ชาวเมียนมา ร่วมชู 3 นิ้วหน้าสถานทูต วาระ 2 ปีรัฐประหาร

    ชาวเมียนมา มากกว่า 400 คน ร่วมชู 3 หน้านิ้ว หน้าสถานทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบ 2 ปี การรัฐประหาร เรียกร้องปล่อยตัว “ออง ซาน ซูจี”     วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 บรรยากาศที่สถานทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย ชาวเมียนมาที่อาศัย และทำงานอยู่ในประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 400 คน เดินทางมาร่วมชุมนุม ที่หน้าสถานทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีรัฐประหารในประเทศเมียนมาร์ เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านการรัฐประหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัว นางอองซานซูจี นักการเมือง นักการทูต นักเขียนชาวพม่าและประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย     โดยบรรยากาศมีพี่น้องชาวเมียนมา ที่มาร่วมชุมนุม ส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้า สีขาว-แดง มีลายสกรีนภาพและข้อความสนับสนุนแนวคิด ขอให้ปล่อยตัว นางออง ซาน ซูจี…

จับผู้ต้องหาหลายคน พัวพันระเบิดฆ่าตัวตายภายในมัสยิดเมืองเปชาวาร์ ปากีสถาน

    ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างนายโมฮัมหมัด ไอจาซ หัวหน้าตำรวจเมืองเปชาวาร์ ทางภาคเหนือของปากีสถานว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาหลายคนฐานพัวพันกับเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในมัสยิดเมืองเปชาวาร์ ขณะมีการทำพิธีละหมาดเมื่อบ่ายวันจันทร์ มีคนตายกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 217 คน ตำรวจจะจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกหลายคน หลังการสอบสวนเรื่องนี้   พนักงานสอบสวนของปากีสถานจะทำการสอบสวนด้วยว่า คนร้ายที่เป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายเข้าไปในมัสยิดที่เกิดเหตุได้อย่างไร พร้อมทั้งสอบปากคำครอบครัวต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในอาคารพักของตำรวจ ซึ่งอยู่ในบริเวณสำนักงานตำรวจเมืองเปชาวาร์ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ตัดประเด็นสอบสวนที่ว่า คนร้ายอาจจะได้รับการช่วยเหลือ หรือเอื้อเฟื้อ จากคนวงใน คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น อนุญาตให้คนร้ายเข้าไปร่วมพิธีละหมาดในวันเกิดเหตุ   ด้านนายโมอาซิม จาห์ อันซารี จเรตำรวจประจำเมืองเปชาวาร์ ระบุว่า ตำรวจสงสัยเรื่องระเบิดขนาด 12 กิโลกรัม(หรือ 26.5 ปอนด์)ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุว่า คนร้ายนำระเบิดเข้าไปในมัสยิดโดยไม่มีตำรวจหรือบุคคลใดพบพิรุธได้อย่างไร   ภาพข่าวหรือคลิปวิดีโอจากสื่อออนไลน์ของปากีสถาน แสดงให้เห็นภาพความเสียหาย เช่น ผนังมัสยิดถล่มลงมา หน้าต่างกระจก ตลอดถึงไม้หรือวัสดุบุฝาผนังของอาคารมัสยิดเสียหายจากแรงระเบิด        …

ตร.ไซเบอร์ เตือนภัย ขรก.เกษียณ ยื่นรับบำเหน็จระวัง เว็บไซต์-แอปฯ ปลอม

    ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยข้าราชการเกษียณยื่นรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเอง ระวังเว็บไซต์และแอปพลิเคชันปลอม ที่ทำให้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล จนตกเป็นเหยื่อ จึงแนะวิธีหลีกเลี่ยง 9 ข้อ   เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอเตือนภัยข้าราชการเกษียณยื่นรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองให้ถูกช่องทาง ระมัดระวังเว็บไชต์ปลอม แอปพลิเคชันปลอมของมิจฉาชีพที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงิน ในกรณีที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้อำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการ และลูกจ้างประจำที่พ้นราชการ เนื่องจากเกษียณอายุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 โดยสามารถยื่นคำขอรับบำเหน็จบำนาญล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ก่อนวันครบเกษียณอายุได้ 8 เดือน เริ่มตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยสามารถยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด   โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Pension’ Electronic Filing) หรือ ระบบ e-Filing ผ่านเว็บไชต์กรมบัญชีกลาง www.ced.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน…

JD Sports เผยข้อมูลลูกค้า 10 ล้านรายอาจถูกแฮ็ก ข้อมูลบัตรธนาคารโดนด้วย

    JD Sports ผู้จัดจำหน่ายชุดกีฬาชี้ว่าข้อมูลลูกค้าราว 10 ล้านคนเสี่ยงถูกแฮกหลังเกิดการโจมตีทางไซเบอร์   บริษัทชี้ว่าแฮกเกอร์อาจเข้าถึงข้อมูลชื่อ ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รายละเอียดคำสั่งซื้อระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2018 – ตุลาคม 2020 และเลขท้าย 4 ตัวของบัตรธนาคาร   ทางบริษัทได้ติดต่อไปยังลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแล้ว และกำลังทำงานร่วมกับ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ชั้นนำ’ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสหราชอาณาจักร (ICO) อยู่   JD Sports ยืนยันว่าข้อมูลที่เสี่ยงตกไปอยู่ในมือแฮกเกอร์มีน้อยมาก ทางบริษัทไม่ได้เก็บข้อมูลหมายเลขตัวเต็มของบัตรเงินสดไว้ และไม่เชื่อว่าแฮกเกอร์จะได้ข้อมูลรหัสผ่านของลูกค้าไป   “เราอยากขอโทษลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้” นีล กรีนฮัลก์ (Neil Greenhalgh) ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของ JD Sports ระบุ และแนะนำให้ลูกค้าที่ได้รับคำเตือนระวังข้อความ อีเมล และโทรศัพท์หลอกลวง   สำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว เกิดขึ้นต่อรายการคำสั่งซื้อแบรนด์ Size? Millets, Blacks, Scotts และ MilletSport…

เกิดเหตุระเบิด 3 ครั้ง ภายในฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองเมือง อ.ยะหา หวังป่วนทำร้ายเจ้าหน้าที่ โชคดีไร้เจ็บ

      เมื่อช่วงค่ำ 19.59 น. ของวันที่ 31 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา รับแจ้งเหตุ เกิดระเบิด จำนวน 3 ครั้ง ภายในฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองเมือง อ.ยะหา (ชป.พิราบขาว) หลังรับแจ้ง นายอมร ชุมช่วย นายอำเภอยะหา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอยะหา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ยะหา พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ลงพื้นที่ตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุ เป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองเมือง อ.ยะหา (ชป.พิราบขาว) ตั้งอยู่บริเวณถนนสายยะหา-ปะแต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ อส.กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติภายในฐาน จู่ๆ มีวัตถุตกลงมาภายในฐาน หลังจากนั้นได้เกิดระเบิดขึ้น จำนวน 3 ครั้ง แรงระเบิดทำให้ที่พักของเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับความเสียหาย หลังคาแตก เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ และตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้น…

รัฐบาลทหาร “เมียนมา” จ่อขยายสถานการณ์ฉุกเฉิน

    ครบรอบ 2 ปี รัฐประหารในเมียนมา สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ อาจมีการขยายสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่อแววเลื่อนเลือกตั้ง   เมื่อวานนี้ ( 31 ม.ค.) รัฐบาลเมียนมาออกแถลงการณ์ว่า สภากลาโหม และความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลทหารเมียนมาได้มีการประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ และได้ข้อสรุปว่า สถานการณ์ในเมียนมายังไม่กลับคืนสู่ภาวะปกติ เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งรวมถึงกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ที่ต่อต้านการรัฐบาลทหาร และรัฐบาลเงาที่ครอบงำ โดยฝ่ายนิติบัญญัติจากพรรคของนางอองซาน ซูจี ได้พยายามยึดอำนาจรัฐด้วยวิธีการก่อความไม่สงบ และความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง     นอกจากนี้ยังระบุว่า รัฐบาลทหารเมียนมาจะมีประกาศสำคัญออกมาเพิ่มเติมในวันนี้ (1 ก.พ.) แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม   ทั้งนี้สถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลทหารเมียนมาบังคับใช้ ได้สิ้นสุดในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นรัฐธรรมนูญระบุว่า ให้ผู้มีอำนาจต้องกำหนดแผนการจัดการเลือกตั้งใหม่ และวันนี้กองทัพเมียนมาจะต้องมีการประกาศเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง   อย่างไรก็ตาม ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2008 ที่เขียนขึ้นโดยกองทัพ ระบุว่า ประธานาธิบดีที่ประสานงานกับ สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติสามารถขยายสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปได้ 6 เดือน เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้บัญชาการกองทัพ ซึ่งเมื่อวานนี้ในวงประชุมด้านความมั่นคงก็มีรักษาการอดีตประธานาธิบดีเมียนมาเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ด้วย…