จับอดีตเจ้าหน้าที่กงสุลไทย ปลอมวีซ่าให้ น.ศ.จีนคาสนามบิน

  จับอดีตเจ้าหน้าที่กงสุลไทย ปลอมวีซ่าให้ น.ศ.จีนคาสนามบิน   เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.มณเฑียร ธงเทียน รอง สว.กก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกับ พล.ต.ต.มนตรี แป้นเจริญ ผบก.ตม.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ร่วมกันจับกุมนายตี๋ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.93/2565 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ…

ไม่เอาฐานทัพฯ​ หญิงโอกินาวา​ขว้างท่อเหล็กหน้ากงสุลอเมริกา

  เกียวโด​นิวส์​รายงาน​ ​(16​ พ.ค.)​ หญิงวัย 44 ปี คนหนึ่งถูกจับกุมเมื่อวันจันทร์ หลังจากเข้าไปที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ​ ในโอกินาวา และพูดว่าท่อโลหะที่เธอถือมีดินปืน ทำให้ตำรวจต้องจำกัดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการชั่วคราว   ตำรวจกล่าวว่า พวกเขาได้จับกุมอาคิโนะ มิยางิ ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านฮิกาชิ ในจังหวัดโอกินาวา เนื่องจากขัดขวางการปฏิบัติงานโดยขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าสถานกงสุลว่าเธอจะขว้างท่อโลหะนั้น แต่เธอปฏิเสธข้อกล่าวหา   ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวในเมืองอูระโซ​เอะ เมืองที่อยู่ติดกับเมืองหลวงนาฮา จังหวัดโอกินาวา   ในถ้อยแถลง สถานกงสุลขอบคุณตำรวจท้องที่สำหรับการตอบสนองสถานการณ์​อย่างรวดเร็ว​   ก่อนหน้านี้​ มิยางิเคยมีส่วนร่วมในการประท้วงเรียกร้องให้กำจัดสิ่งปฏิกูลที่กองทัพสหรัฐฯ ทิ้งไว้เมื่อส่งคืนพื้นที่ฝึกทางตอนเหนือบางส่วนให้ญี่ปุ่น   รายงานข่าวกล่าว​ว่า​ ปีนี้​ครบรอบ 51 ปีนับตั้งแต่โอกินาวา​ คืนจากการปกครองของสหรัฐฯ ขณะที่ความคับข้องใจของประชาชนยังคงดำเนินต่อไปเกี่ยวกับการตั้งฐานทัพสหรัฐฯ จำนวนมากในประเทศ             —————————————————————————————————————————————— ที่มา :               …

ผู้นำเกาหลีเหนือเยี่ยมชมดาวเทียมจารกรรมดวงแรก

    โซล 17 พ.ค. – นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือเยี่ยมชมดาวเทียมจารกรรมทางทหารดวงแรกของเกาหลีเหนือและเปิดไฟเขียวให้เดินหน้าตามแผนปฏิบัติการในอนาคต   สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือรายงานวันนี้ว่า นายคิมได้พบหารือกับคณะกรรมการชั่วคราวเพื่อเตรียมการปล่อยดาวเทียมในวันอังคารก่อนที่จะเข้าชมดาวเทียม เมื่อเดือนก่อน นายคิมกล่าวว่า การสร้างดาวเทียมเสร็จสิ้นแล้วและอนุมัติให้ปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศได้ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า ในระหว่างการเยี่ยมชมดาวเทียมในวันอังคาร นายคิมรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการและเขายังได้ตรวจดูดาวเทียมลาดตระเวนทางทหารหมายเลข 1 ซึ่งจะพร้อมสำหรับการส่งขึ้นสู่อวกาศ หลังจากตรวจสอบการประกอบดาวเทียมในขั้นสุดท้ายและทดสอบสภาพแวดล้อมในอวกาศแล้ว นอกจากนั้น นายคิมยังให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการในอนาคตของคณะกรรมการเตรียมการฯ     การพัฒนาดาวเทียมลาดตระเวนทางทหารเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านกลาโหมที่นายคิมกำหนดไว้ในปี 2021 รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่ได้กำหนดวันปล่อยดาวเทียมดวงนี้แต่นายคิมกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า ดาวเทียมจะถูกส่งเข้าสู่วงโคจรตามวันที่ได้วางแผนไว้แล้ว               —————————————————————————————————————————————— ที่มา :                       …

เครมลิน “จับตาใกล้ชิด” หลังซีไอเอออกคลิป “ขอข้อมูล” จากชาวรัสเซีย

    หน่วยข่าวกรองสหรัฐทำคลิป “เชิญชวน” ชาวรัสเซีย ร่วมแบ่งปันข้อมูลที่ “อาจกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในอนาคต”   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า จากกรณีสำนักข่าวกรองกลาง ( ซีไอเอ ) ออกคลิปเป็นภาษารัสเซีย ส่งเสริมให้ประชาชนในรัสเซียติดต่อ “ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัย” มายังซีไอเอ เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยมีการระบุอย่างมีนัยว่า “ข้อมูลเหล่านั้นอาจมีประโยชน์มากกว่าที่คิด”   คลิปดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกมาประมาณ 15 เดือน หลังรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และรัฐสภารัสเซียมีมติเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มบทลงโทษจำคุกผู้กระทำผิดในข้อหากบฏจาก 20 ปี เป็นบทลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น       นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลมอสโก “ไม่ได้ให้ความสนใจ” แต่เชื่อมั่นว่า คลิปที่ออกมา “จะเป็นการโน้มน้าว” ให้หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย “จับตาสถานการณ์ตามแนวทางที่จำเป็น” เนื่องจากการที่อีกฝ่ายทำคลิปแบบนี้ออกมา ยิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่า ซีไอเอและแนวร่วมไม่เคยลดกิจกรรมด้านข่าวกรองบนแผ่นดินรัสเซียเลยแม้แต่น้อย…

ปากีสถาน : ปิดกั้นอินเทอร์เน็ตได้ แต่หยุดการประท้วงไม่ได้

  ทางการปากีสถานจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ท่ามกลางความรุนแรงของการประท้วงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ หลังมีการจับกุมตัวนายอิมราน ข่าน อดีตนายกฯ ของปากีสถาน   การต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนนายอิมราน ข่าน และกองทัพอันทรงอำนาจของปากีสถาน ยังคงครองพื้นที่สมรภูมิรบ 2 ช่องทาง ได้แก่บนถนน และในโลกโซเชียลมีเดีย แต่การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตดูจะไม่เป็นผล เพราะยิ่งสร้างกระแสไม่พอใจของผู้ที่ประสบความเดือดร้อนเป็นวงกว้างขึ้นทุกที   สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองของปากีสถานปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากที่นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีถูกจับกุมเมื่อวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในเมืองละฮอร์กลุ่มผู้สนับสนุนนายข่านต่างเคลื่อนไหว และยิ่งทำให้การประท้วงไปในทิศทางที่รุนแรงขึ้น   ภาพของผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหิน เพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ใช้แก๊สน้ำตา มีการเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดีย ขณะที่คลิปขณะที่นายอิมราน ข่านถูกควบคุมตัวโดยทหารก็กลายเป็นคลิปไวรัล   เพื่อหวังควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลจึงตัดสินใจปิดกั้นอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือทวิตเตอร์ แม้แต่คลื่นโทรศัพท์ก็ถูกบล็อกในบางพื้นที่อย่างไม่มีกำหนด เพื่อหวังลดกระแสความร้อนแรงลง แต่ผลกลับออกมาในทิศทางตรงข้าม เมื่อเกิดการประท้วงเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ประชาชนบางส่วนเข้าระบบ VPNs โดยมีการใช้งานพุ่งสูงขึ้นถึง 1,300 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใครที่ยังสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ก็ใช้การสื่อสารผ่าน วอตส์แอป     “ข่าวจริง”…

อดีตหัวหน้าทีมคลาวด์ Ubiquiti รับโทษจำคุก 6 ปีฐานเอาข้อมูลไปเรียกค่าไถ่บริษัท

  ศาลสหรัฐฯ พิพากษาลงโทษ Nickolas Sharp หัวหน้าทีมคลาวด์ของบริษัท Ubiquiti ในช่วงปี 2020 โทษฐานที่ดึงข้อมูลออกจากคลาวด์ด้วยตัวเองและนำข้อมูลไปเรียกค่าไถ่กับ Ubiquiti เป็นเงิน 50BTC   Sharp ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายปี 2021 โดยตัวเขาเองถูกค้นคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ต้นปี 2021 เมื่อถูกค้นก็พยายามปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับ Ubiquiti ว่าบริษัทมีช่องโหว่และถูกแฮ็กอย่างรุนแรง จนทำให้หุ้นของ Ubiquiti ตกลงอย่างหนัก มูลค่าบริษัทหายไป 4 พันล้านดอลลาร์หรือกว่าแสนสามหมื่นล้านบาท   คดีนี้จบลงหลัง Sharp รับสารภาพ 3 ข้อหา ได้แก่ การแฮ็กระบบ, ฉ้อโกง, และให้การเท็จต่อ FBI ผู้พิพากษา Katherine Polk Failla ลงโทษจำคุก 6 ปี คุมความประพฤติหลังออกจากคุกอีก 3 ปี, ยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวกับการกระทำผิด, และจ่ายค่าเสียหายอีก 1.59 ล้านดอลลาร์    …