื้อ   วันนี้ (23 เม.ย.2566) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การปะทะกันระหว่างกองทัพซูดาน และกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 413 คน   ขณะที่ทำเนียบขาว เผยแพร่แถลงการณ์ของ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้อพยพเจ้าหน้าที่รัฐบาลของสหรัฐฯ และครอบครัวออกจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นและเรียกร้องให้หยุดยิงทันที   ด้านกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ได้เริ่มเปิดภารกิจอพยพพลเรือนและเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากซูดานอย่างเร่งด่วน รวมไปถึงพลเรือนของยุโรปและชาติพันธมิตรด้วย แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม   ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศแรกที่อพยพพลเรือนออกจากซูดาน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า พลเรือนของหลายประเทศที่เป็นพี่น้องและเป็นมิตรกัน จะได้รับการอพยพพร้อมพลเรือนของซาอุดีอาระเบีย   ปฏิบัติการของซาอุดีอาระเบียได้อพยพผู้คนกว่า 150 คน…

ญี่ปุ่นทนไม่ไหวประกาศพร้อมสอย “ดาวเทียมจารกรรมทหารเกาหลีเหนือ” หากความจำเป็นบังคับ

    รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ แถลงสั่งการกองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่น เตรียมการหากจำเป็นต้องยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือ หากเกิดตกลงภายในดินแดนอาทิตย์อุทัย หลังวันพุธ(19) สำนักงานข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แถลงผู้นำเปียงยาง คิม จองอึน ยืนกราน ดาวเทียมจารกรรมลับทางการทหารมีขึ้นเพื่อสกัดภัยคุกคามจากอเมริกา   รอยเตอร์รายงานวานนี้(22 เม.ย)ว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวผ่านแถลงการณ์วันเสาร์(22)ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ยาซูคาสุ ฮามาดะ(Yasukazu Hamada)ออกคำสั่งให้กองกำลังปกป้องตนเองญี่ปุ่นเตรียมการให้พร้อมสำหรับในกรณีที่เขาจะออกคำสั่งยิงดาวเทียมสอดแนมเกาหลีเหนือหากเกิดตกลงภายในดินแดนของญี่ปุ่น   CNN ของสหรัฐฯรายงานเพิ่มเติมว่า ในแถลงการณ์ที่ออกมาจากกระทรวง ฮามาดะไม่ได้ปัดความเป็นไปได้ของการยิงทำลายจรวดที่จะนำดาวเทียมจารกรรมเกาหลีเหนือของการส่งเข้าสู่ชั้นวงโคจร   ซึ่งในเวลานี้กองกำลังปกป้องตัวเองญี่ปุ่นอยู่ในคำสั่งความพร้อมฉุกเฉินหากเกิดมีเศษชิ้นส่วนจรวดเกาหลีเหนือร่วงตกลงสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย   ในการเตรียมการรวมไปถึงการส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังจังหวัดโอกินาวา เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดจากมิสไซล์ที่ตกลงมา   CNN รายงานว่า ญี่ปุ่นมีแผนใช้ระบบมิสไซล์ป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต รุ่นก้าวหน้าความสามารถ-3 (Patriot Advanced Capability-3) แบบจากภาคพื้น และเรือรบพิฆาตติดระบบเอจิสติดมิสไซล์ สำหรับการเตรียมความพร้อมนี้   ทั้งนี้ก่อนหน้าประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ได้เคยกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยดาวเทียมจารกรรมดวงแรกของตัวเองเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากสหรัฐฯและเกาหลีใต้ สำนักข่าวทางการ KCNA รายงานวันพุธ(19)…

สกมช. จับมือ ซิสโก้ ยกระดับด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ให้กับเยาวชนและบุคลากร

  “สกมช.” จับมือ ซิสโก้ ยกระดับด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ให้กับเยาวชนและบุคลากร พร้อมรับมือภัยคุกคาม ด้วยหลักสูตรระดับสากล   สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมเพิ่มระดับความสามารถในการรักษาความปลอดภัย กับ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ห้องประชุม Confidential ชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566     สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หรือ NCSA ร่วมเสริมสร้างและแบ่งปันความรู้ด้านการรักษาความปลอดภัยเพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผ่านหลักสูตรในโครงการ Cisco Networking…

ปืนพกอัจฉริยะ Biofire ยิงไม่ออกหากไม่ใช่เจ้าของตัวจริง

    Biofire ปืนอัจฉริยะ ตรวจจับด้วยลายนิ้วมือ-ระบบสแกนใบหน้า 3 มิติ ยิงไม่ได้หากไม่ใช่เจ้าของตัวจริง   บริษัท ไบโอไฟร์ เทคโนโลยี (Biofire Technologies) จากรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าได้คิดค้นปืนพกที่มีเครื่องตรวจจับชีวภาพในชื่อ ไบโอไฟร์ สมาร์ท กัน (Biofire Smart Gun) ที่มีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ล็อกการใช้งานปืนป้องกันการนำไปใช้งานในทางที่ผิด   โดยบริษัทระบุในเว็บไซต์ว่า ปืนไบโอไฟร์ขนาด 9 มม. สามารถป้องกันสถานการณ์ปืนผิดมือ และไม่สามารถยิงได้หากเจ้าของปืนไม่หยิบขึ้นมาใช้ จึงสามารถนิยามได้ว่าเป็นปืนอัจฉริยะที่ยิงได้เฉพาะเป้าหมายที่เจ้าของปืนต้องการ เพื่อป้องกันเหตุการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่เด็กหรืออาชญากรหยิบปืนไปใช้งาน   “สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต ปืนไบโอไฟร์จะใช้งานได้ง่ายเหมือนกับอาวุธปืนปกติ และด้วยระบบ การ์เดียน ไบโอเมตริก เอนจิน (Guardian Biometric Engine) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Biofire สามารถตรวจจับลายนิ้วมือทั้งยังมีระบบจดจำใบหน้า 3 มิติเพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้ในทุกสถานการณ์ ผู้ใช้สามารถปลดล็อกปืนได้ในทันทีจับปืนขึ้นมา ไม่ต้องใช้รหัส ปุ่ม หรืออุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น”…

รัสเซียขับนักการทูตเยอรมนี “มากกว่า 20 คน” ลั่น “คือการตอบโต้แบบเดียวกัน”

    รัสเซียเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของเยอรมนี “มากกว่า 20 คน” เท่ากับจำนวนนักการทูตของรัฐบาลมอสโก ซึ่งต้องเดินทางออก ตามคำสั่งของรัฐบาลเบอร์ลิน   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า นักการทูตของเยอรมนี “มากกว่า 20 คน” ถือเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกจากรัสเซีย “ภายในระยะเวลาที่กำหนด” มาตรการดังกล่าว “คือ การตอบโต้แบบเดียวกัน” กับที่เยอรมนีเนรเทศเจ้าหน้าที่การทูตของรัฐบาลมอสโก   ด้านแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า มีการหารือหลายครั้งกับรัฐบาลมอสโก ในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับจำนวนบุคลากรการทูตของทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลเบอร์ลินมีเป้าหมายคือ เพื่อต้องการลดจำนวน “การแฝงตัวในคราบสายลับ” ของเจ้าหน้าที่จากรัสเซียเท่านั้น     ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของทั้งสองประเทศรายงานว่า เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำรัสเซีย ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่การทูตของเยอรมนีซึ่งต้องเดินทางออกจากรัสเซียในรอบนี้ คือ 34 คน จากทั้งหมด…