ทำไมต้องสิงคโปร์? สถานที่ซัมมิต “ทรัมป์-คิม”

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันแล้วว่า การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐอเมริกากับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ จะจัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ “เราทั้งสองจะพยายามทำให้การประชุมสุดยอดเป็นช่วงเวลาพิเศษสุดเพื่อสันติภาพของโลก” ทรัมป์ ทวิตเมื่อวานนี้ ภาพ : AFP   กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ ยืนยันเช่นกันว่า สิงคโปร์จะเป็นเจ้าภาพ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากแสดงความหวังว่าการประชุมสุดยอดนัดหยุดโลกจะช่วยผลักดันอนาคตสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี การยืนยันในเรื่องนี้มีขึ้นหลังการไปเยือนกรุงเปียงยางครั้งที่สองของ นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ คนใหม่ เพื่อหารือเรื่องการประชุมเช่นกัน มีการคาดการณ์กันมาตลอดว่า สถานที่ใดที่จะได้ร่วมจารึกในประวัติศาสตร์สำหรับการประชุมสุดยอดที่ไม่เคยมีใครคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ มีการกะเก็งว่าอาจเป็นเขตปลอดทหาร กรุงเทพฯ เองก็เคยติดโผ หรือมองโกเลีย ก่อนมาลงตัวที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวเก็ง เนื่องจากหลายเหตุผลประกอบกัน ตั้งแต่ความเป็นกลาง ความปลอดภัย และประสบการณ์จัดประชุมสุดยอดระหว่างประเทศมาหลายครั้ง ประเทศเกาะเล็กแต่สุดทันสมัยมีระบบรักษาความปลอดภัยรัดกุมและได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองปลอดภัยที่สุดในเอเชีย การจำกัดสื่อและการชุมนุมในที่สาธารณะอย่างเข้มงวด เป็นบรรยากาศแวดล้อมที่เกาหลีเหนือน่าจะพอใจ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังอยู่ในสถานะที่หาได้ยากนั่นคือมีสัมพันธ์การทูตเป็นมิตรกับวอชิงตันและเปียงยาง เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และมีสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือเปิดดำเนินการเต็มรูปอยู่ในนครรัฐแห่งนี้   ภาพ : ไมค์ ปอมเปโอ -คิม จอง…

IBM ห้ามพนักงานใช้ USB หวั่นข้อมูลรั่วไหล

A USB-type stick device can measure HIV levels in the bloodstream. (Imperial College London / DNA ElectronicsImperial College London / DNA Electronics) บริษัทด้านเทคโนโลยี IBM ประกาศให้พนักงานของบริษัททั่วโลก ยกเลิกการใช้ USB Cards, SD Cards, และแฟลชไดรฟ์ ในการเก็บข้อมูลภายในองค์กร โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานโอนย้ายข้อมูลไว้ในเครือข่ายภายในขององค์กร พร้อมทั้งตั้งเป้าว่าพนักงาน IBM ทุกคนจะเลิกใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ภายในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม นาย Shamla Naidoo ผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยของ IBM ได้ประกาศนโยบายห้ามใช้ USB ซึ่งเริ่มใช้แล้วกับหลายแผนกในบริษัท ก่อนที่จะประกาศใช้กับบริษัท IBM ทุกแผนกทั่วโลก เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าของ IBM ภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงบนโลกไซเบอร์ที่แสนเปราะบางในปัจจุบัน และสอดรับกับกฏระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป ที่เตรียมสั่งปรับบริษัทที่ไม่ปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร ที่จะมีผลในวันที่ 25…

รวบยุ่นคาสนามบินดอนเมือง หอบซากระเบิดเคลย์มอร์-แมกกาซีนเอ็ม-16 บินกลับญี่ปุ่น มึนอ้างไม่รู้ผิด กม.ไทย

MGR Online – รวบหนุ่มญี่ปุ่นคาสนามบินดอนเมือง หอบแมกกาซีนปืนเอ็ม 16 ระเบิดเคลย์มอร์ รับซื้อมาจากเวียดนามกำลังจะเดินทางต่อไปญี่ปุ่น อ้างเป็นของสะสม ไม่รู้ผิดกฎหมายประเทศไทย อีโอดีเข้าตรวจสอบระบุยุทธภัณฑ์ทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้ วันนี้ (9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานดอนเมืองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การท่าอากาศแห่งประเทศไทย ว่าพบชายชาวญี่ปุ่นนำเครื่องยุทธภัณฑ์เป็นแมกกาซีนของอาวุธปืนเอ็ม 16 ขึ้นเครื่องบิน ปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่น จากการตรวจสอบพบว่า ชายชาวญี่ปุ่นกำลังจะเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยนำกระเป๋าสัมภาระผ่านเครื่องเอกซเรย์ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เจอแมกกาซีนปืน ระเบิดเคลย์มอร์ จึงขอตรวจสอบพบเครื่องยุทธภัณฑ์ต่างๆ เช่น ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล M 18 A 1 เคลย์มอร์ จำนวน 1 ทุ่น(ไม่มีดินระเบิด) ชนวนจุดระเบิด M 57 แม็กกาซีนปืนขนาด 5.56. มม.จำนวน 1 แม็ก (ชนิดยาว) แม็กกาซีนปืนขนาด 5.56. มม.จำนวน 13 แม็ก(ชนิดสั้น) แม็กกาซีนขนาด 7.62 มม.จำนวน 8 แม็ก…

กล้องวงจรปิดกว่า 60 ตัวในญี่ปุ่นถูกแฮกเกอร์เข้าถึงเพราะไม่เปลี่ยนรหัสผ่าน

  แฮกเกอร์จำนวนหนึ่งสามารถเข้าถึงระบบกล้องวงจรปิดกว่า 60 ตัวที่ผลิตโดย Canon Inc. ซึ่งถูกติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น โดยกล้องทั้งหมดมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อการดูภาพจากระยะไกล รายงานข่าวระบุว่าภาพจากกล้องบางส่วนจะปรากฏข้อความที่แฮกเกอร์ทิ้งไว้ว่า “I’m Hacked. bye2.” อยู่ด้วย หลังเกิดเหตุ เมืองยะชิโยะในจังหวัดชิบะ และเมืองอะเงะโอะในจังหวัดไซตะมะ ซึ่งสูญเสียการควบคุมกล้องวงจรปิดในพื้นที่คลองส่งน้ำ ต่างก็ออกมายอมรับว่าพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านของกล้องวงจรปิด แต่ใช้ค่าเดิมที่ตั้งมาจากโรงงาน ซึ่งหลังจากตรวจพบความผิดปกติจึงได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านและตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ส่วนทางด้าน Canon ได้ออกมาแนะนำผ่านทางเว็บไซต์ว่าผู้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดควรทำการเปลี่ยนรหัสผ่านเสียใหม่ นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับกล้องวงจรปิดในอีกหลายพื้นที่ เช่น ตลาดปลาในจังหวัดฮิโระชิมะ ศูนย์ดูแลผู้พิการในจังหวัดเฮียวโงะ และบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดโอกินาวะ   ———————————————————————————————————————————————- ที่มา : Blognone | wklk     /  วันที่ 7 พ.ค.61 ลิงก์ : https://www.blognone.com/node/102064

ตัวแทน AWS อาเซียนยืนยัน ระบบคลาวด์ไม่ได้ถูกแฮกกรณีข้อมูลหลุด, มีการป้องกันและแจ้งเตือนหลายชั้น

  เดือนที่แล้วมีประเด็นอื้อฉาวในวงการโทรคมนาคมและความปลอดภัยไซเบอร์ในบ้านเรา กรณีที่โอเปอเรเตอร์ทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุด จากการเปิด bucket บน S3 เป็นพับลิกแล้วอ้างว่าถูกแฮก วันนี้ Blognone ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Santanu Dutt ตำแหน่ง Senior Manager ฝั่ง Solution Architecture ของ AWS ในอาเซียน ซึ่งคุณ Santanu ยืนยันว่ากรณีดังกล่าว AWS ไม่ได้ถูกแฮกและระบบก็มีโซลูชันความปลอดภัยที่แน่นหนา หลายชั้น รวมถึงมีการแจ้งเตือนความผิดพลาดหรือความเสี่ยงต่างๆ อยู่ตลอดเวลา คุณ Santanu บอกว่า AWS ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีประเด็นด้านความปลอดภัยเป็นหนึ่งในปัจจัยตั้งต้นอันดับแรกๆ ขณะเดียวกันบริษัทก้ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกมากมาย โซลูชันด้านความปลอดภัยหลังบ้านก็ค่อนข้างครอบคลุมและหลากหลาย อย่างการยืนยันตนด้วย 2FA, ระบบบันทึก log ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบ, ระบบ Machine Learning ที่ตรวจสอบความปลอดภัยต่างๆ เป็นต้น     ที่สำคัญที่สุดคือ AWS มีการแจ้งเตือนประเด็นหรือความเสี่ยงต่างๆ บนหน้า Dashboard ที่เห็นได้ชัดและจะไม่หายไปจนกว่าจะแก้ไข…

พนักงานเฟซบุ๊กมีอภิสิทธิ์ ได้รับแจ้งเตือนเมื่อพนักงานคนอื่นส่องข้อมูลส่วนตัว

  เฟซบุ๊กถือข้อมูลส่วนตัวคนจำนวนมาก และบางครั้งพนักงานก็ใช้อำนาจในทางไม่ชอบไปส่องข้อมูลส่วนตัวที่ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ดู ปัญหาเช่นนี้ทำให้มีคำถามว่าพนักงานเฟซบุ๊กด้วยกันเองจะมีปัญหาพนักงานแอบส่องข้อมูลกันเองหรือไม่ และทางเฟซบุ๊กก็ออกมาตอบว่าสำหรับพนักงานของเฟซบุ๊กเอง จะได้รับแจ้งเตือนเมื่อมีพนักงานคนอื่นเข้าไปส่องข้อมูลในบัญชี โฆษกของเฟซบุ๊กระบุว่าบริษัทเคยพิจารณาว่าจะปล่อยฟีเจอร์ “แบบเดียวกัน” ให้กับผู้ใช้ทั่วไป แต่ก็ต้องคิดถึงผลกระทบที่ตามมา เช่น ฟีเจอร์นี้อาจจะกลายเป็นการเตือน “คนร้าย” ให้รู้ตัวเมื่อถูกสอบสวน เฟซบุ๊กระบุว่ามีพนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีการแจ้งเตือน และพนักงานเหล่านั้นก็ยังถูกตรวจสอบอย่างหนัก การเข้าถึงข้อมูลต้องตรวจย้อนกลับไปถึงบั๊กหรือเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุผลเหล่านั้นจะถูกตรวจสอบโดยผู้จัดการภายหลัง อย่างไรก็ดี มีพนักงานจำนวนหนึ่งถูกไล่ออกจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่เหมาะสมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา   ————————————————————————————————————————————————— ที่มา : Blognone | lew       วันที่ 6 พ.ค.2561 ลิงก์ : https://www.blognone.com/node/102052