หญิงชาวจีนถูกจับ หลังโกหกเพื่อเข้าพักในรีสอร์ทของทรัมป์ พบมีอุปกรณ์ติดมัลแวร์ติดตัวมาด้วย

หญิงสาวชาวจีนวัย 34 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ในอเมริกาจับกุมจากกรณีที่พกพาโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่องและแฟลชไดร์ฟที่ติดตั้งมัลแวร์ที่อาจเข้าถึงระบบภายในขององค์กรได้ เหตุเกิดที่ มาร์อาลาโก รีสอร์ท (Mar-A-Lago Resort) หนึ่งในรีสอร์ตชื่อดังที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเข้าพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ ณ รีสอร์ตแห่งนี้ หญิงสาวรายนี้ ทราบชื่อในภายหลังคือ Yujing Zhang เดินทางมาถึงรีสอร์ตแห่งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอแสดงหนังสือเดินทางสองเล่มเป็นหลักฐานเข้าพัก พร้อมทั้งใช้นามสกุลเดียวกับสมาชิกสโมสรของรีสอร์ต ที่ใช้นามว่า HZ ซึ่งเธออ้างว่าเป็นพ่อ จึงได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยให้เข้าไปยังบริเวณรีสอร์ต แต่ถามหญิงสาวว่าเธอคือลูกสาวของหนึ่งในสมาชิกของสโมสรแห่งนี้จริงหรือไม่ เธอไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน บอกเพียงว่า เธอได้รับการอนุญาตให้เข้าพัก ณ รีสอร์ตแห่งนี้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้น Zhang กล่าวอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอต้องการเข้าพัก ณ รีสอร์ตแห่งนี้เพื่อที่จะเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระหว่างจีนและอเมริกาในช่วงเย็น (United Nations Chinese American Association) แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าไม่มีการประชุมดังกล่าว พนักงานตอนรับประจำคลับแห่งนี้จึงแจ้งไปทางเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับที่อยู่ภายนอกเพื่อเข้ามาตรวจสอบหญิงสาวรายนี้อีกครั้ง ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน ทางเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ ค้นพบว่าเธอพกโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ฮาร์ดไดรฟ์ แล็ปท็อป และแฟลชไดร์ฟที่พบว่าติดมัลแวร์ที่เป็นอันตรายที่สามารถทำลายหรือก่อกวนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาด้วย…

ปูด! เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายคนเข้าถึงข้อมูลลับได้แม้ไม่ผ่านการสอบประวัติ

The White House is seen behind security barriers in Washington, March 24, 2019. เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯว่า บุคคลที่ทำงานในรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างน้อย 25 คน ได้รับอนุมัติให้เข้าถึงข้อมูลลับทั้งๆ ที่ถูกปฏิเสธในขั้นตอนตรวจสอบประวัติ ผู้เปิดโปงเรื่องนี้ คือ ทริเชีย นิวโบล์ด (Tricia Newbold) ซึ่งรับหน้าที่ตรวจสอบประวัติบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของรัฐ มาเป็นเวลา 18 ปี ทั้งในรัฐาลของประธานาธิบดีจากพรรคเดโมเเครตและรีพับลิกัน เมื่อเดือนที่แล้ว เธอบอกกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ ว่า แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์สามารถใช้อำนาจพิเศษให้บุคคลที่ถูกปฏิเสฐการเช้าถึงข้อมูลลับได้รับสิทธิ์นั้น แต่เธอกล่าวว่าบางครั้งการเดินเรื่องลักษณะนี้อาจไม่ได้ทำโดยเห็นแก่ประโยชน์สูงสุดของชาติเรื่องความมั่นคงเป็นที่ตั้ง ส.ส. อิลิจาห์ คัมมิงส์ (Elijah Cummings) ประธานคณะกรรมาธิการที่รับข้อมูลจาก ทริเชีย นิวโบล์ด กล่าวว่า เหตุผลที่คนเหล่านั้นถูกปฏิเสธในขั้นตอนตรวจสอบมีทั้ง เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาการเงิน การใช้ยาเสพติด และประวัติอาชญากรรม ขณะเดียวกัน กล่าวว่าเธอถูกพักงานเป็นเวลา…

Toyota ถูกแฮ็กข้อมูลลูกค้ากว่า 3 ล้านรายเสี่ยงรั่วไหล

credit : AllAboutLean.com เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Toyota ได้แถลงการณ์ว่าพบบริษัทในเครือถูกแฮ็กซึ่งกระทบข้อมูลลูกค้ากว่า 3,100,000 ราย โดยบริษัทในเครือที่ว่าคือ Tokyo Sale Holding, Tokyo Tokyo Motor, Tokyo Toyopet, Toyota Tokyo Corolla, Nets Toyota Tokyo, Lexus Koishikawa Sales, Jamil Shoji (Lexus Nerima), และ Toyota West Tokyo Corolla บริษัทได้กล่าวต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า “ข้อมูลลูกค้ากว่า 3.1 ล้านรายอาจรั่วไหลออกไปนอกบริษัทซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่กระทบกับข้อมูลบัตรเครติด” นอกจากนี้ยังได้ขอโทษลูกค้าทุกคนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อสืบสวนและหาสาเหตุ อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัย FireEye ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเวียดนามที่ชื่อว่า ‘Apt32’ โดยกลุ่มนี้มักสนใจบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมของเวียดนาม ผลิตภัณฑ์ฝั่งผู้บริโภค บริการที่ปรึกษาและโรงพยาบาล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลงานโจมตีในระดับสากลอีกหลายแห่งในกลุ่มองค์กรสื่อ สิทธิมนุษยชน อีกด้วย ———————————————— ที่มา : Techtalk Thai…

ตร.ญี่ปุ่นกวาดล้างแก็งค์ปลอมบัตรพำนัก รับมือเปิดรับแรงงานต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น จะเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างขบวนการปลอมแปลงบัตรผู้พำนักอาศัยชาวต่างชาติ หลังพบสถิติการทำผิดสูงเป็นประวัติการณ์ ในเดือนเมษายนนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะอนุญาตให้แรงงานชาวต่างชาติมาทำงานในญี่ปุ่นได้มากขึ้นหลายหมื่นคน และคาดว่าจะมีขบวนการหลอกลวงแรงงาน และจัดทำบัตรพำนักอาศัยปลอมแพร่ระบาดมาก เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตำรวจจังหวัดไอจิได้จับกุมชาวจีนรายหนึ่งที่รับจ้างผลิตบัตรพำนักอาศัยมากกว่า 6,000 ใบ โดยผู้ต้องหาระบุว่าทำเป็นขบวนการ โดยจำหน่ายบัตรพำนักอาศัยปลอมผ่านทางอินเทอร์เน็ต และได้รับค่าตอบแทนใบละ 600-700 เยน เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ได้รับแจ้งคดีความปลอมแปลงบัตรผู้พำนักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติในญี่ปุ่นถึง 620 คดี เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บบันทึกเมื่อปี 2556 และสูงกว่าสถิติในปีแรกที่เริ่มเก็บเกือบ 6 เท่า ชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นจะต้องพกบัตรผู้พำนักอาศัยติดตัวเสมอ โดยบัตรนี้จะระบุชื่อ วันเดือนปีเกิด สถานะพำนักอาศัย และระยะเวลาในการอยู่อาศัย การมีบัตรพำนักอาศัยจะทำให้ชาวต่างชาติสามารถหางานทำ, ทำสัญญาเช่าบ้าน, ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ และเปิดบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสามารถเปิดทางไปสู่การทำอาชญากรรมหรือทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ได้มากมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีการจำหน่ายบัตรผู้พำนักอาศัยปลอมคุณภาพสูงผ่านทางออนไลน์ มีลายน้ำและสติกเกอร์ที่เปลี่ยนสีได้ แนบเนียนคล้ายของจริงอย่างมาก จึงจะยกระดับการปราบปรามขบวนการปลอมแปลงบัตร พร้อมเผยแพร่วิธีการตรวจสอบบัตรปลอมในเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม ตามกฎหมายของญี่ปุ่น ผู้ที่ปลอมแปลงสถานะการพำนัก เพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย มีความผิดต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3 ล้านเยน.…

ไฟไหม้ตึกสูงบังกลาเทศ คนหมดหนทางโดดหน้าต่างลงมาตาย ดับแล้ว 19 ศพ

เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ตึกสำนักงานในเมืองหลวงบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย รวมถึงคนที่หมดทางหนีจนต้องตัดสินใจกระโดดลงจากอาคาร… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ตึกสำนักงานสูง 22 ชั้น แห่งหนึ่งในเขตบานานี ของกรุงธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มี.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บอีกราว 73 ราย ขณะที่มีผู้ติดอยู่ในอาคารอีกหลายคน สถานการณ์เป็นไปอย่างโกลาหล ผู้คนที่ติดอยู่บนอาคารต่างส่งเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้บันไดยาวทำลายกระจกหน้าต่างเพื่อสร้างเส้นทางหนี อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุราว 1 ชั่วโมง ยังมีผู้คนติดอยู่บนชั้น 13 และ 14 ของอาคาร โดยพวกเขาพยายามโบกมือเพื่อขอความช่วยเหลือ ท่ามกลางควันไฟคละคลุ้ง กองทัพต้องส่งเฮลิคอปเตอร์หลายมาช่วยเหลือ ด้วยการหย่อนเชือกลงไปรับผู้ประสบเหตุ แต่มีรายงานด้วยว่า ชายหญิง 6 คนกระโดดหนีเปลวไฟลงมาจากหน้าต่างตกลงมากระแทกพื้นเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นใจในเวลาต่อมา โดยแพทย์ของคลินิกบานานี เผยว่า เหยื่อรายหนึ่งพยายามใช้สายเคเบิลโทรทัศน์ในการโรยตัวลงมา แต่กลับลื่นหลุดมือทำให้เขาตกลงมาเสียชีวิตจากความสูงราวชั้น 8 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากกองทัพเรือและทัพอากาศต่างพยายามช่วยกันเพื่อควบคุมเพลิง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมไม่ให้มันลุกลามได้สำเร็จ โดยทีมดับเพลิงที่เข้าไปในตึกพบว่า อาคารหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกรุงธากา เนื่องจากการขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพิ่งมีสารเคมีที่ลักลอบเก็บไว้ในอพาร์ตเมนต์ระเบิด…

นายกฯฝรั่งเศสไล่ “หัวหน้าตำรวจปารีส” ออก เหตุควบคุมจลาจลเสื้อกั๊กเหลืองไม่ได้ สั่งแบนผู้ประท้วงเข้าเขตใจกลางกรุง

อเจนซีส์ – รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจปารีส พร้อมสั่งปิดเขตย่านเมโทรใจกลางกรุงปารีส ห้ามการประท้วงกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเข้าใกล้หากพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงร่วมอยู่ด้วย หลังความรุนแรงที่กลายเป็นจลาจลที่มีทั้งการปล้นสะดม ทำลายร้านค้า พร้อมจุดไฟเผาในเขตถนนย่านฌ็องเซลิเซ่เมื่อสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้ (18 มี.ค) ว่า นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เอดัวร์ ฟีลิป ประกาศมาตราการแข็งกร้าวในวันจันทร์ (18) หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสออกมายอมรับในความล้มเหลวในการเข้าจัดการกับเหตุจลาจลและการลอบวางเพลิงช่วงสุดสัปดาห์ “นับตั้งแต่วันเสาร์หน้าเป็นต้นไป เราจะสั่งห้ามการประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองในเขตที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในทันทีที่เราพบว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงแฝงตัวรวมไปถึงเป้าหมายในการสร้างความเสียหาย” ฟีลิปกล่าวผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ นอกจากนี้ ฟีลิปยังได้สั่งให้ มิเชล เดลปูช์  (Michel Delpuech) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปารีสออกจากตำแหน่ง และให้ดิดิเยร์ลัลล์มองต์ (Didier Lallement) ที่ทำงานในภาคตะวันตกของฝรั่งเศสให้เข้ามารับทำหน้าที่แทน รัฐบาลฝรั่งเศสในเวลานี้ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำจากเหตุที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงฝรั่งเศสไม่สามารถป้องกันความรุนแรง การลอบวางเพลิง และการปล้นสะดมร้านค้าบนย่านฌ็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) ช่วงสุดสัปดาห์ล่าสุดได้ พบกลุ่มผู้ประท้วงชุดดำจำนวนหลายร้อยคนของการเคลื่อนไหวเสื้อกั๊กเหลืองได้สร้างความเสียหายมากกว่า 7 ชั่วโมงระหว่างที่ผู้ประท้วงร่วม 10,000 คนเดินมาร์ชในเมืองหลวงฝรั่งเศส มีไม่ต่ำกว่า 90 แห่งของธุรกฺจและร้านค้า รวมไปถึงร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ชื่อดัง รวมไปถึง ร้านลองฌอมป์ (Longchamp) และร้านบุลการี(บุลการี่) ได้รับความเสียหาย และถูกเข้าขโมยสินค้าที่อยู่ด้านใน ส่วนธนาคารและภัตตาคารถูกจุดไฟเผา…