จับนักเตะไอวอรี่โคสต์ ศูนย์หน้าสโมสรดัง หลบแบล็กลิสต์มาค้าแข้งในไทย

  จับนักเตะไอวอรี่โคสต์ ศูนย์หน้าสโมสรดัง หลบแบล็กลิสต์เข้ามาค้าแข้งไทยลีก3 เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.ชาติชาย ตันติวุฒิวร ผกก.1 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. แถลงจับกุมนายดิกโก้ อะบู สัญชาติไอวอรี่โคสต์ ปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลอาชีพตำแหน่งศูนย์หน้าของสโมสรดังในไทยลีก 3 หลังจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมย่าน ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  (วิดีโอ) สืบเนื่องจากนายดิกโก้ มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าเข้ามาในประเทศไทยโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กก.1 บก.สส.สตม. จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวตรวจสอบในระบบไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) จนทราบว่าบุคคลดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมย่าน ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้ไปตรวจสอบยังสถานที่ดังกล่าว ก่อนเชิญตัวนายดิกโก้มาที่ กก.1…

รวบแล้ว1อส.ฉกอาก้า รับนำไปขายตามคืนได้6กระบอก

  จับแล้ว 1 อส. ขโมยปืนอาก้า 102 จากคลังปืน อส.เมืองนราธิวาส รับสารภาพนำไปขาย ตามคืนได้แล้ว 6 กระบอก เร่งค้นหาอีก 22 กระบอก จากกรณีปืนอาก้า  AK102 ของ กองร้อย อส.ที่ 2 อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส 28 กระบอก สูญหายไปไร้วี่แวว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 พ.ค. พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า สำหรับคดีที่ต้องดำเนินการมี 28 กระบอก ส่วนอำเภออื่นๆ ทางเจ้าหน้าที่ตอบคำถามไปแล้วว่า ปืนหายจากอำเภออื่นๆ  มีการดำเนินคดีไปหมดแล้ว โดยเป็นคดีลักษณะ อส.ถูกยิงแล้วคนร้ายขโมยอาวุธปืนไป ซึ่งปืน  28 กระบอก ทางเจ้าหน้าที่ได้เอาคืนมาได้แล้ว 6 กระบอก เหลืออีก 22 กระบอก ซึ่งกำลังดำเนินการติดตาม สำหรับประเด็นการสอบสวนตอนนี้เราทราบแล้วว่า ใครต้องมาให้การบ้าง และต้องตอบคำถามว่าอาวุธปืนหายไปไหน…

หน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่นพบข้อมูลรั่วไหล หลังมีการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

  ศูนย์ความพร้อมรับมือและยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติของญี่ปุ่น (NISC) และกระทรวงอีก 2 แห่งของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า พบการเข้าถึงเครื่องมือที่ใช้ในการแชร์ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ข้อมูลรั่วไหล โดยเครื่องมือดังกล่าวพัฒนาโดยบริษัทฟูจิตสึ ซึ่งได้ทำสัญญาเป็นผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงคมนาคมซึ่งได้รับผลกระทบในครั้งนี้ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นอีเมลอย่างน้อย 76,000 รายการของเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยงานภายนอก เช่น สมาชิกคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และเอกสารการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างรัฐบาลดิจิทัล NISC ระบุว่า ชื่ออุปกรณ์และกำหนดการซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น ได้รั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก อย่างไรก็ดี หน่วยงานรัฐบาลทั้งสามแห่งระบุว่า ระบบภายในขององค์กรยังคงทำงานได้ตามปกติ ทางด้านนายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นในฐานะโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงต่อสื่อมวลชนว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และกล่าวว่า “คาดว่าจะมีการโจมตีระบบโครงข่ายเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก”   ——————————————————————————————————————————————————— ที่มา :  สำนักข่าวอินโฟเควสท์       / วันที่เผยแพร่  27 พ.ค. 64 Link : https://www.infoquest.co.th/2021/91007

อินฟลูเอนเซอร์ฝรั่งเศสเผยถูกชักชวนแชร์ข่าวปลอมเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ แลกเงินก้อนโต

  สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ หรือ คนดังที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในฝรั่งเศส เปิดเผยว่า บริษัทโฆษณาลึกลับได้เสนอเงินก้อนหนึ่งแลกกับการเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกัคนดังที่มีอิทธิพลPfizerบข้อเสียของวัคซีนโควิด-19 จากบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ลีโอ กราสเซ็ต ยูทูบเบอร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน เปิดเผยในวันอังคารว่า ตนได้รับข้อเสนอเป็นเงินก้อนใหญ่เพื่อให้เผยแพร่ข้อมูลว่า วัคซีนของไฟเซอร์สร้างความเสี่ยงถึงชีวิตแต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลและสื่อกระแสหลักต่างพยายามปิดข่าวนี้ แต่ตนได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์ชาวฝรั่งเศสอีกหลายคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมากในทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต่างเผยว่าได้รับข้อเสนอในลักษณะเดียวกัน กราสเซ็ต กล่าวว่า ผู้ที่ติดต่อตนมานั้นใช้ชื่อว่า แอนตัน (Anton) ซึ่งขอให้ตนจัดทำวิดีโอความยาว 45 – 60 วินาทีเพื่อโพสต์ทางอินสตาแกรม ยูทูบ และติกต็อก โดยให้บอกว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ฉีดวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์ สูงกว่าวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ถึงสามเท่า พร้อมให้กล่าวหาว่าเป็นความผิดของสหภาพยุโรปที่สั่งซื้อวัคซีนของไฟเซอร์จำนวนมาก ทั้งที่เป็นวัคซีนที่ผูกขาดและเป็นอันตราย แอนตันยังบอกด้วยว่าตนทำงานให้กับบริษัทโฆษณาชื่อ Fazze ซึ่งมีงบประมาณจำนวนมากสำหรับการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 รวมทั้งวัคซีนของบริษัทต่าง ๆ ที่ผ่านการรับรองให้ใช้ในยุโรป แต่กราสเซ็ต บอกว่าตนได้ตอบปฏิเสธไปทางอีเมล์พร้อมทั้งได้แสดงหลักฐานเป็นอีเมล์ตอบโต้กับแอนตันให้ทางสำนักข่าวเอพีดูด้วย อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีระบุว่า เว็บไซต์ของบริษัท Fazze…

ออสเตรเลียสั่งปิดสถานทูตในคาบูลกะทันหัน อ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย

  เอเอฟพี – แคนเบอร์รา เมื่อ 25 พ.ค. สั่งปิดสถานทูตออสเตรเลียในกรุงคาบูลอย่างกระทันหันในสัปดาห์นี้ โดยให้เหตุผลวิตกต่อสถานการณ์ไม่แน่นอนในอัฟกานิสถานท่ามกลางการแห่ถอนกำลังกองกำลังต่างชาติกลับประเทศ เอเอฟพีรายงานเมื่อ 25 พ.ค. ว่า กลุ่มติดอาวุธตอลีบานที่เพิ่มการโจมตีทั่วประเทศในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาออกมาแสดงปฎิกริยาโดยชี้ว่า จะให้ความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมให้กับเหล่านักการทูตและองค์กรด้านการบรรเทาทุกข์ต่างๆ สหรัฐฯและกองกำลังพันธมิตรกำลังอยู่ในเฟสสุดท้ายของการถอนกำลังที่เหลือออกไปจากอัฟกานิสถาน สิ้นสุดการสู้รบที่ยาวนานที่สุดของสหรัฐฯ แต่ทำให้อัฟกานิสถานต้องตกอยู่ในอนาคตที่ไม่แน่นอนภายใต้อุ้งมือของกลุ่มตอลีบาน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สกอตต์ มอร์ริสสัน กล่าวว่าสถานทูตออสเตรเลียจะปิดทำการเป็นเวลา 3 วัน และพบว่ามีกองกำลังออสเตรเลียราว 80 นายจะเดินทางกลับประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการถอนกำลังออสเตรเลียกลับประเทศ โดยที่ไม่มีกองกำลังเล็กๆหลงเหลือหรือการสนับสนุนจากกองกำลังสหรัฐฯที่มีจำนวนมากกว่า มอร์ริสสันกล่าวว่า ไม่มีความแน่นอนเพิ่มมากขึ้นต่อสถานการณ์ความมั่นคงภายในอัฟกานิสถานหลังจากนี้ “รัฐบาลได้รับคำแนะนำว่าจะไม่สามารถให้หลักประกันทางความมั่นคงต่อเจ้าหน้าที่การทูตของเราที่ยังคงทำงานอยู่ที่นั่น” เขากล่าวผ่านแถลงการณ์ ในยังนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงเหตุภัยคุกคามเจาะจงต่อสถานทูตออสเตรเลียที่ตั้งอยู่ในเขตกรีนโซนที่มีความมั่นคงสูงซึ่งไม่ห่างจากที่ตั้งสถานทูตสหรัฐฯเท่าใดนัก ด้านกระทรวงต่างประเทศอัฟกานิสถานกล่าวผ่านแถลงการณ์ หวังว่าทางออสเตรเลียจะเปลี่ยนการตัดสินใจขณะที่ลูกจ้างสถานทูตออสเตรเลียซึ่งเป็นชาวอัฟกันได้แสดงความรู้สึกหวาดวิตกต่อสถานการณ์ไม่มั่นคงในอนาคตของตนเอง หนึ่งในลูกจ้างชาวอัฟกันแสดงความเห็นต่อเอเอฟพีว่า “ผมได้เอาชีวิตเข้าปกป้องสถานทูต…และในเวลานี้พวกเขากำลังจากพวกเราไป พวกตาลีบานมีชื่อพวกเรา พวกเราอยู่ในความกลัวเวลานี้” ขณะเดียวกันกลุ่มติดอาวุธตอลีบานออกแถลงการณ์ 25 พ.ค.แจ้งไปยังสถานการทูตต่างชาติสามารถปฎิบัติงานได้ตามปกติโดยให้หลักประกันด้านความปลอดภัยมีใจความว่า “(พวกเรา)ไม่แสดงความเป็นภัยต่อพวกเขา” โฆษกโมฮัมหมัด นาอีม(Mohammad Naeem)กล่าวกับเอเอฟพี เอเอฟพีรายงานว่า นักการทูตชาติตะวันตกและเจ้าหน้าที่การทหารในเวลานี้ต่างพยายามหาหนทางที่จะให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตพลเรือนอัฟกานิสถานในอนาคตด้วยความวิตกต่อกลุ่มติดอาวุธตอลีบาน ทั้งนี้แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่การทหารต่างชาติในกรุงคาบูลเปิดเผยว่า สถานทูตต่างชาติที่ยังคงเปิดทำการอยู่ในเวลานี้เกี่ยวข้องกับการบรรเทาทุกข์ แต่หากว่าทางเจ้าหน้าที่เป็นอันตรายก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะคงอยู่ต่อไป   ————————————————————————————————————————————- ที่มา :…

เบื้องหลังปฏิบัติการอุกอาจ เบลารุสจี้เครื่องบินจับฝ่ายต้านรัฐบาล

  เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับชาติตะวันตกที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว ขณะนี้เบลารุสกำลังถูกชาติตะวันตกรุมประณามและคว่ำบาตร รวมทั้งไม่บินเข้าน่านฟ้าหลังจากส่งเครื่องบินเจ็ตขึ้นประกบเครื่องบินโดยสารของสายการบิน Ryanair แล้วบีบบังคับให้ลงจอดที่สนามบินในกรุงมิตสก์ของเบลารุส เพื่อจับกุมตัวนักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล   1.เครื่องบินของสายการบิน Ryanair เที่ยวบิน FR4978 อยู่ระหว่างการเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซไปยังกรุงวิลนีอุสของลิทัวเนียตามปกติ แต่แล้วขณะอยู่เหนือน่านฟ้าของเบลารุส 2 นาทีก่อนที่เครื่องกำลังจะเข้าสู่น่านฟ้าของลิทัวเนีย ก็ได้รับแจ้งจากหอควบคุมการบินของเบลารุสให้เปลี่ยนเส้นทางกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในกรุงมินสก์ของเบลารุส โดยอ้างว่าบนเครื่องบินลำดังกล่าวมีระเบิด พร้อมกับส่งเครื่องบินขับไล่ Mig-29 ของกองทัพเบลารุส 4 ลำบินประกบ   2.หลังเครื่องลงจอดเจ้าหน้าที่เบลารุสส่งสุนัขดมกลิ่นมาตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารทั้งหมด แต่ไม่พบระเบิดตามที่กล่าวอ้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเบลารุสได้เข้าไปจับกุมตัว รามัน พราทาเซวิช (Roman Protasevich) นักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเบลารุสวัย 26 ปีพร้อมกับ โซเฟีย ซาเพกา แฟนสาวชาวรัสเซีย และพาตัวทั้งคู่ออกไป ส่วนเครื่องบินของ Ryanair หลังจอดชั่วคราว 7 ชั่วโมงก็กับขึ้นบินไปยังจุดหมายปลายทางอีกครั้ง   3.การไม่พบระเบิดนำมาสู่ข้องสังเกตว่า ทางการเบลารุสใช้ระเบิดเป็นอุบายให้เครื่องบินลงจอดเพื่อจับกุมตัวพราทาเซวิช ส่วนสำนักข่าว BelTA ของเบลารุสรายงานว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชงโก เป็นคนสั่งให้เครื่องบินเจ็ตขึ้นบินประกบเครื่องบินของ Ryanair…