สหรัฐฯผวา อาวุธทำลายล้างโลก ‘โดรนใต้น้ำนิวเคลียร์รัสเซีย’ ใกล้เสร็จแล้ว

อาวุธสุดร้าย ทำลายล้างโลก ของรัสเซีย “โดรนใต้น้ำติดหัวรบนิวเคลียร์” ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่ทดสอบขั้นสุดท้ายเท่านั้น เผยแสนยานุภาพสุดสะพรึงขนาดทำให้แผ่นดินไหวได้ แล่นได้ไกลถึงอเมริกา เมื่อ 24 ส.ค.63 เว็บไซต์เดอะ ซัน รายงาน อาวุธแสนยานุภาพสุดร้ายกาจ โดรนใต้น้ำนิวเคลียร์ เรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์ไร้คนขับ ของรัสเซีย ที่ถูกตั้งชื่อให้ว่า ‘โพไซดอน’ (Poseidon) ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยขณะนี้กำลังอยู่ในการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย หลังจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยโฉม ‘เขี้ยวเล็บ’ อาวุธสุดอันตราย ล่าสุดของกองทัพเรือรัสเซีย ข่มขวัญสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก เนื่องในวันกองทัพเรือรัสเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ‘การทดสอบโดรนใตน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์นี้ กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ และเรากำลังรอการทดสอบโดรนใต้น้ำนิวเคลียร์โพไซดอน’ เจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนเปิดเผยอย่างภาคภูมิใจ มีรายงานว่า ข้อมูลโดรนใต้น้ำติดหัวรบนิวเคลียร์สุดร้ายกาจ โพไซดอน ของรัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้หลุดออกมาถึงมือนักข่าวรัสเซีย ตั้งแต่ปลายปี 2558 ซึ่งขณะนั้น เรียกว่า ‘Ocean Multipurpose System Status-6’ ไม่ใช่ โพไซดอน ซึ่งตามรายงานของสื่อรัสเซีย เผยว่า โดรนใต้น้ำนิวเคลียร์โพไซดอนนี้ สามารถแล่นใต้น้ำด้วยความเร็ว 85…

Tesla รอด Ransomware เรียกค่าไถ่ด้วยมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ FBI เปิดเผยข้อมูลว่าได้ตามรวบตัว Egor Igorevich Kriuchkov ชาวรัสเซียวัย 27 ปีในข้อหาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่พยายามเรียกค่าไถ่หลายล้านดอลลาร์จากบริษัท Tesla โดยการโจมตีด้วย Ransomware จากเอกสารที่ FBI ได้ยื่นฟ้องและเผยแพร่โดยกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่าวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา Egor Igorevich Kriuchkov ได้ใช้ WhatsApp ติดต่อกับพนักงานของ VictimCompany A (Tesla) เป็นคนพูดภาษารัสเซียซึ่งไม่ใช่พลเมืองของสหรัฐฯ และทำงานใน Gigafactory Nevada 28 กรกฎาคม Kriuchkov ได้เดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ จากนั้นวันที่ 1 – 3 และ 7 สิงหาคมก็ได้เข้าไปพบพนักงานของ Tesla ถึงถิ่นเนวาดา ซึ่งได้พูดชักจูงให้เข้าร่วมขบวนการโดยต้องการให้ช่วยส่งมัลแวร์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของ Tesla เพื่อล้วงข้อมูลและใช้ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลทางออนไลน์เว้นแต่ Tesla จะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ต่อมาวันที่ 16 และ 17 สิงหาคมได้มีการประชุมผ่าน WhatsApp และยื่นข้อเสนอด้วยค่าจ้างเป็นสกุลเงินดิจิทัลหรือเงินสด…

บึ้มสองครั้งซ้อน! ถล่มทหาร-ตร.ฟิลิปปินส์ ดับอย่างน้อย 10 ศพ เจ็บอีกอื้อ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อช่วงราวเที่ยงวันของวันจันทร์ (24 ส.ค.) นี้ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิดโจมตีสองครั้งซ้อนขึ้นในเมืองโจโล จังหวัดซูลู ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีมือระเบิดฆ่าตัวตายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ได้ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ซึ่งรวมถึงทหารและตำรวจ พลโท คอร์เลโต วินลูอัน ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุโจมตีครั้งแรกเกิดมาจากระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายซุกซ่อนไว้บนรถมอเตอร์ไซค์ จอดอยู่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง บนถนนในเมืองโจโล ซึ่งเป็นพื้นที่มั่นของกลุ่มอาบูไซยัฟ ซึ่งกลุ่มมุสลิมติดอาวุธในประเทศ แรงระเบิดได้ทำให้ทหาร 5 นาย และพลเรือนอีก 4 ราย เสียชีวิตในเหตุโจมตีครั้งแรกนี้ และมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 16 นาย นอกจากนี้ ยังมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีกราว 20 คน ส่วนเหตุโจมตีครั้งที่ 2 เกิดขึ้นไม่นานหลังจากเหตุการณ์แรก ซึ่งเกิดขึ้นบนถนนเดียวกัน เมื่อมือโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายซึ่งเป็นผู้หญิงได้จุดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ————————————————– ที่มา :…

นักวิทย์สหรัฐฯค้นพบวัสดุชีวสังเคราะห์ เชื่อมเอไอ กับสมองคน

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯค้นพบวัสดุชีวสังเคราะห์สำหรับเคลือบส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปฝังในอวัยวะภายในของคนได้ เป็นการปูทางสู่เทคโนโลยีไซบอร์ก เชื่อมปัญญาประดิษฐ์เข้ากับสมองคนในอนาคต นักวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ ในสหรัฐฯ ค้นพบวัสดุเคลือบทำจาก “พอลิเมอร์ชีวสังเคราะห์” สำหรับใช้ในการเคลือบแผงวงจรไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถฝังเข้าไปในอวัยวะภายในอย่างสมองของคนได้ โดยไม่เกิดรอยขีดข่วนและไม่รบกวนการส่งคลื่นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับร่างกายของคน ซึ่งนับเป็นการแก้ปัญหาสำหรับการฝังวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อย่างทองคำ ซิลิคอน และโลหะ เข้ากับอวัยวะภายในของคนโดยไม่เกิดรอยแผลบนเนื้อเยื่อ เพื่อที่จะได้มีเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับมนุษย์ ในอนาคตมนุษย์จะสามารถใช้สมองสั่งการการทำงานของระบบเอไอได้ นายเดวิด มาร์ติน หัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยการค้นพบครั้งนี้ในการประชุมฤดูใบไม้ร่วง “เวอร์ชวล มีทติ้ง แอนด์ เอ็กซ์โป” ของสมาคมเคมีอเมริกัน โดยระบุว่า วัสดุเคลือบนี้ชื่อว่า “พอลิ(3,4-เอทิลีนไดออกซีไทโอฟีน)” (poly(3,4-ethylenedioxythiophene) หรือ PEDOT ซึ่งขั้นต่อไปจะมีการทดสอบการใช้งานอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์เคลือบวัสดุชีวเคมีที่ถูกฝังในสิ่งมีชีวิตต่อไป โดยบอกว่าที่ผ่านมามีหลายบริษัทใหญ่อย่าง “กลาโซ่ สมิธ ไคลน์” (Glaxo Smith Kline) และ “นิวรัลลิงค์” (Neuralink) ของนายอีลอน มัสก์ ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีไซบอร์ก โดยเชื่อว่าการค้นพบครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้อย่างน่าทึ่ง. —————————————————— ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ / 20 สิงหาคม 2563 Link…

Gmail มีช่องโหว่เปิดทางคนร้ายปลอมเมลว่ามาจากลูกค้า G Suite ทีมงานดองช่องโหว่นานกว่า 4 เดือนจนนักวิจัยเปิดเผย

Allison Husain นักวิจัยความปลอดภัยรายงานถึงช่องโหว่ระบบตรวจสอบที่มาอีเมล SPF และ DMARC และการส่งต่ออีเมลของบริการ G Suite ที่ทำให้คนร้ายสามารถปลอมอีเมลเป็นอีเมลจากเหยื่อที่เป็นลูกค้า G Suite ได้อย่างแนบเนียน Allison ระบุว่าได้รายงานช่องโหว่นี้ให้กูเกิลรับรู้ตั้งแต่ 3 เมษายนที่ผ่านมา แต่กูเกิลกลับทิ้งช่องโหว่นี้ไว้นานกว่าสี่เดือน ทำให้ Allison ตัดสินใจเขียนบล็อกเปิดเผยช่องโหว่และกูเกิลก็แพตช์ช่องโหว่นี้ในไม่กี่ชั่วโมง SPF (Sender Policy Framework) และ DMARC (Domain-based Message Authentication, Reporting, and Conformance) เป็นมาตรฐานที่สามารถลดอัตราการสแปมและการโจมตีแบบฟิชชิ่งได้ ด้วยการเปิดช่องทางตรวจสอบว่าอีเมลที่อ้างว่ามาจากโดเมนหนึ่งๆ เช่น [email protected] มาจากโดเมนที่อ้าง (example.com) จริงหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วอีเมลที่ผ่านการตรวจสอบเช่นนี้มักได้รับความไว้วางใจเป็นพิเศษ ทำให้ไม่ถูกโยนลงถังสแปม ขณะที่ตัวโปรโตคอลอีเมลโดยทั่วไปเปิดทางให้ผู้ใช้แก้ไขชื่อบัญชีที่มา เช่น เราอยากส่งอีเมลว่ามาจาก [email protected] ก็ทำได้ตลอดเวลา แต่มักจะโดนจัดเป็นสแปมหรือเตือนฟิชชิ่งเสียก่อนถึงอินบ็อกผู้รับ Allison พบช่องโหว่โดยอาศัยฟีเจอร์สองตัวของ G Suite คือ Default route หรือช่องทางรับอีเมลที่ไม่มีบัญชีอยู่จริง โดยฟีเจอร์นี้สามารถเปลี่ยนโดเมนที่มาของอีเมลได้ด้วย…

ธปท. ห้ามมือถือ ‘รุ่นเก่า’ ใช้โมบายแบงกิ้ง

ธปท.เคาะแนวนโยบายรักษาความปลอดภัยในการใช้บริการผ่านมือถือโมบายแบงกิ้ง ห้ามมือถือเวอร์ชั่นต่ำ-เจลเบรก เริ่มมีผล 31 ธ.ค.63 นี้ ด้าน “กสิกร”ลั่นระบบป้องกันความปลอดภัยแน่นเกินมาตรฐานแบงก์ชาติกำหนด“ยูโอบี” ขีดเส้นให้ลูกค้าอัพเดทเวอร์ชั่นมือถือก่อน 15 ก.ย. นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้มีการออกประกาศ เรื่องแนวนโยบาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการให้บริการทางการเงินและชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่(Guiding Principles for mobile banking security)โดยแนวนโยบายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 ธ.ค. 63 เป็นต้นไป ประกาศดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจบริการชำระเงินมีการให้บริการผ่านช่องทางอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นช่องทางหลัก และใช้บริการผ่านช่องทางดังกล่าว มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ มีหลากหลายซับซ้อนขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการและผู้ใช้บริการได้ ดังนั้นเพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการผ่านช่องทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ ธปท.จึงออกนโยบายเพิ่มเติม ซึ่งมีมาตรฐานควบคุมรักษาความมั่นคงปลอดภัย 2 ระดับด้วยกัน คือมาตรฐานขั้นต่ำ เช่น ไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เปิดสิทธิให้เข้าถึงระบบปฏิบัติการ (rooted/jailbroken) เข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น ,ไม่อนุญาตให้อุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการล้าสมัย ,ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการใช้แอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นต่ำกว่าผู้ให้บริการกำหนด  ส่วนมาตรการเพิ่มเติม เช่น ให้มีการกำหนด ตั้งค่า PIN หรือรหัสผ่านที่ซับซ้อน ในการเข้าใช้งานบนแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ยากต่อการคาดเดาฯลฯ ด้านนายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า…