เมื่อ “ฟินเทค” กำลังถูก disrupt โดย “เทคฟิน”

โดย….เจษฎา สุขทิศ เมื่อ FinTech เองก็กำลังจะถูก disrupt…..คำว่า FinTech ซึ่งหมายถึงการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อดูจาก Google Trend เพิ่งจะเป็นคำที่รู้จักกันกว้างขวางในโลกประมาณ 5 ปี โดยเกิดมีบริษัท FinTech Startup ใหม่ ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเงินประเทศหลัก ๆ ของโลก อย่าง Lufax, OneConnect ในประเทศจีน บริษัท Square, Paypal ของสหรัฐฯ หรือ Pure Digital Bank อย่าง Revolut, N26 ในยุโรป โดยบริษัทเหล่านี้สามารถใช้เงินทุนที่ต่ำ มีพนักงานจำนวนน้อยแต่สามารถขยายฐานผู้ใช้บริการสู่คนนับล้านและมีมูลค่ากิจการเทียบเคียงได้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ตั้งมาเป็นสิบปีร้อยปี โลกดิจิทัลดูจะหมุนเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อล่าสุดบริษัทฟินเทคสตารท์อัพเองก็กำลังถูก disrupt เช่นกัน โดยผู้ที่เข้ามาขอแบ่งเค้กไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในโลกที่เป็นเจ้าของ Platform ที่มีผู้ใช้นับพันล้านคนนั่นเอง ซึ่งหลัก ๆ ก็ได้แก่ Facebook Apple Amazon Alibaba และ Tencent…

อังกฤษจัดเซฟต์เฮาส์ให้“ควีนเอลิซาเบธ”รับจลาจลจากเบร็กซิท

ในฐานะองค์ประมุขประเทศ สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงวางพระองค์เป็นกลางในทางการเมือง และมักไม่แสดงความคิดเห็นส่วนพระองค์ในประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคม สื่อชั้นนำอังกฤษสองแห่ง เผยแผนฉุกเฉินของรัฐบาล หากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศจากกรณีเบร็กซิทไร้ข้อตกลงในเดือนหน้า ด้วยการประกาศใช้แผนฉุกเฉินช่วงสงครามเย็นอพยพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่2 ตลอดจนเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ให้แปรพระราชฐานไปประทับยังเซฟเฮาส์นอกกรุงลอนดอน “แผนอพยพฉุกเฉินนี้ถูกกำหนดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น แต่ตอนนี้ได้มีการนำกลับมาใช้ใหม่หากเกิดความไม่สงบ หรือเกิดจลาจลในประเทศจากกรณีของเบร็กซิทที่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้”ซันเดย์ไทม์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งบริหารจัดการเกี่ยวกับปัญหาละเอียดอ่อน ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ เมล สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังอีกฉบับของอังกฤษ รายงานตรงกันว่า รัฐบาลมีแผนที่จะให้บรรดาเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่2 แปรพระราชฐานไปประทับที่อื่นเช่นกัน เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่2แห่งสหราชอาณาจักร มีพระราชดำรัสเรียกร้องให้ประชาชนแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และคารพ ความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งบรรดาผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่าพระราชดำรัสครั้งนี้ สื่อถึงประเด็นร้อนของประเทศคือการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) ซึ่ง ส.ส.จะต้องลงมติในข้อตกลงเบร็กซิทของนายกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ ทั้งนี้ ในฐานะองค์ประมุข สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงวางพระองค์เป็นกลางในทางการเมือง และมักไม่แสดงความคิดเห็นส่วนพระองค์ในประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคม แต่พระราชดำรัสครั้งล่าสุดในงานฉลองครบรอบ 100 ปีขององค์กรสตรีซานดริงแฮม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก สมเด็จพระราชินีนาถฯ ตรัสว่าการยึดถือความอดทนอดกลั้น มิตรภาพ การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม และการคำนึงถึงความต้องการของผู้อื่น ยังคงเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบันเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต —————————————————– ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ / 4 กุมภาพันธ์…