ผู้คนแตกตื่น! สถานีโทรทัศน์ไทเปประกาศแจ้งเตือน จีนเปิดฉากสงครามโจมตีไต้หวัน

สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งของไต้หวัน ต้องรุดออกมาขอโทษต่อความผิดพลาดที่ก่อความตื่นตระหนกแก่ประชาชน เมื่อวันพุธ (20 เม.ย.) หลังแจ้งเตือนภัยเป็นชุุดๆ ว่าจีนได้เปิดฉากโจมตีเกาะแห่งนี้แล้ว ประชาชน 23 ล้านคนของไทเปอยู่ภายใต้ภัยคุกคามมาช้านาน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จีนจะยกพลรุกราน ในขณะที่ปักกิ่งมองเกาะปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของพวกเขา ที่ต้องยึดคืนไม่วันหนึ่งวันใด และอาจใช้กำลังถ้ามีความจำเป็น สถานีโทรทัศน์ Chinese Television System (CTS) ของไต้หวัน ก่อความตื่นตระหนก หลังเผยแพร่ข่าวด่วนแจ้งเตือนหลายรอบบนหน้าจอ ในนั้นรวมถึงข้อความที่ระบุว่า “นครไทเปใหม่ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนำร่องของกองทัพคอมมิวนิสต์และเรือหลายลำระเบิด ท่าเทียบเรือและเรือหลายลำได้รับความเสียหายบริเวณท่าเรือไทเป” ส่วนการแจ้งเตือนอื่นๆ ปรากฏข้อความว่า “พวกคอมมิวนิสต์จีนเตรียมทำสงคราม ประธานาธิบดีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และสงครามอาจปะทุขึ้นแล้ว นครนิวไทเปได้เปิดศูนย์ควบคุมและบัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินร่วม” เป็นต้น CTS กล่าวโทษความผิดพลาดไปที่พนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเผลอนำข้อความสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมป้องกันภัยพิบัติที่สถานีผลิตให้หน่วยดับเพลิงของนครนิวไทเป ขึ้นออกอากาศ “CTS ขอโทษอย่างจริงใจที่ความผิดพลาดร้ายแรงนี้สร้างความแตกตื่นในสังคมและรบกวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ถ้อยแถลงระบุ การแจ้งเตือนภัยสงครามผิดพลาดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้คนในไทเปมีความกังวลขั้นสูงสุด จากกรณีรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครน เนื่องจากมันโหมกระพือความหวาดวิตกว่าจีนอาจดำเนินการแบบเดียวกันในวันหนึ่งข้างหน้า หลังจากก่อนหน้านี้เคยประกาศจะรวมไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ให้สำเร็จ ต่อมา CTS แก้ไขความผิดพลาดรายงานข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมกับแสดงความขอโทษผ่านหลายๆ ช่องทาง และระบุว่าจะลงโทษอย่างรุนแรงกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง หลังดำเนินการสืบสวนภายใน “อย่าตื่นตระหนก” ข้อความหนึ่งเขียนบนเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ CTS พร้อมกับโพสต์ภาพชี้แจงคำเตือน โดยระบุว่า…

รัฐสภาสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่ด่วน หลังพบเครื่องบินต้องสงสัยใกล้อาคาร

  รัฐสภาสหรัฐฯ อพยพเจ้าหน้าที่ หลังตำรวจรายงานพบเครื่องบินที่ “อาจเป็นภัยคุกคาม” ต่อมาพบว่า เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมโชว์เปิดการแข่งขันเบสบอล ช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา (เช้าวันนี้ตามเวลาประเทศไทย) รัฐสภาสหรัฐฯ ประกาศอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากอาคารอย่างเร่งด่วน หลังจากตำรวจรายงานพบเครื่องบินต้องสงสัยที่ “อาจเป็นภัยคุกคาม” โดยเวลา 18.30 น. ตามเวลาวอชิงตัน ดี.ซี. (05.30 น. ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย) มีการแจ้งเตือนจากตำรวจประจำรัฐสภาสหรัฐฯ ให้เจ้าหน้าที่รัฐสภาหนีออกจากอาคารรัฐสภาและอาคารสภานิติบัญญัติ     แต่ต่อมาปรากฎว่า เครื่องบินลำดังกล่าวไม่ใช่เครื่องบินก่อการร้าย แต่เป็นเครื่องบินที่บรรทุกสมาชิกอัศวินทองคำ หรือ “พลร่มของกองทัพสหรัฐฯ” ซึ่งกำลังซ้อมโชว์กระโดดร่มไปที่สนามกีฬาเบสบอล Nationals Park สำหรับพีธีเปิดการแข่งขันกีฬาเบสบอลที่กำลังจะมีขึ้น70497 พยานคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์คือ เอรีแอนน์ โดแลน ภรรยาของนักเบสบอล ฌอน ดูลิตเติล เธอเล่าว่า “ฉันกำลังพาสุนัขเดินผ่านอาคารสำนักงานวุฒิสภาเดิร์กเซน แล้วผู้คนก็เริ่มวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาบอกให้ฉันหันหลังและหนีไปให้เร็วที่สุด มีบางคนที่ยังมีสติ แต่หลายคนก็ตื่นตระหนกอย่างมาก รวมถึงฉันด้วย” เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสื่อสารระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับตำรวจประจำรัฐสภา ทั้งที่มาตรการการตรวจสอบของรัฐสภาควรจะรัดกุมขึ้นจากการปรับปรุงความปลอดภัยหลังเกิดเหจุจลาจล 6 ม.ค. ปีที่แล้ว ที่รัฐสภาถูกบุกโจมตีโดยผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์…

Okta ชี้แจงเหตุข้อมูลหลุด ระบุแฮกเกอร์เข้ายึดคอมพิวเตอร์พนักงานซัพพอร์ตได้ 25 นาที

ภาพหน้าจอระบบภายในของ Okta ที่ LAPSUS เผยแพร่ผ่าน Telegram Okta รายงานการผลการตรวจสอบเหตุที่กลุ่ม LAPSUS$ ระบุว่า สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของบริษัทได้ โดยพบว่า ช่วงเวลาที่แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้เป็นช่วงเวลาสั้นกว่าที่คาดไว้ตอนแรกอย่างมาก คอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮกเป็นเวิร์คสเตชั่นของเจ้าหน้าที่ซัพพอร์ตที่เป็นพนักงานของบริษัท Sitel อีกที หลังจากยึดเครื่องได้แล้วแฮกเกอร์เข้าแอป SuperUser ขององค์กรลูกค้าสององค์กรเพื่อดูข้อมูล แต่ไม่สามารถแก้ไขคอนฟิกอะไรได้ ข้อมูลของ Okta นี้ขัดกับข้อมูลของกลุ่ม LAPSUS$ ที่เปิดเผยว่า เข้าถึงระบบได้เมื่อช่วงเดือนมีนาคม แต่จนตอนนี้กลุ่ม LAPSUS$ ก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรเพิ่มเติมนอกจากภาพหน้าจอเท่านั้น แม้ผลกระทบจะไม่ร้ายแรง แต่ Okta ก็ประกาศเลิกซื้อบริการซัพพอร์ตจาก Sitel และเปลี่ยนนโยบายว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เข้าถึงระบบซัพพอร์ตจะต้องจัดการโดย Okta เองเท่านั้น พร้อมกับจำกัดสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ซัพพอร์ตให้ดูข้อมูลได้จำกัดลง ที่มา – Okta     ที่มา : blognone    /   วันที่เผยแพร่ 20 เม.ย.65 Link : https://www.blognone.com/node/128115

“จีน-หมู่เกาะโซโลมอน” ลงนามข้อตกลง ยกระดับร่วมมือความมั่นคง

รัฐบาลจีนยืนยัน การลงนามใน “ข้อตกลงด้านความมั่นคงฉบับสำคัญ” ร่วมกับหมู่เกาะโซโลมอน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่า นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และ รมว.การต่างประเทศจีน และ นายเจเรเมียห์ มาเนเล รมว.การต่างประเทศของหมู่เกาะโซโลมอน ลงนามร่วมกันในข้อตกลงว่าด้วยการยกระดับการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี   China says it has already signed security pact with Solomon Islands – surprising Australia. The information that PRC foreign minister Wang Yi had signed the pact was made at a foreign ministry media briefing,…

จีนเตือนประชาชนระวังสายลับต่างชาติจากเว็บหางานและเว็บหาคู่

(แฟ้มภาพเอเอฟพี-ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา) เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ สื่อต่างประเทศรายงาน (17 เม.ย.) การต่อต้านการจารกรรมยังคงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับทางการจีนอย่างชัดเจน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์ในฮ่องกง ไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และวิกฤตในยูเครน สำนักงานอัยการสูงสุดจีนเปิดเผยว่า แม้จีนได้ควบคุมกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี เว็บไซต์หางานและการหาคู่ ตลอดจนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมได้กลายเป็นแหล่งแทรกซึมของกองกำลังศัตรูต่างชาติมากขึ้น สำนักงานอัยการสูงสุดจีนระบุต่อไปว่า นักศึกษา แรงงานข้ามชาติ และเยาวชนที่ตกงานซึ่งไม่ค่อยรู้เรื่องความมั่นคงของชาติมีความเสี่ยงที่จะเป็นเหยื่อของอาชญากรต่างชาติมากที่สุด โดยยกตัวอย่างกรณีนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษา ที่ถูกเลือกโดยสายลับจากต่างประเทศผ่านแอปหาคู่ออนไลน์ในปี 2563 ได้ให้ภาพถ่ายของฐานทัพทหารและอุปกรณ์ทางทหารเพื่อแลกกับเงิน 10,000 หยวน หรือราว 50,000 บาท โดยต่อมาถูกตัดสินจำคุก 6 ปี ข้อหาเผยแพร่ความลับทางการทหาร ในอีกกรณีหนึ่ง ผู้อำนวยการสนามบินแห่งหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ฐานส่งข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเดินทางของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล เพื่อแลกกับเงินกว่า 26,000 หยวน หรือราว 135,000 บาท ปักกิ่งได้เพิ่มความพยายามในการต่อต้านการจารกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเผยแพร่แนวทางการต่อสู้กับการสอดแนมและเรียกร้องให้ประชาชนช่วยรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย นายลี่ กั๋วเจิ้ง โฆษกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ระบุว่า เมื่อปี 2564 มีการสอบสวนคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมด 62,000…

ระเบิดโรงเรียนในอัฟกานิสถาน เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บ 11 คน

เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ในโรงเรียนเด็กชายแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 11 คน คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอิสลามญิฮาดที่เป็นปรปักษ์กับกลุ่มตอลิบันผู้ปกครองประเทศในปัจจุบัน   เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เคลื่อนย้ายเยาวชนชายที่ได้รับบาดเจ็บด้วยเปลหามเพื่อนำส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุระเบิด 3 ครั้งในโรงเรียนเด็กชายย่านฮาซาราชีอะต์ ในกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 19 เมษายน (Photo by Wakil Kohsar / AFP) เอเอฟพีรายงานเหตุระเบิดในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน เมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2565 กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายและบาดเจ็บ 11 คน จากเหตุระเบิด 3 ครั้งในโรงเรียนเด็กชายย่านฮาซาราชีอะต์ ในเมืองหลวงของอัฟกานิสถาน โดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด คาลิด ซาดราน โฆษกตำรวจคาบูลกล่าวกับเอเอฟพีว่า เหตุระเบิด 2 ครั้งที่โรงเรียนอับดุล ราฮิม ชาฮิดเมื่อวันอังคาร เกิดจากระเบิดแสวงเครื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6…