Clearview AI จะได้รับสิทธิบัตรเทคโนโลยี AI จดจำใบหน้าในสหรัฐฯ

  Politico ได้รายงานว่า Clearview AI บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ช่วยจดจำใบหน้าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูงในยุโรป กำลังจะได้รับสิทธิบัตรจาก สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐฯ หรือ USPTO (US Patent and Trademark Office) ทาง Politico ได้ระบุว่า ทาง USPTO ได้ออกหนังสือแจ้งการรับจดทะเบียน (Notice of Allowance) ให้แก่ Clearview AI ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะอนุมัติให้ Clearview AI ยื่นจดสิทธิบัตรระบบ AI จดจำใบหน้าดังกล่่าวได้ เทคโนโลยี AI จดจำใบหน้าของ Clearview AI นั้น เป็นระบบสแกนใบหน้าบุคคลในปรากฏในข้อมูลอินเทอร์เน็ตสาธารณะและฟุตเทจกล้อวิดีโอวงจรปิดขนาดใหญ่ เพื่อค้นหาบุคคลตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด     Hoan Ton-That ผู้ก่อตั้ง Clearview AI ได้กล่าวอ้างว่านี่เป็นสิทธิบัตรเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าชิ้นแรกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ ซึ่งทางบริษัทจะขายเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนานี้ให้แก่หน่วยงานของทางภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่บังคับใช้กฏหมาย โดยหวังว่าจะช่วยเร่งการค้่นหาบุคคลที่ภาครัฐต้องการตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี…

กองทัพสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในการต่อกรกับการโจมตีทางไซเบอร์

  พลเอก พอล เอ็ม นากาโซเนะ (Paul M. Nakasone) ผู้บัญชาการกองบัญชาการไซเบอร์ (Cyber Command) และผู้อำนวยการสำนักความมั่นคงแห่งชาติหรือเอ็นเอสเอ (National Security Agency – NSA) ของสหรัฐอเมริกา ระบุต่อสำนักข่าว New York Times ว่า กองทัพได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในการต่อกรกับภัยคุกคามไซเบอร์อย่างเต็มตัว ทิศทางนี้ต่างจากเมื่อ 9 เดือนก่อนที่รัฐบาลระบุว่างานด้านการต่อกรกับภัยไซเบอร์เป็นหน้าที่ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น นากาโซเนะระบุว่าที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ในการโจมตีทางไซเบอร์ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง รู้แต่เพียงว่าได้มีการระดมพลจากทั้งกองบัญชาการไซเบอร์และเอ็นเอสเอ อย่างไรก็ดี เขายอมรับว่ารัฐบาลยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากกว่าที่ีจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่มา TechRadar ที่มาภาพปก Foreign Affairs     ที่มา : beartai                /  วันที่เผยแพร่ 6 ธ.ค.2564…

FBI เตือนภัยแก๊งเรียกค่าไถ่ไซเบอร์คิวบา

  สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐอเมริการ่วมกับสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (ซีเอสไอเอ) เผยว่า แก๊งเรียกค่าไถ่ไซเบอร์จากคิวบาได้เข้าโจมตีระบบเครือข่ายของผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในสหรัฐฯ อย่างน้อย 49 แห่ง ทำเงินไปกว่า 40 ล้านเหรียญ (1,350 ล้านบาทโดยประมาณ) “เอฟบีไอได้ตรวจพบว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา แก๊งไซเบอร์คิวบาได้แฮกอย่างน้อย 49 องค์กร ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ภาคการเงิน หน่วยงานรัฐ สาธารณสุข ภาคการผลิต และภาคเทคโนโลยี” เอฟบีไอระบุ วิธีการโจมตีของแก๊งไซเบอร์คิวบาคือปล่อยตัวดาวน์โหลดมัลแวร์ Hancitor (หรือ Chancitor) เข้าไปยังระบบเครือข่ายของเหยื่อ โดยอาจผ่านการใช้อีเมลฟิชชิ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ขโมยมา หรือช่องโหว่ใน Microsoft Exchange ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางให้เข้าไปยังระบบได้โดยง่าย เมื่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายของเหยื่อได้แล้ว เหล่าอาชญากรไซเบอร์คิวบาก็จะใช้ระบบการให้บริการปกติของ Windows ในการปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ซึ่งจะเข้าล็อกไฟล์ข้อมูลโดยใช้นามสกุลไฟล์ว่า .cuba Hancitor เป็นที่รู้จักจากความสามารถในการปล่อยซอฟต์แวร์ในการจารกรรมข้อมูล รวมถึงโทรจันที่ควบคุมได้จากระยะไกล (Remote Access Trojans – RATs) และมัลแวร์เรียกค่าไถ่ชนิดอื่น ๆ ที่มา…

ลุยตั้งข้อหา “ก่อการร้าย” หนุ่มวัย 15 มือยิงโรงเรียน 4 ศพ-ลั่นดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่

  ลุยตั้งข้อหา “ก่อการร้าย” – วันที่ 2 ธ.ค. บีบีซีและ เอพี รายงานความคืบหน้าเหตุยิงสะเทือนขวัญที่ โรงเรียนมัธยมศึกษาออกซ์ฟอร์ดไฮสคูล ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา คร่านักเรียนเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4 ราย เมื่อวันพุธที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า สำนักงานอัยการเขตโอ๊กแลนด์เคาน์ตีแถลงว่า นายอีธาน ครัมบลีย์ อายุ 15 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงนองเลือด เผชิญหน้ากับการถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายและฆาตกรรมโดยเจตนา รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่   Ethan Crumbley, center, appears on a video arraignment at 52nd District Court in Rochester Hills, Mich., Wednesday, Dec. 1, 2021. Authorities say Crumbley, 15-year-old sophomore, opened…

ผู้ให้บริการด้านสุขภาพโดยไม่แสวงกำไร ถูกโจมตีทางไซเบอร์จนข้อมูลคนไข้นับแสนรั่ว

  ผู้ให้บริการด้านสุขภาพโดยไม่แสวงกำไร Planned Parenthood สาขาลอสแอนเจลิสตกเป็นเหยื่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่ให้ข้อมูลคนไข้มากกว่า 400,000 รายรั่วไหล เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้ไม่ได้รับอนุญาตลอบเข้าไปในระบบเครือข่ายของ Planned Parenthood และขโมยไฟล์ข้อมูลที่ประกอบด้วย ที่อยู่บ้าน การประกันสุขภาพ วันเกิด รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์อื่น ๆ ทางองค์กรได้ส่งจดหมายที่ระบุถึงการโจมตีไปให้แก่คนไข้ที่ได้รับผลกระทบเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานว่าได้มีการนำข้อมูลที่ขโมยไปใช้ในทางที่ผิดแต่อย่างใด Planned Parenthood ได้เริ่มการสืบสวนการโจมตีร่วมกันบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และได้แจ้งต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว อีกทั้งยังได้ยกระดับมาตรการด้วยการเพิ่มการเฝ้าระวังเครือข่ายและเพิ่มบุคลากรด้านไซเบอร์ และแนะนำให้คนไข้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพ อย่างไรก็ดี การรั่วไหลของข้อมูลในครั้งนี้อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเมืองได้เช่นกัน เนื่องจากเคยมีเหตุที่ผู้ประท้วงต่อต้านการทำแท้งไประรานคนไข้ที่ใช้บริการกับคลินิกของ Planned Parenthood โดยตรวจสอบว่าได้ทำแท้งมาหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นคนข้ามเพศหรืออยู่ระหว่างการบำบัดด้วยฮอร์โมนก็อาจได้รับการระบุตัวตน และตกเป็นเหยื่อของฝ่ายขวาที่เกลียดเพศทางเลือกได้ ที่มา IT PRO       ที่มา : beartai                     …

สุดล้ำ เทคโนโลยีใหม่ สติกเกอร์จับความเคลื่อนไหวบนกล้ามเนื้อ ใครโกหกรู้หมด!

  ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทลอาวีฟจากประเทศอิสราเอล ได้ประดิษฐ์สติกเกอร์แบบนิ่มที่ติดตั้งแผงวงจรตรวจจับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อไว้จับพิรุธสำหรับคนโกหกโดยเฉพาะ ศาสตราจารย์ ยาเอล ฮาเนอิน คิดค้นสติกเกอร์จับโกหกขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการติดตั้งแผงวงจรเพื่อจับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า จัดจำหน่ายโดยบริษัท X-trodes ซึ่งการทดลองดังกล่าวสามารถจับโกหกได้ถึง 73 เปอร์เซ็นต์   “จากการวิจัยครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าเราไม่สามารถระบุได้เลยว่าใครพูดโกหกกับเราบ้าง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญ เช่น พนักงานสอบสวนของตำรวจก็ตาม เครื่องจับเท็จในปัจจุบันนั้นยุ่ง ถือว่าไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควร เพราะทุกคนสามารถพูดโกหกได้อย่างที่พวกเขาต้องการ เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีนี้ จะสามารถระบุการโกหกได้เม่นยำมากยิ่งขึ้น” ดิโน เลวี หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว     เลวี นำสติกเกอร์ดังกล่าวติดไว้ที่แก้มและคิ้วของอาสาสมัคร หลังจากนั้นเขาให้อาสาสมัครนั่งตรงข้ามกัน นอกจากนี้ ทางเจ้าของงานยังสั่งให้กลุ่มอาสาสมัครผลัดกันพูดเรื่องจริง และเรื่องโกหกในขณะที่อีกฝ่ายมีหน้าที่ทายได้ว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริง ปรากฎว่าสติกเกอร์จับโกหกสามารถตรวจจับได้ถึง 73 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกใช้ในสนามบิน และสำนักงานราชการในอนาคตอีกด้วย ที่มา odditycentral.com   ที่มา : ข่าวสดออนไลน์                 /…