ไฟแดง! Facebook เลิกอนุญาตบริษัทอื่นผสมข้อมูลออฟไลน์เพื่อ targeting โฆษณา

  เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมเบอร์ 1 ของโลกกำลังเร่งกำจัดจุดอ่อนของตัวเองเพื่ออุดช่องโหว่ป้องกันข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล ล่าสุด ประกาศปิดบริการ “พาร์ตเนอร์แคทากอรีส์” (Partner Categories) ซึ่งเปิดให้บริษัทอื่นที่เป็นพันธมิตร ผสมข้อมูลออฟไลน์เข้ากับข้อมูลผู้ใช้ Facebook เพื่อนำไปทำกิจกรรมทางการตลาดโดยเฉพาะการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา นอกจากนี้ Facebook ยังปรับใหม่หน้าตั้งค่า หรือ Setting ของตัวเอง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกำหนดความเป็นส่วนตัวได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางรายงานข่าวของสื่อสหรัฐฯ ที่มองว่า Facebook ได้ปรับให้ผู้ใช้ลบทิ้งบัญชีของตัวเองได้ง่ายขึ้นด้วย   หน้าใหม่ง่ายกว่าเดิม ในเวลาที่ Facebook ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษเรื่องความเสี่ยงข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล ล่าสุด Facebook ประกาศปรับปรุงหน้าการตั้งค่าผู้ใช้งาน 4 ด้าน เพื่อแก้ปัญหาผู้ใช้บางส่วนสับสน หาทางเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไม่พบหรือพบได้ยาก การปรับปรุง 4 ด้านของ Facebook ประกอบด้วยการยุบรวมเมนูการตั้งค่า Settings ทั้งหมดให้ค้นหาได้จากหน้าเดียว, การเพิ่มเมนูทางลัดให้ผู้ใช้ค้นหาและจัดการง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มเมนูใหม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลของตัวเอง (Access Your Information) ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหา จัดการ ดาวน์โหลด และลบ…

สหรัฐฯ-อียูพร้อมใจขับทูตรัสเซียกว่าร้อยคน ตอบโต้เหตุวางยาพิษอดีตสายลับ

  รัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้งชาติพันธมิตรและชาติที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ทั้งสิ้น 23 ประเทศ สั่งขับนักการทูตรัสเซียออกจากดินแดนของตนแล้วอย่างน้อย 116 คน เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีที่เชื่อว่าทางการรัสเซียลอบวางยาพิษอดีตสายลับในสหราชอาณาจักร ซึ่งต่างมองกันว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา เชื่อกันว่าคำสั่งของหลายประเทศในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ขับนักการทูตและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัสเซียในต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากที่นายเซอร์เก สกริปาล อดีตสายลับแปรพักตร์ของรัสเซียซึ่งปัจจุบันเป็นพลเมืองอังกฤษ และนางสาวยูเลียบุตรสาวของเขาถูกลอบทำร้ายด้วยสารพิษทำลายประสาทที่เมืองซอลส์บรีของสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นอกจากสหรัฐฯจะสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 60 คน และกำลังจะสั่งปิดสถานกงสุลรัสเซียในนครซีแอตเทิลแล้ว ชาติสมาชิกอียูซึ่งได้แก่ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปแลนด์, ลิทัวเนีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, อิตาลี, สเปน, เอสโทเนีย, โครเอเชีย, ฟินแลนด์, สวีเดน, ฮังการี, ลัตเวีย และโรมาเนีย ต่างก็สั่งขับนักการทูตรัสเซียในประเทศของตนด้วย     ประเทศอื่น ๆ อย่างแคนาดา, ยูเครน, แอลเบเนีย, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์ และมาซีโดเนีย ต่างก็ร่วมออกคำสั่งขับนักการทูตรัสเซียเช่นกัน ส่วนไอซ์แลนด์แถลงว่าจะระงับการเจรจาระดับสูงกับรัสเซียลงทั้งหมด และผู้นำประเทศจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกที่จะจัดขึ้นที่รัสเซียในเดือนมิ.ย.นี้…

ผลสอบไฟไหม้ห้างรัสเซียไม่มีสัญญาณ-ประตูหนีไฟถูกปิด

  ผลสอบสวนเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้ารัสเซีย เบื้องต้นพบสัญญาณเตือนภัยไม่ดังและประตูหนีไฟถูกปิดตาย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 64 ราย ยังสูญหายอยู่อีก 10 คน วันนี้ (27มี.ค.61) เจ้าหน้าที่สอบสวนของรัสเซียและผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ ไม่มีสัญญาณเตือนภัย และทางหนีไฟก็ถูกปิดตายระหว่างเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในห้างสรรพสินค้าและศูนย์บันเทิง “วินเตอร์ เชอร์รี” ในเมืองเคเมโรโว เขตไซบีเรีย ประเทศรัสเซียเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่ ผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 64 รายแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเด็กหลายคน ผู้สูญหายอีกประมาณ 10 คน และมีผู้บาดเจ็บ 10 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล คณะกรรมการสอบสวนรัสเซีย แถลงว่า จับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 4 คน หลังพบว่าอาคารแห่งนี้ละเมิดกฎหมายรุนแรงและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของห้าง ปิดระบบสัญญาณเตือน หลังได้รับแจ้งเกี่ยวกับเพลิงไหม้ คณะกรรมการสอบสวนกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยจากไฟไหม้ 2 คน ถูกควบคุมตัวมาสอบสวน พร้อมกับผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของห้าง และผู้จัดการของร้านค้าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจุดต้นเพลิง ส่วนผู้สูญหายมีรายชื่ออยู่10คน ซึ่งครูในท้องถิ่น กำลังพยายามตามหานักเรียนของพวกเขา ที่พักผ่อนอยู่ในช่วงวันหยุด แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้จำนวนนักเรียนที่มาเที่ยวยังห้างแห่งนี้ ด้านแอนตัน โกเรลคิน นักการเมืองเมืองเคเมโรโว…

รักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวบน “เฟซบุ๊ก”

  ในขณะที่ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กกำลังตกลงอย่างต่อเนื่อง และแฮชแทก #DeleteFacebook หรือ #ลบเฟซบุ๊ก กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในทวิตเตอร์ขณะนี้ คำถามสำหรับผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายคนคือ ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกใครเอาไปใช้บ้าง และเราสามารถทวงคืนมันกลับมาได้หรือเปล่า? คำถามนี้เกิดขึ้นจากกรณีข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทที่ปรึกษาด้านการเมือง เคมบริดจ์ อนาลิติกา (Cambridge Analytica) นำข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านคนไปใช้ และล่าสุดคณะกรรมาธิการสอบข้อเท็จจริงของสภาสามัญชนของอังกฤษ ก็ได้เรียกตัว มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก เข้าให้ปากคำ สำหรับเฟซบุ๊กแล้ว ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เป็นสิ่งจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาซื้อโฆษณา และเป็นที่รู้กันดีว่าเฟซบุ๊กสามารถเข้าใจตัวตนและสร้างโปรไฟล์ของผู้ใช้ขึ้นมาอย่างละเอียดลึกซึ้งผ่านการกดไลค์ การกดอันไลค์ ดูรูปแบบการใช้ชีวิต และความคิดทางการเมือง ของผู้ใช้ และด้วยเหตุนี้ คำถามที่สำคัญก็คือ เฟซบุ๊กได้ให้ข้อมูลเหล่านี้ไปกับใครบ้าง และเราจะทวงคืนข้อมูลส่วนตัวเรากลับมาได้หรือไม่   มาลองทดสอบไอคิวของคุณกัน เราหลายคนอาจเคยเล่น ควิซ หรือ แบบทดสอบบนเฟซบุ๊ก อาจจะเป็นทดสอบบุคลิกส่วนตัวคุณ หรือไม่ก็วัดระดับสติปัญญาหรือไอคิว และแบบทดสอบที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในขณะนี้คือแบบทดสอบที่ชื่อ This is Your Digital Life โดยบริษัทเคมบริดจ์   อนาลิติกา ถูกกล่าวหาว่าได้ใช้แบบทดสอบนี้เพื่อดึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายล้านคนไปใช้เพื่อชักจูงผลโหวตการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี…

เฟซบุ๊กอึ้ง ถูกดูดข้อมูลไปใช้ในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียชื่อดัง ได้ยุติการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท Strategic Communication Laboratories (SCL) และบริษัทด้านดาต้าอะนาไลติกส์อย่าง แคมบริดจ์ อะนาไลติกา (Cambridge Analytica) เนื่องจากพบว่ามีการเก็บและแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กประมาณ 50 ล้านคน โดยปราศจากการได้รับอนุญาตใด ๆ จากเจ้าตัว การกระทำดังกล่าวถือว่ากระทบต่อข้อกำหนดในการให้บริการของเฟซบุ๊ก และทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ข้อมูลที่บริษัทดังกล่าวเก็บไปได้นั้น ถูกนำไปใช้กับแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2016 หรือไม่ เนื่องจากมันเป็นข้อมูลจำนวนมากพอที่นักการตลาดสามารถสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคล รวมถึงสามารถสร้างโฆษณาที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ ผู้ที่ออกมาแจ้งความผิดปกติดังกล่าว คือ พนักงานในส่วน Academic ของมหาวิทยาลัย Cambridge ชื่อคริสโตเฟอร์ ไวลี่ ที่ได้มีการส่งข้อมูลเหล่านั้นไปยัง The Observer และนิวยอร์กไทม์ พร้อมอธิบายว่า บริษัทมีการกระทำบางอย่างที่อาจผิดศีลธรรม การรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้ ได้ทำให้หลายฝ่ายจับตามากขึ้นว่า แพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กไม่ปลอดภัย แต่เฟซบุ๊กก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลที่รั่วไหลนั้นไม่ได้เกิดจากเฟซบุ๊ก ตรงกันข้าม มันเป็นการส่งผ่านข้อมูลโดยศาสตราจารย์…

อังกฤษเตรียมขับนักการทูตรัสเซีย 23 คน เหตุวางยาอดีตสายลับรัสเซีย

  สหราชอาณาจักรเตรียมขับไล่นักการทูตรัสเซีย 23 คน ออกจากประเทศหลังจากทางการรัสเซียไม่ยอมอธิบายว่า สารพิษที่คิดค้นโดยรัสเซียถูกนำมาใช้กับอดีตสายลับรัสเซียในเมืองซอลส์บรีในอังกฤษได้อย่างไร นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า นักการทูตเหล่านี้ ซึ่งมีเวลา 1 สัปดาห์ที่จะเดินทางออกจากประเทศ ถูกระบุว่าเป็น “เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอย่างที่เปิดเผยตัว” เธอยังได้ถอนคำเชื้อเชิญที่จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียมาเยือนอังกฤษ และบอกว่าราชวงศ์อังกฤษจะไม่เดินทางไปรัสเซียรระหว่างที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. นี้ นายเซอร์เก สกริปาล วัย 66 ปี อดีตสายลับรัสเซียและบุตรสาวถูกลอบทำร้ายด้วยสารพิษทำลายประสาทกลุ่ม “โนวีชอก” (Novichok) ทั้งสองถูกพบอยู่ในสภาพหมดแรงและหมดสติบนม้านั่งหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองซอลส์บรี ขณะนี้ทั้งคู่ยังคงมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ และไม่ได้ทำตามกรอบเวลาที่สหราชอาณาจักรขีดเส้นตายเพื่อให้รัสเซียให้ความร่วมมือในกระบวนการสืบสวน ทำให้นางเมย์ประกาศมาตรการหลายอย่างเพื่อ “ส่งสัญญาณอย่างชัดแจ้ง” ไปยังรัสเซีย ดังต่อไปนี้ – ขับไล่นักการทูต 23 คน โดยให้กรอบเวลา 1 สัปดาห์ – ตรวจสอบเที่ยวบินส่วนตัว ด่านศุลกากร และสินค้าขนส่ง จากรัสเซียเข้มงวดขึ้น – สั่งระงับการดำเนินการทางทรัพย์สินของชาวรัสเซียในกรณีที่มีหลักฐานว่าอาจถูกนำไปใช้เพื่อข่มขู่ชีวิตและ- ทรัพย์สินของชาวสหราชอาณาจักร…