เว็บไซต์กระทรวงกลาโหมยูเครนและธนาคาร 2 แห่ง ถูกโจมตีทางไซเบอร์

  หน่วยงานการสื่อสารพิเศษและปกป้องข้อมูลแห่งรัฐของยูเครน (SSSCIP) รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (15 ก.พ.) ที่ผ่านมา มีผู้ไม่ประสงค์ดีใช้การโจมตีทางไซเบอร์จู่โจมเว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมและกองทัพของยูเครน และเว็บไซต์ธนาคารยูเครน 2 แห่ง   วิกเตอร์ โซรา รองผู้อำนวยการ SSSCIP กล่าวว่า ยังไม่มีความไม่ชัดเจนว่าใครหรือฝ่ายไหนเป็นผู้โจมตี โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว “ยังเร็วเกินไปที่จะระบุตัวคนทำและเหตุผลที่ทำ”   เหตุการณ์ดังกล่าเกิดขึ้นขณะที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังไม่ดับมอดไปซะทีเดียว โดยล่าสุดแม้รัสเซียประกาศว่าสั่งถอนกำลังทหารออกจากชายแดนยูเครนไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ทางการยูเครนยังไม่ปีกใจเชื่อ 100% ว่ารัสเซียถอนกำลังไปจริง   ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน และเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เตือนว่า การรุกรานของรัสเซียครั้งใหม่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่รัสเซียก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้วางแผนที่จะบุกยูเครน   SSSCIP ระบุว่า เหตุการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น มีลักษณะเป็นการโจมตีเพื่อทำให้ระบบเป้าหมายปฏิเสธหรือหยุดการให้บริการ (DDoS) โดยทำให้เว็บไซต์มีปริมาณการใช้ข้อมูลปลอมจำนวนมากเพื่อทำให้เว็บไซต์เข้าถึงไม่ได้ การโจมตีแบบ DDoS นั้นค่อนข้างง่ายต่อการดำเนินการ ไม่มีความซับซ้อน และเป็นการก่อกวนที่พบเห็นได้บ่อย   เจ้าหน้าที่ยูเครนบอกว่า การโจมตีแบบ DDoS เป็นเรื่องยากที่จะติดตามหาแหล่งที่มาหรือตัวคนทำ เนื่องจากแฮกเกอร์สามารถปลอมแปลงตำแหน่งของตนเพื่อให้ดูเหมือนว่าอยู่ในประเทศใดก็ได้  …

ยะลา เตือนเพ่งเล็ง วัตถุระเบิดซุกซ่อนในถุงกาแฟ หลังเจอ 2 ครั้งที่บันนังสตา

  จากเหตุการณ์เมื่อ 14 ก.พ 65 ซึ่งได้มีกลุ่มคนร้าย นำวัตถุระเบิดที่ใส่มาในภาชนะลักษณะถุงกาแฟ ไปวางไว้ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้สามารถเก็บกู้ไว้ได้ และต่อมามีการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก 1 ครั้ง ในพื้นที่ อ.บันนังสตา     ล่าสุดทางหน่วยงานความมั่นคงได้เร่งแจ้งเตือน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ เวรยาม ในหน่วยงานภาครัฐ วิสาหกิจ ธนาคาร ผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงหน่วยกำลังในพื้นที่ ให้หมั่นตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ซึ่งคนร้ายอาจจะซุกซ่อนวัตถุระเบิดใส่มาในภาชนะลักษณะถุงกาแฟ และนำมามาวางทิ้งไว้ เพื่อก่อเหตุร้ายในพื้นที่     ที่มา : thainews    /   วันที่เผยแพร่ 16 ก.พ.65 Link : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115138724

เตรียมติด ‘สัญลักษณ์พิเศษ’ หน้าเบอร์มิจฉาชีพ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

  เตรียมติด ‘สัญลักษณ์พิเศษ’ หน้าเบอร์มิจฉาชีพ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ เผย 14 รูปแบบ อาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมเปิด ‘แจ้งความออนไลน์’ 1 มี.ค. จากการหารือร่วมกันระหว่าง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ ศูนย์ PCT ระบุว่า รูปแบบที่พบมากในปัจจุบันคือการหลอกให้ซื้อของออนไลน์ ผู้บริโภคถูกหลอกลงทุน เปิดร้านค้าออนไลน์ หลอกซื้อสินค้าที่ไม่มีจริง ส่วนที่สร้างความเสียหายอย่างมาก คือ คอลเซนเตอร์ โทรศัพท์อ้างชื่อหน่วยงานหลอกเรียกเงิน เมื่อเกิดความเสียหายก็ยากต่อการติดตามเงินคืน เปิดบริการแจ้งความออนไลน์ แต่ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเปิดบริการให้แจ้งความออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันท่วงที และเพื่อให้รวดเร็วต่อการยับยั้งความเสียหาย   พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ…

กัมพูชาคุมออนไลน์ เริ่มซิงเกิลเกตเวย์

  รัฐบาลกัมพูชาเริ่มใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเกตเวย์แห่งชาติ (เอ็นไอจี) แบบเดียวกับ “เกรตไฟร์วอลล์” ของรัฐบาลจีน ในวันที่ 16 ก.พ. หลังจากสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาลงนามจัดตั้งเมื่อ 16 ก.พ.ปีที่แล้ว โดยอ้างความมั่นคงของชาติ ช่วยเก็บภาษี จัดระเบียบทางสังคม วัฒนธรรมและประเพณีของชาติ แม้ถูกวิจารณ์ว่าเพื่อควบคุมอินเตอร์เน็ต ทำลายความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นเครื่องมือใช้ปราบผู้เห็นต่าง   เอ็นไอจีจะติดตามตรวจสอบกิจกรรมออนไลน์ทั้งหมดก่อนที่จะส่งถึงผู้ใช้บริการ สามารถระงับและตัดการเชื่อมต่อ เมื่อเห็นว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสม นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า การใช้ทางออกอินเตอร์เน็ตทางเดียวทั้งประเทศ ยังเสี่ยงที่จะถูกตัดขาดหากผิดพลาดทางเทคนิคหรือมีการโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่นายพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชายืนยันว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์และรักษาความมั่นคงของชาติ       ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์    /   วันที่เผยแพร่ 15 ก.พ.65 Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2316165

ส่องเงื่อนไข การใช้ “ทะเบียนบ้าน ระบบดิจิทัล” ใช้งานผ่านแอปฯบนมือถือ

  กระทรวงมหาดไทย ประกาศ “ทะเบียนบ้าน” ระบบดิจิทัล ใช้งานฟรีผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ส่องเงื่อนไขก่อนตกเทรนด์ กระทรวงมหาดไทยประกาศให้ใช้ทะเบียนบ้านใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ และยังให้ใช้บริการฟรีในปีแรก ซึ่งล่าสุด ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดการปฏิบัติงานการ “ทะเบียนบ้าน” ด้วยระบบดิจิทัล ปี 2565 เริ่มเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป     โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทย ได้พัฒนาระบบการพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและแอปพลิเคชั่นบนมือถือแบบสมาร์ทโฟนสำหรับจัดเก็บข้อมูล และเรียกใช้งานทะเบียนบ้าน Digital ID ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และลงทะเบียนที่สำนักงานทะเบียนอำเภอ หรือสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น เพื่อยืนยันตัวตนผ่านระบบตรวจสอบลายนิ้วมือและภาพใบหน้า พร้อมรับรหัสผ่านเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น     ทั้งนี้สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง “ทะเบียนบ้านผ่านมือถือ” มีดังนี้ – กำหนดให้สำนักงานทะเบียนกลาง จัดให้มีการบริการงานทะเบียนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนได้รับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลแล้วสามารถขอรับบริการผ่านระบบดิจิทัลได้ด้วยตนเอง – วิธีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และการรับรองรายการทะเบียนที่เกิดจากการบริการด้วยระบบดิจิทัล ให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด โดยระยะเริ่มแรกจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทางอัตโนมัติ เป็นเวลา 1 ปี     นอกจากนี้ในระยะแรกจะเปิดให้บริการ “ทะเบียนบ้าน” ผ่านมือถือเกี่ยวกับ –…

บริษัทยานยนต์ Emil Frey ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

  Emil Frey หนึ่งในบริษัทยานยนต์จากสวิตเซอร์แลนด์ต้องประสบกับเหตุการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งทางบริษัทแถลงว่าได้กู้คืนระบบเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เผยรายละเอียดว่ามีข้อมูลใดรั่วไหลหรือถูกจารกรรมออกไปบ้าง   Emil Frey เป็นบริษัทยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป มีพนักงานมากถึง 3,000 คน และมีรายได้จากการขายสูงถึง 3,290 ล้านเหรียญ (ราว 107,400 ล้านบาท) ในปี 2563   แหล่งข้อมูลระบุว่าการโจมตีดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ชื่อว่า Hive ที่เอฟบีไอระบุว่า ได้เคยโจมตีสถาบันด้านสาธารณสุขในสหรัฐอเมริกา   วิธีการที่ Hive มักใช้มีทั้งการส่งอีเมลฟิชชิ่งที่แนบไฟล์มัลแวร์ เพื่อใช้ในการเจาะเข้าไปยังระบบของเหยื่อ หลังจากนั้นก็จะปล่อยไฟล์ออกมาและเข้าล็อกไฟล์ในระบบ โดยจะส่งข้อความขู่เหยื่อว่าจะปล่อยข้อมูลลงบนดาร์กเว็บหากไม่จ่ายค่าไถ่   ที่มา Emerging Risks         ที่มา : beartai    /   วันที่เผยแพร่ 14 ก.พ.65 Link : https://www.beartai.com/news/itnews/949841