Bitdefender เตือนมัลแวร์ Scranos ขยายฐานการโจมตีจากจีนสู่หลายประเทศแล้ว

credit : Bitdenfender Bitdefender ได้ออกรายงานเตือนผู้ใช้งานถึงมัลแวร์ที่ชื่อ Scranos ว่าได้ขยายการโจมตีจากจีนออกสู่หลายประเทศทั่วโลก เช่น อินเดีย โรมาเนีย บราซิล ฝรั่งเศส อิตาลี และอินโดนีเซีย โดยมัลแวร์ยังมีความสามารถครบเครื่องทั้ง Rootkit, Backdoor, ขโมยข้อมูล และ Adware ด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อหลายเดือนก่อนทาง Bitdefender ได้รายงานการค้นพบมัลแวร์ตัวนี้แล้วที่ประเทศจีนแต่ปัจจุบันพบการขยายวงการโจมตีเพิ่มขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ามัลแวร์ได้ปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชัน เช่น Video Player และ E-book Reader ที่มีการทำ Digital Signed ไว้ด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเครื่องผู้ใช้บล็อก สำหรับจุดเด่นของมัลแวร์ตัวนี้คือหน้าที่การเป็น Rookit เพราะเมื่อถูกติดตั้งแล้วจะคอยรักษาการเชื่อมต่อกับ Server และดาวน์โหลดโมดูลอันตรายอื่นๆ เข้ามาได้ สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมีดังนี้ ขโมยข้อมูลการจ่ายเงินในบัญชีจาก Facebook Amazon และ Airbnb ขโมย Credentials จากบัญชี Steam inject JavaScript ใน IE…

“เอกวาดอร์” โวยเจอโจมตีไซเบอร์ 40 ล้านครั้ง หลังถอนสถานะผู้ลี้ภัย “อาสซานจ์”

ป้ายเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจูเลียน อาสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ (เอเอฟพี) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางการเอกวาดอร์ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาว่า นับจากรัฐบาลเอกวาดอร์ได้ถอนสถานะผู้ลี้ภัยของนายจูเลียน อาสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฎว่าหน้าเว็บของหน่วยงานภาครัฐของเอกวาดอร์ได้ถูกมือดีโจมตีทางไซเบอร์ไปแล้วถึง 40 ล้านครั้ง นายแพทริซิโอ เรียล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของเอกวาดอร์ เปิดเผยว่า การโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวมีมาตั้งแต่วันพฤหัส(11 เม.ย.)ที่ผ่านมา โดยการโจมตีส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา บราซิล ฮอลแลนด์ เยอรมนี โรมาเนีย ฝรั่งเศส ออสเตรีย และ สหราชอาณาจักร รวมถึงในอเมริกาใต้ด้วย ทั้งนี้เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ของเอกวาดอร์ ประกาศถอนการให้ความคุ้มครองทางการทูตแก่นายอาสซานจ์ที่ได้รับการลี้ภัยอยู่ในสถานทูตเอกวากอร์ประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มานานถึง 7 ปี โดยผู้นำเอกวาดอร์ให้เหตุผลในการถอนสถานะดังกล่าวต่อผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉรายนี้ว่าเป็นเพราะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการภายในของประเทศอื่นและยังสอดแนมข้อมูลด้วย ——————————————————————- ที่มา : มติชน / 16 เมษายน 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1453855

ศาลรัสเซียจำคุกพลเมืองนอร์เวย์ 14 ปี ฐานเป็นสายลับล้วงตับเรือดำน้ำนิวเคลียร์

ฟรอด เบิร์ก วัย 63 ปี ถูกควบคุมตัวในมอสโกเมื่อปี 2017 เอเอฟพี – ศาลมอสโกในวันอังคาร(16เม.ย.) พิพากษาว่ายามชายฝั่งเกษียณอายุชาวนอร์เวย์รายหนึ่งมีความผิดตามข้อกล่าวหาเป็นสายลับและลงโทษจำคุกเขาเป็นเวลา 14 ปีฟรอด เบิร์ก วัย 63 ปี ถูกควบคุมตัวในมอสโกเมื่อปี 2017 ตามหลังปฏิบัติการหนึ่งของสำนักงานความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) ขณะที่คณะอัยการกล่าวหาว่าเขาสอดแนมเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของประเทศ ผู้พิพากษา อันเดร ซูโวรอฟ พบว่า เบิร์ก มีความผิดฐานจารกรรมและสั่งคุมขังเขาเป็นเวลา 14 ปีในทัณฑนิคมแห่งหนึ่งที่มีกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยอันเข้มงวด คำพิพากษาเมื่อวันอังคาร ถือเป็นเพียงครั้งเดียวในกระบวนการพิจารณาคดีที่มีการเปิดเผยแก่สื่อมวลชนและรายละเอียดมากมายของคดียังคงไม่ชัดเจน ขณะที่ทาง FSB ปฏิเสธแสดงควาคิดเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินของศาล เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน อดีตนายตำรวจรัสเซียรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าส่งมอบเอกสารของกองทัพเรือรัสเซียให้แก่เบิร์ก และถูกลงโทษจำคุก 13 ปี เบิร์ก ยอมรับสารภาพว่ามีหลายครั้งที่เขาทำหน้าที่ผู้ส่งข่าวให้กับหน่วยข่าวกรองนอร์เวย์ แต่อ้างว่าตอนนั้นเขาคิดว่าในซองเอกสารที่ได้รับเป็นเพียงแค่ซองใส่เงินเท่านั้น ทีมทนายความจำเลยแสดงความหวังว่าความพยายามทางการทูตจะสามารถโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามคำสั่งอภัยโทษ เพื่อที่ เบิร์ก จะได้รับการปล่อยตัวและกลับบ้าน อิลยา โนวิคอฟ หนึ่งในทนายความของเบิร์ก บอกว่าลูกความของเขายอมรับบทลงโทษของศาล “เขาคาดหมายว่ารัฐบาลของเขาจะใช้ความพยายามทางการทูต” พร้อมชี้แจงว่า…

รวบทูตนิวซีแลนด์ ซ่อนกล้องในห้องน้ำ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ ถูกควบคุมตัวหลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซ่อนกล้องขนาดจิ๋วไว้ในห้องน้ำสถานทูต เพื่อแอบดูคนเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ผู้ที่ถูกจับมีชื่อว่านาย”อัลเฟรด คีธิง”(Alfred Keating) อดีตนายทหารระดับสูงในกองทัพเรือของนิวซีแลนด์ ที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต และทำงานในตำแหน่งสูงสุดประจำสถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้น หลังจากมีคนไปพบกล้องขนาดจิ๋ว หลุดออกมาจากเครื่องทำความร้อนภายในห้องน้ำรวมชาย-หญิง จึงมีการแจ้งตำรวจให้มาสอบสวน ผลปรากฏว่า เจ้าหน้าที่พบ”ดีเอ็นเอ”(DNA) ของนายคีธิงติดอยู่กับตัวกล้อง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบชิ้นส่วนอื่นของกล้องอยู่ภายในเครื่องทำความร้อน โดยอยู่ในสภาพฝุ่นจับหนา จึงเชื่อว่ากล้องนี้น่าจะถูกติดตั้งไว้นานแล้ว จากการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของนายคีธิง เจ้าหน้าที่พบคลิปวิดีโอของคนที่ถูกแอบถ่ายประมาณ 20 คลิป แต่ที่ถูกลบไปแล้ว และถูกกู้กลับคืนมาได้นั้นมีมากกว่า 700 คลิป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพของคนเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำทั้งสิ้น ในส่วนของนายคีธิง ได้ปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ด้วยความที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนิวซีแลนด์ เขาจะถูกส่งตัวกลับไปนิวซีแลนด์เพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งถ้าหากพบว่ามีความผิดจริง เขาจะถูกจำคุกนาน 18 เดือน ——————————————————– ที่มา : PPTV / 9 เมษายน 2562 Link : https://www.pptvhd36.com/news/รวบทูตนิวซีแลนด์ ซ่อนกล้องในห้องน้ำ

วิกิลีกส์ : ย้อนรอยเอกสารการจัดซื้อผลิตภัณฑ์สอดแนมจากอิตาลี โดยกองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย

จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ ถูกจับกุมตัวที่สถานทูตเอกวาดอร์ ณ กรุงลอนดอน เมื่อ 11 เม.ย. หลังหลบหนีคดีมาเกือบ 7 ปี เขาเริ่มก่อตั้งวิกิลีกส์ในปี 2549 ร่วมกับคนร่วมอุดมการณ์ผ่านเครือข่ายเว็บไซต์ เจาะระบบข้อมูลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งไทย แล้วนำข้อมูลลับเหล่านั้นมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ข้อมูลที่เกี่ยวกับไทยส่วนหนึ่งเป็นรายงานของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ ที่ส่งถึงกรุงวอชิงตัน หลายเรื่องเกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ข้อมูล และเป็นประเด็นเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาของไทย แต่เรื่องที่สื่อไทยให้ความสนใจมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องที่กองบัญชาการกองทัพบก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ใน การสอดแนมโทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์ ในปี 2556 และ 2557 ทำให้มีการตั้งคำถามว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือไม่ การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่วิกิลีกส์ได้เผยแพร่อีเมลกว่า 1 ล้านฉบับของบริษัท แฮกกิ้ง ทีม (HT) ในวันที่ 8 ก.ค. 2558 โดยบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทจำหน่ายเครื่องมือสอดแนมสัญชาติอิตาเลียน หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เป็นสื่อไทยรายแรกที่มีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านบทความที่ตีพิมพ์ในวันที่ 19 ก.ค. 2558 โดยผู้สื่อข่าวได้ค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงต่าง ๆ จากการไล่อ่านอีเมลและเอกสารหลายร้อยชิ้นของ…

โรงงานผลิตของ Hoya ในไทยหยุดทำงาน 3 วันหลังถูกโจมตีไซเบอร์

Credit: Hoyavision.com Hoya Corporation โรงงานผลิตเลนส์และผลิตภัณฑ์ด้าน Optical ชื่อดังจากญี่ปุ่นถูกโจมตีไซเบอร์เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สายการผลิตบางส่วนในประเทศไทยต้องหยุดทำงานลงเป็นเวลานานถึง 3 วัน Hoya เปิดเผยว่า จากการโจมตีดังกล่าว มีคอมพิวเตอร์ราว 100 เครื่องติดมัลแวร์ หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามัลแวร์ถูกออกแบบมาให้ขโมยรหัสผ่านของผู้ใช้บนเครื่องและติดตั้ง Cryptocurrency Miner เพื่อลอบขุดเหรียญดิจิทัล อย่างไรก็ตาม จากการโจมตี Cryptojacking นี้เอง ทำให้บริษัทฯ รับทราบถึงความผิดปกติบน Network Server ส่งผลให้สามารถรับมือกับมัลแวร์ได้อย่างรวดเร็ว การโจมตีที่เกิดขึ้นนี้ทำให้พนักงานในโรงงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตของโรงงานลดลงถึง 60% ที่สำคัญคือการโจมตีส่งผลกระทบต่อระบบออกใบแจ้งหนี้ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นด้วย เคราะห์ดีที่ไม่มีข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอก แต่การโจมตีก็ทำให้สายการผลิตทำงานได้ช้าลง และมีบางส่วนต้องหยุดทำงานไปถึง 3 วัน —————————————————— ที่มา : TECHTALK Thai / April 9, 2019 Link : https://www.techtalkthai.com/hoya-corp-thailand-shut-down-for-three-days-from-cyber-attack/