‘ซูเปอร์โพล’ ชี้ปมการเมือง ม.112 ในโซเชียล ถูกปั่นกระแสจากตปท. ส่วนใหญ่ใช้บัญชีทิพย์

  ซูเปอร์โพล ชี้ปมการเมือง ม.112 ในโซเชียล ถูกปั่นกระแสจากตปท. ส่วนใหญ่ใช้บัญชีทิพย์ หวังกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ความมั่นคงชาติ   นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยในวันนี้ (22 ต.ค. 65) ถึงข้อมูลโลกออนไลน์ เรื่อง ความจริงในโลกโซเชียล กรณีศึกษาข้อมูลในโลกโซเชียล ผ่านเทคโนโลยีที่ประยุกต์ใช้กรอบการปฏิบัติการข้อมูลขั้นสุทธิ และระเบียบวิธีวิทยาการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ จากแหล่งข้อมูลพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของกลุ่มบัญชีผู้ใช้สื่อออนไลน์ในประเทศและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 10 ก.ย.- 21 ต.ค.65 ที่ผ่านมา   ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ความจริงในโลกโซเชียลทางการเมืองในการศึกษาครั้งนี้คือ การปลุกปั่นกระแสกระทบเสถียรภาพของรัฐบาล มีจำนวนตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาจากโลกโซเชียลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศทั้งสิ้น 27,065 ตัวอย่าง พบว่า จำนวน 24,868 ตัวอย่างหรือร้อยละ 91.88 เป็นการปั่นมาจากต่างประเทศ เพื่อกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเช่น ไล่ประยุทธ์ ประยุทธ์ออกไป ในขณะที่ จำนวน 2,197 ตัวอย่างหรือร้อยละ 8.12 ปั่นภายในประเทศโดยมีค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งของการปั่นจำนวน 621.7 ครั้งในช่วงระยะเวลาประมาณ 30…

ทางการสหรัฐฯ สืบสวนปัญหา GPS ขัดข้องจนต้องปิดรันเวย์ในสนามบินรัฐ Texas นานข้ามวัน

    FAA (สำนักงานการบินแห่งของสหรัฐฯ) กำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่สัญญาณ GPS ถูกรบกวนจนทำให้สนามบินนานาชาติ Dallas-Fort Worth ในรัฐ Texas ต้องหยุดใช้งาน 1 รันเวย์ ส่งผลให้เครื่องบินหลายลำต้องบินไปลงจอดที่สนามบินอื่น   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยในเวลานั้น FAA ได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินและนักบินในบริเวณใกล้เคียงผ่านระบบ ATIS (Automatic Terminal Information Service) ซึ่งเป็นระบบสื่อสารที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายข้อมูลผ่านการสื่อสารทางวิทยุแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน   ข้อความที่ FAA แจ้งเตือนนั้นมีใจความตอนหนึ่งระบุว่า   ATTN ALL AIRCRAFT. GPS REPORTED UNRELIABLE WITHIN 40 NM OF DFW.   ซึ่งแปลอย่างตรงตัวได้ความว่าเป็นการแจ้งเตือนเครื่องบินทุกลำให้ทราบว่ามีรายงานเรื่องความผิดปกติของระบบ GPS ในพื้นที่ 40 ไมล์รอบสนามบิน Dallas-Fort Worth…

Microsoft ทำข้อมูลภายในและข้อมูลสำคัญของลูกค้าหลุดออกไป 2.4 TB

  SOCRadar บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้เปิดเผยรายงานระบุว่า Microsoft ทำข้อมูลภายในรั่วไหล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก็บตั้งแต่ปี 2017 มาจนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ รวมปริมาณ 2.4 TB   ข้อมูลที่หลุดออกมามีทั้งเอกสารภายในเกี่ยวกับการดำเนินของบริษัท, ข้อมูลผู้ใช้, รายละเอียดการสั่งซื้อและการเสนอขายผลิตภัณฑ์, รายละเอียดโครงการต่างๆ, ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ระบุตัวตนได้ รวมทั้งเอกสารอื่นที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ทั้งนี้ SOCRadar ระบุว่าข้อมูลชุดนี้มาจากการปรับแต่งที่ผิดพลาดของ Azure Blob Storage   Microsoft เองก็โพสต์บล็อกอธิบายเรื่องการสืบสวนเกี่ยวกับปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า SOCRadar ระบุเรื่องขอบข่ายความเสียหายเกินจริงไปมาก เพราะข้อมูลหลายส่วนนั้นแท้จริงแล้วเป็นข้อมูลสำเนาที่อ้างอิงมาจากอีเมลชุดเดียวกัน, โครงการเดียวกัน, ผู้ใช้กลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ Microsoft ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของ Microsoft แต่มาจากการปรับแต่งค่าที่ผิดพลาดโดยไม่ได้เจตนาเท่านั้น   ทั้งนี้เมื่อมีลูกค้ารายหนึ่งได้ติดต่อสอบถาม Microsoft ว่ามีข้อมูลของพวกเขาหลุดออกไปด้วยหรือไม่ Microsoft ตอบแต่เพียงว่าไม่สามารถระบุข้อมูลที่ได้รับผลกระทบได้ แม้ลูกค้ารายดังกล่าวจะทักท้วงแต่ก็ได้รับการปฏิเสธจาก Microsoft อีกครั้งในภายหลัง   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและท่าทีของ Microsoft ต่อเรื่องนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ Microsoft และการตั้งคำถามถึงวิธีจัดการปัญหา รวมทั้งนโยบายการสำรองข้อมูลและการทำลายข้อมูลเก่า ตลอดจนแนวปฏิบัติในการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลว่าขาดประสิทธิภาพในการสื่อสาร…

นายกฯ เกาะติดแก้อาวุธปืนหาย กำชับทุกหน่วยคุมเข้ม ไม่ให้ทุจริตทรัพย์สินของรัฐ

  21 ต.ค.2565 – น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุดที่ได้มีกรณีที่เจ้าหน้าที่ยศดาบตำรวจของ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขโมยปืนของ สภ.ปากเกร็ดไปขาย-จำนำ และกระทำมาเป็นเวลาหลายปีนั้น   นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามและสั่งการเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว และอยู่ระหว่างการเร่งรัดติดตามอาวุธปืนที่สูญหายกลับมาโดยเร็ว ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี   หลังจากเกิดกรณีดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สถานีตำรวจทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและดูแลรักษาอาวุธปืน รวมถึงอาวุธอันตรายอื่น ๆ ของหน่วยงาน และให้มีมาตรการการลงโทษตามกฎหมายให้เด็ดขาด และยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานมีมาตรการป้องกันการทุจริต การขโทยทรัพย์สินของรัฐทุกประเภท   “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการใช้อาวุธปืนอย่างเป็นระบบ ป้องกันไม่ให้มีการนำปืนไปก่อความรุนแรงกับประชาชน โดยมาตรการต่าง ๆ ได้ผ่านการอนุมัติของ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา และนายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทุกมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน พร้อมกำชับเรื่องดูแลไม่ให้มีการทุจริตจากการใช้ทรัพย์สินของรัฐเด็ดขาด ”…

ทหารพรานโดนดักบึ้มหลังกลับจากหาหมอ

  ทหารพรานจะแนะถูกลอบวางระเบิดเจ็บ 5 นาย เหตุเกิดขณะขับรถยนต์พากำลังพลป่วยไข้หวัดกลับจากหาหมอที่โรงพยาบาล คาดฝีมือแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน   เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 21 ต.ค.65 ร.ต.อ.ยุทธชัย โรจน์ศิริมนตรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.จะแนะ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4905 ที่บริเวณคอสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี บ้านไอร์ซือเร๊ะ ม.3 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และรถยนต์ได้รับความเสียหาย   หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9 รักษาการแทน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ รอบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.อดุลย์ เง๊าะ ผกก.สภ.จะแนะ พ.อ.ศุภชัย สงสังข์ ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.นปพ.ร่วม จ.นราธิวาส พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.กองกำลังทหารพราน…

เท็กซัสฟ้อง Google เก็บข้อมูล Biometric ทั้งใบหน้าและเสียงโดยขอความยินยอมไม่ครบถ้วน

  เท็กซัสฟ้อง Google เก็บข้อมูล Biometric ทั้งใบหน้าและเสียงโดยขอความยินยอมไม่ครบถ้วน   Ken Paxton อัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสยื่นฟ้อง Google กล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎหมายรัฐโดยการเก็บข้อมูลชีวมิติ (biometric) ซึ่งนับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ต้องขออนุญาตผู้ใช้แยกจากการขอข้อมูลส่วนบุคคลปกติ   คำฟ้องระบุว่า Google ใช้ฟีเจอร์ใน Google Photos, Google Assistant และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Nest เพื่อเก็บข้อมูลใบหน้าและการจดจำเสียงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อย่างครบถ้วน และยังนำข้อมูลไปใช้สำหรับจุดประสงค์ทางการค้า เช่น การพัฒนาอัลกอริธึมของปัญญาประดิษฐ์หรือการขายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล   คำฟ้องกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมาย Capture or Use of Biometric Identifier Act ที่ควบคุมการเก็บข้อมูลชีวมิติ ได้แก่ การสแกนม่านตา, ลายนิ้วมือ, ลักษณะเสียง (voiceprint), ภาพมือหรือใบหน้า โดยองค์กรที่จะเก็บข้อมูลต้องแจ้งผูใช้ และต้องทำลายข้อมูลเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง   ทางฝั่ง Google ออกมาโต้แย้งว่า Google Photos เป็นบริการที่ทำให้ผู้ใช้จัดการรูปภาพได้ง่ายขึ้น และผู้ใช้สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย…