เว็บไซต์ของการท่าฯ อิสราเอลถูกแฮกเกอร์อิรักโจมตีจนล่ม

เว็บไซต์การท่าอากาศยานของอิสราเอล (Israel Airports Authority) ถูกโจมตีทางไซเบอร์ด้วยวิธีการ Distributed Denial of Service (DDoS) หรือการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลไปยังเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายในเวลาเดียวกัน จนล่มไปราว 30 นาที โดยคาดว่าผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีคือกลุ่มแฮกเกอร์สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านที่มีฐานที่มั่นอยู่ในอิรัก โอเฟอร์ เลฟเลอร์ (Ofer Lefler) โฆษกประจำการท่าอากาศยานฯ เผยว่า ในช่วงเพียงไม่กี่นาที เว็บไซต์ขององค์กรประสบกับการโจมตีของแฮกเกอร์จำนวนหนึ่ง แต่ยืนยันว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อระบบ ก่อนหน้าการโจมตีนี้จะเกิดขึ้น แฮกเกอร์นิรนามก็เพิ่งจะโจมตีเว็บไซต์ของสื่อโทรทัศน์ Channel 9 และ Kan ซึ่งเป็นบริษัทกระจายเสียงและเผยแพร่ภาพสาธารณะของอิสราเอลจนล่มไป แฮกเกอร์ที่เป็นผู้ลงมือโจมตี Channel 9 และ Kan อ้างว่า ทำไปเพื่อแก้แค้นให้กับ กาเซม โซไลมานี (Qassem Soleimani) ผู้บัญชาการคุดส์ฟอร์ซแห่งกองพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Quds Force of the Iranian Revolutionary Guard Corps) ที่ถูกกองทัพสหรัฐอเมริกาลอบสังหารเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อ้างอิง…

ไต้หวันโชว์ศักยภาพการทหารใหม่ ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีน

FILE PHOTO: 12 F-16V fighter jets perform an elephant walk during an annual New Year’s drill in Chiayi   ไต้หวันเผยศักยภาพด้านการทหารใหม่ ด้วยการพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีฐานทัพอากาศและเข้าทำลายขีปนาวุธร่อนของศัตรูได้ รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ที่สามารถกำหนดพิกัดโจมตีได้ ตามรายงานของรอยเตอร์ เมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันอนุมัติงบประมาณด้านการทหารเพิ่มเติม 240,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 8,200 ล้านดอลลาร์ ในกรอบระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีนซึ่งอ้างสิทธิ์ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่มาโดยตลอด โดยในระยะนี้ความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันยกระดับถึงจุดสูงสุดใหม่ เมื่อจีนส่งเครื่องบินรบบินมาวนเวียนในน่านฟ้าไต้หวันอยู่บ่อยครั้ง ไต้หวัน มีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธมากกว่าเท่าตัว ให้ใกล้เคียงระดับ 500 ในปีนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรบของไต้หวัน ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมไต้หวันเมื่อเดือนที่แล้ว   FILE – A Taiwan navy Kidd-class destroyer launches…

“ทางหลวง” เฝ้าระวังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา 2 แห่ง หลังเกิดคาร์บอมบ์

“ทางหลวง” เร่งตรวจสอบเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณด่านพรมแดนเมียวดี-แม่สอด เชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 อ.แม่สอด จ.ตาก ระบุสะพานไม่ได้รับความเสียหาย และยังปิดใช้งาน เพราะโควิด พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชม. เพิ่มปลอดภัยสะพานไทย-เมียนมาทั้ง 2 แห่ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่บริเวณด่านพรมแดนเมียวดี-แม่สอด เชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ฝั่งประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เสียงระเบิดดังสนั่นจนถึงตัว อ.แม่สอด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ตัวอาคารด่านเมืองเมียวดี และร้านค้า อาคารพาณิชย์ บริเวณด่าน มีอุปกรณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีความห่วงใยจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงสั่งการด่วนให้แขวงทางหลวงตากที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวโดยด่วน     โดย ทล. ได้ตรวจสอบและขอเรียนชี้แจง ดังนี้…

เผยนาทีคาร์บอมเชิงสะพานฯไทย-พม่า มือมืดปล่อยรถไหลเข้าจุดก่อนบึ้มสนั่นเมียวดี

  เมียวดี/แม่สอด – เผยนาทีคาร์บอมบึ้มสนั่นเมียวดี-ตำรวจพม่าเจ็บ 2..พบมือมืดผู้ก่อเหตุขับรถเข้าพื้นที่ ก่อนโดดหนี-ปล่อยรถไหลเข้าจุด จนท.เมียนมา เห็นผิดสังเกตุยิงสกัดก่อนระเบิด คาดฝีกมือกลุ่มต้านรัฐบาลทหารเมียนมา     กรณีเกิดเหตุระเบิดบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เชื่อมระหว่าง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา กับบ้านริมเมย หมู่ 2 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสะพาน 2 นาย ทราบชื่อคือ ร.ต.ท.แยวีนไหน่ และ ส.ต.ต.วีนเต็งอู โดยทั้งคู่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมียวดี สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ร.ต.ท.แยวีนไหน่ ได้คุมกำลัง น.2 ส.4 ร่วมกับกองกำลังปกป้องชายแดนของเมียมมาหรือ BGF (Border Guard Force) จำนวน 8 นาย ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาได้มีรถยนต์บรรทุกสีขาว เคลื่อนไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุแต่ในรถไม่มีคนขับ ส.ต.ต.วีนเต็งอู ได้ใช้อาวุธประจำกายยิงสกัดจำนวน 6 นัด ทำให้รถเสียหลักพุ่งเข้าชนแนวกระสอบทรายข้างทางจนเกิดการระเบิดดังกล่าว…

ราวทะเลเพลิง! ‘โรงกลั่นน้ำมันเถื่อน’ ไนจีเรียระเบิด ไฟคลอกตายเกลื่อนกว่า 100 ศพ

  เกิดเหตุโรงกลั่นน้ำมันเถื่อนระเบิดทางตอนใต้ของไนจีเรียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 เม.ย.) ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งไม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่สื่อแพร่ภาพสลดทั้งร่างมนุษย์ และยานพาหนะถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก ตำรวจไนจีเรียระบุว่า จุดเกิดเหตุเป็นโรงกลั่นน้ำมันผิดกฎหมายซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรัฐริเวอร์ส (Rivers) และรัฐอีโม (Imo) ทางตอนใต้ของประเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติไนจีเรีย (NEMA) ยืนยันกับเอเอฟพีว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มจาก 80 เป็นเป็นอย่างน้อย 110 ศพ และยังมีผู้ที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟคลอกนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกหลายสิบราย อิดรีส มูซา หัวหน้าสำนักงานตรวจสอบและตอบสนองการรั่วไหลของน้ำมันแห่งชาติ (National Oil Spills Detection and Response Agency) ยืนยันว่าได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว และยอมรับว่าเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ฟีนาเฟซ ดัมนาเมเน ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อเยาวชนและสิ่งแวดล้อม (Youths and Environmental Advocacy Centre) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ ระบุว่า “ร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากถูกไฟคลอกจนระบุตัวตนไม่ได้ และมีบางรายที่พยายามหนีเอาชีวิตรอดจนไปติดคาอยู่บนต้นไม้” ด้านประธานาธิบดี มูฮัมมาดู บูฮารี ได้ออกคำแถลงเมื่อวันอาทิตย์ (24) ว่า…

การบินรัสเซียย้อนกลับไปยุคหิน นักบินเตรียมปิดระบบ GPS ของสหรัฐ

รัสเซียเล็งเลิกใช้ระบบ GPS นำทางในการบินเตรียมหวนกลับไปใช้ระบบของตัวเองแทน สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า ดมิทรี โรโกซิน ผู้บริหารองค์กรอวกาศรัสเซีย (Roscosmos) จะส่งข้อเสนอทางเทคนิคไปยังกระทรวงคมนาคมของรัสเซียและ Rosaviatsia หน่วยงานด้านการบินของรัสเซีย เกี่ยวกับการนำอุปกรณ์ Glonass ของรัสเซียที่สามารถรับสัญญาณจากระบบนำทางของจีนได้ มาใช้แทนระบบจีพีเอส (GPS) ของสหรัฐฯ “วันนี้เราจะส่งข้อเสนอทางเทคนิคไปยังกระทรวงคมนาคมของรัสเซียและ Rosaviatsia ให้ยกเลิกระบบจีพีเอสแล้วแทนที่ด้วยอุปกรณ์ Glonass ที่สามารถรับสัญญาณจากระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว (Beidou) ของจีนซึ่งเราทำงานร่วมกันอย่างประสบความสำเร็จมา 8 ปีแล้ว” โรโกซินเผยผ่านเทเลแกรม “ตอนนี้พวกเขาต้องรีบเร่งหาทางออก ทางแก้เพียงหนึ่งเดียวคือ ติดตั้งสถานี Glonass ในทุกสนามบินเพื่อส่งสัญญาณนำทางความแม่นยำสูง และติดตั้งตัวรับสัญญาณ Glonass ไว้ในเครื่องบินทุกลำที่ให้บริการในประเทศของเรา” ผู้บริหาร Roscosmos เผย ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์รายวัน Izvestia ของรัสเซียรายงานโดยอ้างหนังสือของ ดมิทรี ยาดรอฟ รองผู้อำนวยการ Rosaviatsia ที่มีถึง อิกอร์ มอยเซเยนโก ซีอีโอองค์กรบริหารการจราจรทางอากาศที่ระบุว่า องค์กรด้านการบินแนะนำให้สายการบินเตรียมทำการบินโดยไม่ใช้อุปกรณ์จีพีเอสของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าระบบจีพีเอสอาจถูกตัดหรือถูกรบกวนระหว่างบินอยู่เหนือน่านฟ้าภูมิภาคคาลินินกราด ทะเลดำ ใกล้กับฟินแลนด์…