‘เพนตากอน’ เตรียมส่งทหารเพิ่ม 3,500 นาย ไปประจำพรมแดนติดเม็กซิโก

FILE – Members of the U.S. military install multiple tiers of concertina wire along the banks of the Rio Grande near the Juarez-Lincoln Bridge at the U.S.-Mexico border in Laredo, Texas, Nov. 16, 2018. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน เตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มอีก 3,500 นาย ไปประจำตามแนวพรมแดนทางใต้ของสหรัฐฯ ติดกับเม็กซิโก เพื่อช่วยด้านการรักษาความปลอดภัยตามชายแดน เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวกับ VOA ว่า ทหาร 3,500 นายนี้จะไปสมทบกับกำลังทหารและเนชั่นแนล การ์ด ราว 4,600 นาย…

ผลตรวจเชื้อ HIV ของคนสิงคโปร์นับหมื่น หลุดออกมาบนโลกออนไลน์

กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ข้อมูลที่ลับสุดๆ อย่างผลตรวจเชื้อเอชไอวีถูกเข้าถึงอย่างผิดกฎหมาย และถูกนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ด้วยฝีมือของนาย Mikhy K FarreraBrochez ซึ่งเป็นพลเมืองชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในฐานะวีซ่าทำงาน ซึ่งข้อมูลที่รั่วนี้กระทบกับผู้ที่เคยผ่านการตรวจเชื้อรวมหมื่นกว่าคน โดยข้อมูลผลตรวจที่หลุดแบบชัดเจนมีอยู่ถึง 14,200 รายการ อันประกอบด้วยข้อมูลของชาวสิงคโปร์ที่เคยรับการตรวจเชื้อจำนวน 5,400 คนจนถึงช่วงเดือนมกราคม 2556 และชาวต่างชาติที่เคยรับการตรวจเชื้อจนถึงช่วงเดือนธันวาคม 2554 ข้อมูลที่หลุดนั้นประกอบด้วยชื่อนามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, ข้อมูลติดต่ออย่างเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ตามทะเบียบบ้าน ควบคู่ไปกับผลตรวจเชื้อ HIV และข้อมูลทางการแพทย์อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่เข้ารับการตรวจช่วงก่อนเดือนพฤษภาคม 2550 จำนวนรวมกว่า 2,400 คน ทางกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้รับแจ้งจากตำรวจท้องถิ่นว่า ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของนาย Brochezซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงและยาเสพติดอยู่หลายรายการ โดยเฉพาะการปลอมสถานะการติดเชื้อเอชไอวีของเขาเองเพื่อรักษาสถานภาพของวีซ่าทำงาน รวมทั้งปลอมวุฒิการศึกษาเพื่อใช้เข้าสมัครงาน ก่อนหน้านี้เขาโดนคำสั่งขับไล่ออกนอกประเทศสิงคโปร์ไปแล้ว และปัจจุบันยังแอบอาศัยอยู่ตามชายฝั่ง ก่อนจะร่วมมือกับเพื่อนที่เป็นหมอเพื่อเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ———————————————————- ที่มา : Enterpriseitpro / 30 มกราคม 2562 Link : https://www.enterpriseitpro.net/data-of-14200-diagnosed-with-hiv-in-singapore-leaked-online/

พบจุดบกพร่องใน “เฟสไทม์” ดักฟังปลายสายได้แม้ไม่กดรับ

video calling โปรแกรม Facetime ระบบการโทรของ iPhone ของแอปเปิล (Apple) พบช่องโหว่ หรือ Bug ที่เปิดโอกาสให้ผู้โทรสามารถดักฟังเสียงจากปลายสายได้ แม้จะไม่มีการรับสายเกิดขึ้นก็ตาม สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ Apple มากขึ้น เว็บไซต์ CNBC อ้างรายงานจากเว็บไซต์ 9to5Mac ที่ผู้ใช้รายหนึ่งชื่อว่า Benji Mobb ถ่ายคลิปทดสอบปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ระบบ Facetime สามารถฟังเสียงจากปลายสายที่ผู้ใช้โทรหาได้ โดยที่ปลายสายไม่ต้องกดรับ โดยเขาได้ทดสอบโทรไปยังปลายสายผ่าน Facetime และกดเพิ่มรายชื่อของตัวเองเข้าในระบบการโทรแบบกลุ่ม (group call) จะทำให้สามารถฟังเสียงจากปลายสายได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้รับสาย ซึ่งทาง CNBC ได้ทดสอบและพบว่ามีช่องโหว่ดังกล่าวอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้น ทางเว็บไซต์ The Verge ยังพบว่า หากปลายสายพยายามตัดสายด้วยการกดปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างของเครื่อง ระบบ Facetime จะส่งวิดีโอที่ไม่มีเสียงไปให้กับผู้โทรเข้า นั่นหมายถึง Facetime ได้บันทึกวิดีโอที่มีภาพของปลายสายไว้ไม่ว่าจะรับสายหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในระบบการโทรแบบกลุ่ม หรือ Group…

บึมโบสถ์คริสต์ดับ 20 เจ็บ 81 ฟิลิปปินส์ตอนใต้ มีทหารตายด้วย 5 ชี้ฝีมือก่อการร้าย

ฟิลิปปินส์ระอุ เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ถล่มโบสถ์คาทอลิก บนเกาะโจโล ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลมีคนตายอย่างน้อย 20 ศพ ในจำนวนนี้เป็นทหาร 5 นาย บาดเจ็บอีกเพียบ ด้าน ปธน.ดูเตร์เต ประณามทันทีเป็นฝีมือพวกก่อการร้าย พร้อมลั่นจะลากคอมาดำเนินคดีให้ได้ ขณะที่ รมว.กลาโหมสั่งกองทัพนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ดูแลความปลอดภัยพร้อมสกัดการลอบโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ หลังเพิ่งมีการลงประชามติรับรองให้เกาะมินดาเนา ปรับสถานะเป็นเขตปกครองตนเองที่เรียกว่า “เขตปกครองบังซาโมโร” ได้เพียงวันเดียว โดยเกิดระเบิด 2 ครั้ง บริเวณโบสถ์คริสต์ “Our Lady of Mount Carmel” ในเขตเทศบาลเมืองโจโล จังหวัดซูลู บนเกาะโจโล เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.45 น.ตามเวลาไทย ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย คาธอลิก กำลังร่วมสวดมนต์ประจำวันอาทิตย์ที่โบสถ์ โดยระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นภายในโบสถ์ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็เกิดระเบิดครั้งที่สองตามมา โดยคาดว่าตัวระเบิดถูกซุกอยู่ในกล่องใส่ของบนรถมอเตอร์ไซค์…

ญี่ปุ่นผวา!จดหมายไซยาไนด์ในนาม “โอมชินริเกียว” ขู่เรียกเงินเหยียบล้าน ถ้าไม่ได้ จะเกิดโศกนาฎกรรม

นายโชโก อาซาฮารา ผู้นำกลุ่มลัทธิโอมชินริเกียว (AFP) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีบริษัทอย่างน้อย 9 แห่งในญี่ปุ่น ซึ่งรวมทั้งบริษัทผู้ผลิตยาและหนังสือพิมพ์ ได้รับจดหมายแบล็คเมล์ที่บรรจุผงสีขาวที่ต้องสงสัยว่าเป็น “ไซยาไนด์” บรรจุอยู่ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจญี่ปุ่น เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า จดหมายที่ถูกส่งออกไป ใช้ชื่อผู้ส่งเป็นชื่อของสมาชิกโอมชินริเกียว ที่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว จากการก่อเหตุปล่อยก๊าซซารินโจมตีผู้คนในกรุงโตเกียว เมื่อปี ค.ศ.1995 โดยในจดหมายดังกล่าวเรียกเงินเป็นเงินบิทคอยน์คิดเป็นมูลค่า 35 ล้านวอน หรือราว 987,000 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า บริษัทที่ได้รับจดหมายเป็นบริษัทใดบ้าง ระบุเพียงว่า หนึ่งในนั้นเป็นบริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ในจดหมายยังได้ขู่ว่า จะทำยาปลอมขึ้นมาที่มีส่วนผสมของโปแตสเซียม ไซยาไนด์ และจะแจกจ่ายออกไป พร้อมกับเตือนว่า จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หากไม่มีการโอนเงินภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ——————————————————– ที่มา : MATICHON Online / 27 มกราคม 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1337301

อียูเตือนประเทศสมาชิกเรื่องการออกหนังสือเดินทางวีไอพี หวั่นปัญหาฟอกเงิน

สหภาพยุโรปเรียกร้องให้ประเทศต่างๆในกลุ่ม ที่มีโครงการออกหนังสือเดินทางวีไอพี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจประวัติ เพราะอาจเป็นช่องการการกระทำผิดด้านภาษีและการฟอกเงินได้ นอกจากนั้นอาจเป็นช่องโหว่งเรื่องความมั่นคงปลอดภัยด้วย ข้อมูลจากหน่วยงาน Transparency International และ Global Witness ชี้ว่า ประเทศในกลุ่มอียู ออกหนังสือเดินทางพิเศษและวีซ่าพิเศษให้กับชาวต่างชาติที่ร่ำรวยทั่วโลกมาแล้ว 1 แสนรายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และสามารถดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากชาวต่างชาติได้ประมาณ 25,000 ล้านยูโร คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวในรายงานว่า การออกเอกสารพิเศษเหล่านี้เปิดทางให้คนได้สัญชาติหรือสิทธิ์พำนักถาวรในประทเศทั้งหมด 28 แห่งของกลุ่มอียู บัลกาเรีย มอลต้า และไซปรัส ออกหนังสือเดินทางพิเศษให้กับนักลงทุน ที่ลงทุนระหว่าง 8 แสน ถึง 2 ล้านยูโร สามประเทศดังกล่าวเป็นตัวอย่างของประเทศกลุ่มอียู 20 แห่ง ที่ให้สิทธิ์พำนักพิเศษ แลกกับเงินลงทุน —————————————————– ที่มา : VOA Thai / มกราคม 24, 2019 Link : https://www.voathai.com/a/business-news-ro-23jan19/4756618.html