ไฟไหม้ตึกสูงบังกลาเทศ คนหมดหนทางโดดหน้าต่างลงมาตาย ดับแล้ว 19 ศพ

เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ตึกสำนักงานในเมืองหลวงบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย รวมถึงคนที่หมดทางหนีจนต้องตัดสินใจกระโดดลงจากอาคาร… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ตึกสำนักงานสูง 22 ชั้น แห่งหนึ่งในเขตบานานี ของกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มี.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บอีกราว 73 ราย ขณะที่มีผู้ติดอยู่ในอาคารอีกหลายคน สถานการณ์เป็นไปอย่างโกลาหล ผู้คนที่ติดอยู่บนอาคารต่างส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้บันไดยาวทำลายกระจกหน้าต่างเพื่อสร้างเส้นทางหนี อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุราว 1 ชั่วโมง ยังมีผู้คนติดอยู่บนชั้น 13 และ 14 ของอาคาร โดยพวกเขาพยายามโบกมือเพื่อขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางควันไฟคละคลุ้ง กองทัพต้องส่งเฮลิคอปเตอร์หลายมาช่วยเหลือ ด้วยการหย่อนเชือกลงไปรับผู้ประสบเหตุ แต่มีรายงานด้วยว่า ชายหญิง 6 คนกระโดดหนีเปลวไฟลงมาจากหน้าต่างตกลงมากระแทกพื้นเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจในเวลาต่อมา โดยแพทย์ของคลินิกบานานี เผยว่า เหยื่อรายหนึ่งพยายามใช้สายเคเบิลโทรทัศน์ในการโรยตัวลงมา แต่กลับลื่นหลุดมือทำให้เขาตกลงมาเสียชีวิตจากความสูงราวชั้น 8 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากกองทัพเรือและทัพอากาศต่างพยายามช่วยกันเพื่อควบคุมเพลิง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมไม่ให้มันลุกลามได้สำเร็จ โดยทีมดับเพลิงที่เข้าไปในตึกพบว่า อาคารหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงธากา เนื่องจากการขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพิ่งมีสารเคมีที่ลักลอบเก็บไว้ในอพาร์ตเมนต์ระเบิด…

นายกฯฝรั่งเศสไล่ “หัวหน้าตำรวจปารีส” ออก เหตุควบคุมจลาจลเสื้อกั๊กเหลืองไม่ได้ สั่งแบนผู้ประท้วงเข้าเขตใจกลางกรุง

อเจนซีส์ – รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจปารีส พร้อมสั่งปิดเขตย่านเมโทรใจกลางกรุงปารีส ห้ามการประท้วงกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเข้าใกล้หากพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงร่วมอยู่ด้วย หลังความรุนแรงที่กลายเป็นจลาจลที่มีทั้งการปล้นสะดม ทำลายร้านค้า พร้อมจุดไฟเผาในเขตถนนย่านฌ็องเซลิเซ่เมื่อสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้ (18 มี.ค) ว่า นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เอดัวร์ ฟีลิป ประกาศมาตราการแข็งกร้าวในวันจันทร์ (18) หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสออกมายอมรับในความล้มเหลวในการเข้าจัดการกับเหตุจลาจลและการลอบวางเพลิงช่วงสุดสัปดาห์ “นับตั้งแต่วันเสาร์หน้าเป็นต้นไป เราจะสั่งห้ามการประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองในเขตที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในทันทีที่เราพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงแฝงตัวรวมไปถึงเป้าหมายในการสร้างความเสียหาย” ฟีลิปกล่าวผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ ฟีลิปยังได้สั่งให้ มิเชล เดลปูช์  (Michel Delpuech) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปารีสออกจากตำแหน่ง และให้ดิดิเยร์ลัลล์มองต์ (Didier Lallement) ที่ทำงานในภาคตะวันตกของฝรั่งเศสให้เข้ามารับทำหน้าที่แทน รัฐบาลฝรั่งเศสในเวลานี้ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจากเหตุที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงฝรั่งเศสไม่สามารถป้องกันความรุนแรง การลอบวางเพลิง และการปล้นสะดมร้านค้าบนย่านฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ช่วงสุดสัปดาห์ล่าสุดได้ พบกลุ่มผู้ประท้วงชุดดำจำนวนหลายร้อยคนของการเคลื่อนไหวเสื้อกั๊กเหลืองได้สร้างความเสียหายมากกว่า 7 ชั่วโมงระหว่างที่ผู้ประท้วงร่วม 10,000 คนเดินมาร์ชในเมืองหลวงฝรั่งเศส มีไม่ต่ำกว่า 90 แห่งของธุรกฺจและร้านค้า รวมไปถึงร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ชื่อดัง รวมไปถึง ร้านลองฌอมป์ (Longchamp) และร้านบุลการี(บุลการี่) ได้รับความเสียหาย และถูกเข้าขโมยสินค้าที่อยู่ด้านใน ส่วนธนาคารและภัตตาคารถูกจุดไฟเผา…

ระวัง พบการแพร่กระจายมัลแวร์โดยอาศัยข่าวกราดยิงที่นิวซีแลนด์และข่าวเครื่องบิน Boeing ตก

บริษัท 360 Enterprise Security Group ได้รายงานการแพร่กระจายมัลแวร์โดยอาศัยข่าวเครื่องบิน Boeing 737 Max 8 ตก โดยลักษณะการโจมตีจะส่งอีเมลที่อ้างว่าเป็นเอกสารหลุดที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของเครื่องบินตกพร้อมแนบไฟล์มัลแวร์มาในอีเมลฉบับดังกล่าว ผู้ประสงค์ร้ายปลอมที่อยู่ผู้ส่งอีเมลเป็น info(at)isgec.com และตั้งหัวข้ออีเมลว่า “Fwd: Airlines plane crash Boeing 737 Max 8” โดยแนบไฟล์มัลแวร์คือ MP4_142019.jar (ชื่อผู้ส่ง หัวข้ออีเมล และชื่อไฟล์แนบ อาจถูกเปลี่ยนได้) หากเหยื่อหลงเชื่อแล้วเปิดไฟล์แนบดังกล่าว จะถูกติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องเพื่อขโมยข้อมูลและเปิดช่องทางให้ผู้ประสงค์ร้ายเชื่อมต่อเข้ามาควบคุมเครื่องในภายหลัง อีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคือเหตุกราดยิงในประเทศนิวซีแลนด์จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ทาง US-CERT ได้ออกมาแจ้งเตือนระวังการหลอกลวงโดยอาศัยข่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายมัลแวร์ หลอกให้เข้าเว็บไซต์ปลอม หรือหลอกลวงให้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เป็นต้น การหลอกลวงโดยอาศัยเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะเหตุการณ์ความสูญเสียนั้นเป็นเทคนิคการโจมตีที่ได้ผลดีและมีรายงานผู้ตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ ผู้ใช้ควรพิจารณาก่อนแชร์ข่าว คลิกลิงก์ เปิดไฟล์แนบ หรือโอนเงิน เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ —————————————————– ที่มา : ThaiCERT / 18 มีนาคม 2562 Link…

ระวัง ! มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Clipper ดูดรหัสและข้อมูลในอุปกรณ์ของคุณ

นักวิจัยจาก ESET ค้นพบมัลแวร์ที่มากับแอพอันตรายบน Google Play Store บนแอนดรอยด์ ที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลบนคลิปบอร์ดได้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อมัลแวร์ “Clipper” โดยจ้องดูดข้อมูลรหัสผ่านและคีย์ไพรเวทบนอุปกรณ์ รวมทั้งแก้ไขที่อยู่วอลเล็ททั้งบิตคอยน์และ Ethereum ที่ถูกคัดลอกบนคลิปบอร์ดให้กลายเป็นที่อยู่วอลเล็ทของแฮ็กเกอร์แทนด้วย ผู้พัฒนามัลแวร์ตัวนี้ใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมของผู้ใช้เงินคริปโตทั้งหลายที่ไม่มานั่งจำหรือพิมพ์ที่อยู่วอลเล็ทที่ยาวเหยียดด้วยตัวเอง แต่มักใช้การคัดลอกและวางผ่านคลิปบอร์ดมากกว่า จึงกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของมัลแวร์ Clipper ตัวนี้ มีการพบมัลแวร์นี้ครั้งแรกบนแอพชื่อ MetaMask ซึ่งเป็นปลั๊กอินสำหรับเว็บบราวเซอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการโอนเงิน Ethereum บนเว็บทั่วไป ซึ่งใช้ได้กับทั้ง Chrome, Firefox, และ Brave ประเด็นคือ ปลั๊กอิน MetaMask จากผู้ผลิตที่ถูกต้องปลอดภัยนั้นมีให้ใช้เฉพาะบนพีซีเท่านั้น ดังนั้นแอพ MetaMask ที่โผล่ให้โหลดบนมือถือจึงกลายเป็นแอพปลอมของอาชญากรแทน จริงๆมัลแวร์ Clipper นั้นระบาดครั้งแรกบนพีซีที่ใช้วินโดวส์ตั้งแต่ปี 2017 และต่อมาก็หันมาระบาดในแอพบนสโตร์จากเธิร์ดปาร์ตี้ของแอนดรอยด์ แต่ล่าสุดไม่กี่วันนี้สามารถแฝงตัวเข้ามาอยู่ใน Google Play Store ทางการได้ ซึ่งแม้ทางกูเกิ้ลจะลบแอพอันตรายดังกล่าวแล้ว แต่ก็ทำให้เกิดคำถามถึงความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของสโตร์ทางการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ——————————————————– ที่มา : EnterpriseITPro / กุมภาพันธ์ 18, 2019 Link : https://www.enterpriseitpro.net/clipper-malware-play-store-replace-btc-eth-wallet-address/

เจ้าของเว็บ WickedGen เว็บขายรหัสผ่าน Netflix, Spotify, Hulu ถูกจับในออสเตรเลีย

ภาพจากตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ตำรวจรัฐบาลกลางออสเตรเลีย (Australian Federal Police – AFP) ออกจดหมายข่าวจับชายอายุ 21 ผู้ดำเนินการเว็บ WickedGen.com ที่ขายบัญชีผู้ใช้เว็บที่ต้องสมัครสมาชิกหลายเว็บ รวมถึง Netflix, Spotify, และ Hulu WickedGen อาศัยฐานข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่เคยรั่วมาก่อนหน้า แล้วนำมาตรวจสอบว่าใช้งานกับบริการเป้าหมายได้หรือไม่ เรียกว่า credential stuffing ก่อนที่เว็บจะปิดตัวลงไป ทางเว็บไซต์มีสมาชิกถึง 120,000 คน ขายบัญชีผู้ใช้ของบริการต่างๆ เกือบล้านบัญชี ทำเงินทั้งหมดประมาณ 300,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 6.7 ล้านบาท คดีนี้เริ่มมาจากฝั่ง FBI ที่สอบสวนตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แล้วจึงขอความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา 5 กระทง ตั้งแต่ความผิดทางอาชญากรรมคอมพิวเตอร์, การฟอกเงิน, การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล, และการละเมิดลิขสิทธิ์ —————————————————————— ที่มา : Blognone / 16 March 2019 Link…

NYT รายงาน อัยการกำลังสอบสวนที่ Facebook แชร์ข้อมูลให้ผู้ผลิตอุปกรณ์หลายราย

ภาพจาก Shutterstock โดย michelmond The New York Times รายงานว่า ตอนนี้อัยการกลางกำลังสืบสวนคดีเกี่ยวกับข้อตกลงแชร์ข้อมูลของ Facebook กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยคณะลูกขุนใหญ่ในนิวยอร์กได้ทำการสืบสวนและบันทึกหมายศาลว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ผลิตสมาร์ทโฟนอย่างน้อยสองราย ได้ทำข้อตกลงกับ Facebook เพื่อจะได้เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ เช่น รายชื่อเพื่อนและข้อมูลติดต่อโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อย่างชัดเจน โฆษกของ Facebook บอกกับ The New York Times ว่าบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบและสอบสวนปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และได้เปิดเผยต่อสาธารณะต่อประเด็นข้อสงสัยหลายครั้ง และบริษัทมุ่งจะทำเช่นนั้นต่อไป ประเด็นนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2018 ที่ The New York Times ออกมาเผยว่า Facebook แชร์ข้อมูลผู้ใช้ให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายช่วงสิบปีที่ผ่านมา และยังเปิดแชร์อยู่ โดยในตอนนี้ Facebook มีคดีฟ้องร้องค้างคาหลายอย่าง เช่น กระทรวงยุติธรรมกำลังสอบสวนเรื่องข้อมูลหลุดกับบริษัท Cambridge Analytica นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Facebook กำลังเจรจาปรับหลายพันล้านดอลลาร์กับ FTC เกี่ยวกับความล้มเหลวด้านการจัดการความเป็นส่วนตัว และยังมีการสืบสวนเรื่องข้อมูลหลุดในยุโรปที่อาจจบด้วยค่าปรับสูง 1.63 พันล้านดอลลาร์ ————————————————– ที่มา : Blognone…