พบมัลแวร์ขั้นสูง เชื่อมโยงแฮ็กเกอร์จีน

บริษัทความปลอดภัยด้านไซเบอร์ชั้นนำระบุว่า พบ “มัลแวร์ขั้นสูง” ที่ถูกใช้โดยทีมเจาะข้อมูลของจีน เพื่อโจมตีรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ บริษัท Symantec ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Broadcom บริษัทออกแบบและผลิตซอฟต์แวร์สัญชาติอเมริกัน ระบุว่า ตัวอย่างมัลแวร์ที่ถูกตั้งชื่อว่า Daxin นี้ มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 โดยบริษัทไมโครซอฟท์เริ่มบันทึกข้อมูลของมัลแวร์ตัวนี้เมื่อเดือนธันวาคมในปีดังกล่าว ทีมค้นหาภัยคุกคามด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของ Symantec ระบุว่า Daxin เป็นมัลแวร์ที่มีความซับซ้อนมากที่สุดที่ถูกใช้โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับจีน ทีมดังกล่าวระบุว่า พบ Daxin พร้อมกับเครื่องมือเจาะข้อมูลอื่นๆ ที่เคยถูกใช้โดยนักโจมตีทางไซเบอร์ของจีน นักเจาะข้อมูลใช้งาน Daxin โดยขัดต่อ “ผลประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ขององค์กรและรัฐบาลจีน” โดยมัลแวร์นี้อนุญาตให้ผู้ใช้งานเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ถูกโจมตีได้โดยตรงผ่านเครือข่ายที่ถูกรักษาอย่างเหนียวแน่น และไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานมัลแวร์สามารถดึงข้อมูลมาได้โดยไม่ถูกสงสัย วิคราม ทาเกอร์ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของ Symantec กล่าวกับรอยเตอร์ว่า Daxin สามารถถูกควบคุมจากที่ใดก็ได้บนโลก หากคอมพิวเตอร์ที่เป็นเป้าหมายติดเชื้อมัลแวร์แล้ว โดยเขาระบุว่า เหยื่อที่ถูก Daxin โจมตี รวมถึงหน่วยงานระดับสูงในเอเชียและแอฟริกา รวมถึงกระทรวงยุติธรรมของประเทศต่างๆ     ที่มา : voathai   …

แฉรัสเซียใช้ “ระเบิดสุญญากาศ” คาร์คีฟโดนถล่มซ้ำ-สลดไฟคลอกดับคารถยกครัว

  แฉรัสเซียใช้ “ระเบิดสุญญากาศ”– วันที่ 1 มี.ค. เอเอฟพี บีบีซี และการ์เดียนรายงานสถานการณ์ความไม่สงบใน ประเทศยูเครน ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 6 หลังจากกองกำลังรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางการทหารในยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ว่า ยังมีปะทะต่อเนื่องในหลายเมืองทั่วยูเครน ทั้งที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในการหารืออีกครั้งว่าพร้อมจะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน และเกิดขึ้นหลังจากคณะผู้แทนรัฐบาลยูเครนนำโดยนายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครน เพิ่งหารือกับคณะผู้แทนรัฐบาลรัสเซียนำโดยนายวลาดิมีร์ เมดินสกี ผู้ช่วยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และนายลีโอนิด สลัตสกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมา ที่เมืองกอเมล ประเทศเบลารุส ติดชายแดนยูเครนทางตอนเหนือ เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 28 ก.พ.   An ambulance is seen through the damaged window of a vehicle hit by…

รัฐบาลอังกฤษคุมเข้มออนไลน์ ผู้ใช้งานต้องระบุตัวตน

  รัฐบาลอังกฤษประกาศมาตรการเพิ่มเติมภายใต้ร่างกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเฟซบุ๊ก , กูเกิล และทวิตเตอร์ ต้องมีเครื่องมือยืนยันตัวตนของผู้ใช้ รวมถึงต้องมีตัวเลือกว่าจะรับหรือไม่รับข้อความจากบัญชีที่ไม่ระบุตัวตน รวมถึงการตอบกลับหรือไม่ เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งและคุกคามออนไลน์จากผู้ไม่ลงทะเบียนเปิดเผยตัวตน นอกจากนี้ ยังต้องมีเครื่องมือที่ช่วยกรองเนื้อหาที่เป็นอันตราย หวังหยุดการกระจายข้อความข่าวสารอันเป็นเท็จ และความเกลียดชัง ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีที่ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกออฟคอม ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับธุรกิจสื่อของรัฐบาลอังกฤษกำหนดค่าปรับสูงถึง 10% ของรายได้ประจำปีทั่วโลกของบริษัท อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยเตรียมเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า     ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์    /   วันที่เผยแพร่ 26 ก.พ.65 Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2325992

นักวิจัยสหรัฐขโมยข้อมูล ‘การแพทย์’ ไปขายที่จีน

  สมคบคิดกันก่อเหตุขโมยความลับทางการค้าเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์นั้น ต้องป้องกันทั้งภัยคุกคามที่มาจากภายนอกและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นภายใน ท่านคงเคยอ่านบทความของผมที่กล่าวถึง “ภัยคุกคามจากภายใน (Insider Threat)” ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่เกิดจากบุคคลในองค์กรเอง บางครั้งเกิดจากความไม่ตั้งใจ เช่น ความผิดพลาดของการใช้ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ฯลฯ แต่ในบางครั้งก็เกิดจากความประสงค์ร้ายจากบุคคลที่แฝงตัวมาในองค์กร บทความนี้ผมมีตัวอย่างของ Insider Threat ที่เกิดจากความตั้งใจมาเล่าให้ท่านฟังครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐฯ ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นนักวิจัยในโรงพยาบาลเด็กที่สหรัฐฯ ได้รับสารภาพว่า สมคบคิดก่อเหตุขโมยความลับทางการค้าด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับถุงที่ส่งออกภายนอกเซลล์ (Exosomes) ของสถาบันวิจัยโรงพยาบาลเด็กทั่วประเทศเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินของเธอเอง โดยเธอถูกตัดสินจําคุก 30 เดือน โดยศาลแขวงสหรัฐฯ นักวิจัยคนนี้ทํางานในห้องปฏิบัติการวิจัยทางการแพทย์ที่สถาบันวิจัยตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2017 ส่วนสามีของเธอที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดนั้นทำงานที่สถาบันวิจัยตั้งแต่ปี 2008 จนถึง 2018 สองสามีภรรยาร่วมกันสมคบคิดในการขโมยและสร้างรายได้จากการวิจัย Exosomes ซึ่งเป็นการวิจัยที่มีบทบาทสําคัญในการระบุและรักษาอาการต่างๆ เช่น พังผืดในตับ มะเร็งตับ และลําไส้อักเสบ ซึ่งจะพบได้ในทารกที่คลอดก่อนกําหนด เอกสารจากศาลระบุว่า หลังจากขโมยความลับทางการค้านักวิจัยรายนี้สร้างรายได้ให้ตนเองผ่านการสร้างและขายชุดแยก Exosomes ผ่านบริษัทของเธอที่ประเทศจีน โดยเอฟบีไอกล่าวว่า การลงโทษนักวิจัยรายนี้จะช่วยให้สามารถยับยั้งผู้ประสงค์ร้ายที่ต้องการก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยเอฟบีไอจะทํางานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นําระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี Insider…

เคียฟยกเลิกเคอร์ฟิว รัสเซียอ้างยึดได้ 2 เมือง ยูเครนเผยพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 352 ราย

ตำรวจยูเครนตรวจค้นตัวชายคนหนึ่งขณะหยุดรถต้องสงสัยคันหนึ่ง ในกรุงเคียฟของยูเครน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (รอยเตอร์)   เคียฟยกเลิกเคอร์ฟิว รัสเซียอ้างยึดได้ 2 เมือง ยูเครนเผยพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 352 ราย สถานการณ์สู้รบในยูเครนยืดเยื้อเป็นวันที่ 5 แล้ว เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยยังคงมีการปะทะกันของกำลังทหารรัสเซียและยูเครน ซึ่งสำนักข่าวอิสเตอร์แฟกซ์ อ้างกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้ยึดเมืองเบอร์เดียนสค์ และเมืองอีเนอร์โรดาร์ ตั้งอยู่ในแคว้นซาโปริฌเฌีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนไว้ได้ รวมถึงพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌียด้วย   หญิงชาวยูเครนเดินบนถนนที่แทบจะร้างผู้คนในกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน หลังจากมีการยกเลิกเคอร์ฟิวในกรุงเคียฟเมื่อเวลา 08.00 น. (รอยเตอร์) ขณะที่สำนักงานบริการการสื่อสารพิเศษและการปกป้องข้อมูลของยูเครนระบุว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งในกรุงเคียฟและเมืองคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง หลังจากเงียบสงบไปได้ไม่กี่ชั่วโมง และมีรายงานอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในเมืองเชอร์นิกอฟ ทางตอนเหนือของยูเครน เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นหลังจากถูกยิงโจมตีด้วยขีปนาวุธ ด้านกองบัญชาการภาคพื้นดินของยูเครนรายงานว่า เมืองซิตโทเมีย ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเช่นกันในช่วงคืนที่ผ่านมา   รถทหารของยูเครนตระเวนในกรุงเคียฟ (รอยเตอร์) ขณะที่เสนาธิการทหารบกของกองทัพยูเครน เปิดเผยว่า ทหารรัสเซียชะลอจังหวะการบุกยูเครนลง…

วิกฤตลุกลาม! อียู-แคนาดาประกาศ ‘ปิดน่านฟ้า’ ห้ามเครื่องบินรัสเซียผ่าน

  สหภาพยุโรป (อียู) และแคนาดาประกาศปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินสัญชาติรัสเซียผ่าน อีกหนึ่งมาตรการที่มุ่งกดดันให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ยอมหยุดปฏิบัติการรุกรานยูเครน ซึ่งถือเป็นการโจมตีต่อชาติยุโรปครั้งเลวร้ายที่สุดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่บางสายการบินของยุโรปเริ่มงดเที่ยวบินสู่แดนหมีขาว และหยุดทำการบินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย สายการบินแอโรฟล็อต (Aeroflot) ของรัสเซียประกาศระงับเที่ยวบินไปยุโรปทั้งหมด หลังจากที่ โจเซป บอร์เรลล์ ประธานฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู ระบุว่า สหภาพยุโรปทั้ง 27 ชาติ มีมติปิดน่านฟ้าไม่ให้อากาศยานของรัสเซียผ่านเข้าออกได้ สหรัฐอเมริกาก็กำลังพิจารณาใช้มาตรการเดียวกัน ทว่ายังไม่ได้มีการตัดสินใจ ขณะที่วอชิงตันแจ้งเตือนพลเมืองอเมริกันให้รีบเดินทางออกจากรัสเซียด้วยเที่ยวบินพาณิชย์โดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีหลายประเทศที่เริ่มปิดน่านฟ้าห้ามอากาศยานรัสเซียเข้าแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินต่างๆ ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มขึ้น มาตรการแบนเครื่องบินรัสเซียมีขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกยังคงเร่งฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งก็ทำให้ยอดผู้โดยสารลดลงมากอยู่แล้ว เยอรมนี สเปน และฝรั่งเศส ประกาศร่วมมือกับอังกฤษ กลุ่มประเทศนอร์ดิก (เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , สวีเดน) และกลุ่มรัฐบอลติก (เอสโตเนีย , ลัตเวีย , ลิทัวเนีย) ปิดกั้นไม่ให้เครื่องบินรัสเซียใช้น่านฟ้าของตน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ล่าสุดที่บรรดาชาติพันธมิตรนาโตใช้ทำสงครามเศรษฐกิจกับ ปูติน หลังจากที่โลกตะวันตกรวมถึงสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรการเงินอย่างครอบคลุมกับรัสเซียไปแล้วก่อนหน้า ทั้งนี้…