‘ผบ.ทหารอากาศอิสราเอล’ถูกตำหนิกรณีเปิดเผยภาพ ‘เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35’

ภาพที่แสดงให้เห็น เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ไลท์นิง 2 ไอ อาดีร์ ของกองทัพอากาศอิสราเอล กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ภาพนี้ ถูกนำออกเผยแพร่ทางสื่อสังคม ภายหลังผู้บัญชาการทหารอากาศอิสราเอล อามิคัม นอร์คิน ได้นำออกมาอวด Israeli air force chief takes heat for revealing F-35 photo By Asia Times staff 25/05/2018 มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสหลายคนของอิสราเอลวิพากษ์ตำหนิผู้บัญชาการทหารอากาศ กรณีเผยแพร่ภาพเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 อย่าง “ไม่มีความเหมาะสมและไม่ได้ช่วยอะไร” ขณะเดียวกันภาพดังกล่าวก็ทำให้เกิดการคาดเดากะเก็งกันเกี่ยวกับภารกิจของเครื่องบินเหล่านี้ มีรายงานว่าพวกรัฐมนตรีอาวุโสของอิสราเอลพากันวิพากษ์วิจารณ์ อามิคัม นอร์คิน (Amikam Norkin) ผู้บัญชาการทหารอากาศของประเทศอย่างรุนแรง สำหรับสิ่งที่รัฐมนตรีเหล่านี้คนหนึ่งเรียกว่า “การแสดงความหยิ่งยโสและการโอ้อวดที่ไม่มีความจำเป็น”  การวิจารณ์ตำหนิเช่นนี้ ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานข่าวของ หนังสือพิมพ์ไทมส์ออฟอิสราเอล (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.timesofisrael.com/ministers-reportedly-pan-air-force-chief-for-photo-of-f-35-over-lebanon/) นั้น เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากการที่ นอร์คิน เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งบรรยายเอาไว้ว่า ถ่ายขณะเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ของอิสราเอลลำหนึ่ง กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งของกรุงเบรุต…

‘ออสซี่’ ทบทวนหน่วยงานข่าวกรองครั้งใหญ่ เพิ่มความแข็งแกร่งสู้อิทธิพลต่างชาติ

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา เริ่มกระบวนการทบทวนหน่วยงานด้านข่าวกรองของประเทศที่ครอบคลุมมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ท่ามกลางความห่วงกังวลด้านการก่อการร้าย รวมถึงการแทรกแซงทางการเมืองจากต่างประเทศ รายงานระบุว่า อดีตผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองความมั่นคงแห่งชาติ (เอเอสไอโอ) ของออสเตรเลียจะเป็นประธานในการตรวจสอบที่จะเน้นไปที่การทบทวนการแบ่งปันข้อมูล ทรัพยากร รวมถึงกฎหมาย ที่หน่วยงานข่าวกรองส่วนกลางและท้องถิ่นนั้นใช้ร่วมกัน คริสเตียน พอร์เตอร์ อัยการสูงสุดออสเตรเลียระบุว่า การทบทวนครั้งนี้นับเป็นการทบทวนกฎหมายด้านข่าวกรองครั้งใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 70 โดยการทบทวนดังกล่าวนั้นมีขึ้นเนื่องจากสภาพแวดล้อมด้านข่าวกรองในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป และการทบทวนมีความจำเป็นเพื่อทำให้แน่ใจว่าหน่วยงานข่าวกรองมีเครื่องมือและกรอบการทำงานที่จะทำงานให้เป็นไปตามเป้าประสงค์หลักนั่นคือการทำให้ชาวออสเตรเลียปลอดภัย ทั้งนี้การทบทวนดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในกระบวนการปฏิรูปกฎหมายจารกรรมและการแทรกแซงจากต่างชาติ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีก่อนโดยเน้นไปที่ความห่วงกังวลในการแทรกแซงทางการเมืองจากจีน หลังมีรายงานข่าวว่ามหาเศรษฐีชาวจีน ใช้การบริจาคเงินเพื่อเข้าถึงพรรคการเมืองออสเตรเลีย ———————————————————————- ที่มา : MATICHON Online / 30 พฤษภาคม 2561 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_976991

หวั่นสหรัฐเอาไม่อยู่ ถ้าเกิดสงครามนาทีนี้จะถูกรัสเซีย-จีน สอยเครื่องบินรบได้ง่ายดาย

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เว็บไซต์นิวสวีก รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประเมินว่าจากเทคโนโลยีการทหารของรัสเซีย และจีนที่พัฒนามากขึ้นในปัจจุบัน อาจจะทำให้เครื่องบินรบของสหรัฐต้องเจอปัญหาความยุ่งยาก และอาจถูกยิงตกได้ภายในวันแรก หากเกิดสงครามขึ้น ฮีตเธอร์ วิลสัน รัฐมนตรีหญิงแห่งกระทรวงทหารอากาศสหรัฐ รายงานต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาในเรื่องกลาโหมถึงแผนการยกระดับอัพเกรดเครื่องบินรบของรัสเซีย และจีนที่มีเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นว่าอาจจะสร้างความเสียหายให้กับกองทัพสหรัฐได้ง่ายขึ้น หากสหรัฐไม่เร่งพัฒนาให้ล้ำหน้ากว่า นอกจากนี้นางวิลสันยังพูดถึงเรื่องระบบ JSTARS (ย่อมาจาก Joint Surveillance Target Attack Radar System) ที่ออกแบบมาเพื่อให้ควบคุมและกำหนดทิศทางการบินให้กับหน่วยบินสอดแนมเพื่อหาข้อมูลให้กับทหารภาคพื้น โดยทางกองทัพอาหารเล็งที่จะเปลี่ยนเอาเทคโนโลยี JSTARS ที่ใช้มานานในเครื่องบินสอดแนม 17 ลำออก และจะเอาระบบจัดการการต่อสู้ขั้นสูงเข้ามาแทนที่ ระบบนี้จะผสานทั้งระบบควบคุมโดยมนุษย์ และไร้มนุษย์ อีกทั้งยังทำระดับขึ้นสู่อวกาศเพื่อสอดแนมได้ แต่อนุกรรมาธิการเสนอว่าหากปลดระบบ JSTARS ออก งบประมาณจะถูกลดลงถึงร้อยละ 50 นางวิลสันชี้แจงว่าแม้ว่าทางกองทัพจะอัพเกรดระบบ JSTARS ก็ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือรัสเซีย และจีนในแง่การป้องกันประเทศ พร้อมระบุว่าสองประเทศนี้มีระบบขีปนาวุธป้องกันทางอากาศที่มีระยะไกลกว่าระยะของระบบ JSTARS และเครื่องบินของสหรัฐจะถูกยิงตกในวันแรกของสงครามอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ทางกองทัพสหรัฐรู้ดีถึงขีดความสามารถของรัสเซีย และจีน อย่างระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน เอส-400 ที่โจมตีศัตรูในระยะไกลกว่า 400 กิโลเมตร…

กู้ไม่ทัน! ระเบิดสงครามโลกลั่นกลางไซต์งาน อังกฤษทิ้งไว้เขย่าขวัญเยอรมัน

This handout picture released and taken by Polizei Sachsen on May 24, 2018/AFP เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ดอยเชอเวลเลอรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมันในเมือง เดรสเดน ภาคตะวันออกของเยอรมนี ออกเตือนประชาชนให้อพยพออกจากพื้นที่ที่อาศัยอยู่ในเขตเลิบเทา เนื่องจากพบ ระเบิดของอังกฤษที่ทิ้งไว้ตั้งแต่ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ในไซต์ก่อสร้าง และบางส่วนเกิดการระเบิดขึ้น แม้ว่าทางตำรวจจะพยายามนำรถขนแท่งปูนกั้นปิดพื้นที่ ขณะกู้ระเบิด นายโธมัส ไกธ์เนอร์ โฆษกตำรวจของรัฐแซกโซนี ระบุว่าทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยดับเพลิงส่งหุ่นยนต์เข้าไปหล่อเย็นระเบิดก่อนที่จะส่งเจ้าหน้าผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเก็บกู้ นอกจากนี้ยังมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ และโดรนในการช่วยเหลือหุ่นยนต์ภาคพื้นดิน นอกจากนี้ทางตำรวจยังเผยด้วยว่าในจุดนี้ ทางตำรวจไม่ทราบว่ามีระเบิดจำนวนเท่าใดในพื้นที่ พื้นที่ที่มีการกั้นบริเวณ และอพยพผู้อยู่อาศัยออกไป หลังจากตำรวจรับแจ้ง จึงนำปูนแท่งมากั้นบริเวณเพื่อเก็บกู้ระเบิด /twitter.com/PolizeiSachsen ขณะเดียวกันทางตำรวจในเมืองเดรสเดนประกาศพื้นที่อันตราย พร้อมกับอพยพผู้คนเกือบหมื่นคนออกจากพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ระเบิดดังกล่าวค้นพบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และบางส่วนของระเบิดเกิดปะทุขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันพุธ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญพยายามกู้ตัวจุดระเบิด แต่ระเบิดดังกล่าวไม่ร้ายแรงและไม่มีใครบาดเจ็บ ————————————————————— ที่มา : ข่าวสด / 24 พฤษภาคม 2561 Link : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1128470

‘กอ.รมน.ภ.4-กก.อิสลามปัตตานี’ วอนอย่าเชื่อข่าวลือห้ามเข้าเมืองช่วง 28-30 พ.ค.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 พ.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ปัตตานี พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคง (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า นายดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.ปัตตานี ร่วมชี้แจงกรณีมีบุคคลปล่อย 2 คลิปปริศนาสร้างข่าวลือต่อๆ กัน ขอไม่ให้ประชาชนที่นับถือศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกจากบ้านเข้าเขตเมืองในวันที่ 28 – 30 พ.ค. เพราะจะมีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยจากคลิปที่ปรากฏมองว่าเป็นความพยายามปล่อยข่าวลือสร้างความสับสนและหวาดกลัว ตลอดจนสร้างพลกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติศาสนากิจของมุสลิมในพื้นที่ช่วงเดือนรอมฎอน และยังเป็นการบิดเบือนหลักคำสอนตามศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง จึงเตรียมประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย อย่าตื่นตระหนกกับข่าวลือดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มป่วนเมืองปัตตานี ยะลา นราธิวาส เมื่อ 20 พ.ค.ที่ผ่านมานั้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้แล้วหลายราย ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าคลิปข่าวลือดังกล่าวมีการปล่อยต่อๆ อย่างแพร่หลายตามโซเชียล จนเกิดคำถามและสร้างความวิตกกังวนว่าจะเกิดเรื่องราวจริงหรือไม่ โดยประชาชนส่วนหนึ่งได้มีการตักเตือนครอบครัวและญาติ เพื่อเลี่ยงกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจริง ท่ามกลางการจัดมาตรการขุมเข้มในทุกพื้นที่ โดยมีคำสั่งให้สนธิกำลังร่วมทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนกำลังภาคประชาชน เข้ามาช่วยตรวจตราตามจตุดตรวจจุดสกัดในเส้นทางหลักและทางรองเข้าสู่พื้นที่เขตตัวเมืองปัตตานี และมีการจัดส่งชุดลาดตระเวนประจำจุดที่มีความสุ่มเสี่ยงเน้นชุมชนเมืองและย่านเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา…

เจ๋ง! นักศึกษาในฟลอริดา พัฒนาอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลที่ตู้ ATM

นอกจากจะมีเหล่าแฮคเกอร์ หรือนักเจาะข้อมูล ที่ขโมยหมายเลขบัตรเครดิตทางอินเตอร์เนตแล้ว ยังมีมิจฉาชีพกลุ่มอื่นๆ ที่ขโมยข้อมูลจากตัวบัตรโดยตรงหรือที่ตู้ ATM ล่าสุด นักเรียนกลุ่มหนึ่งที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา คิดค้นอุปกรณ์ที่ยับยั้งการโจรกรรมเหล่านี้ได้ ด้วยต้นทุนไม่แพงแล้ว แม้ว่าบัตรเครดิตและบัตรเดบิตรุ่นใหม่ๆ จะมีแถบชิพอิเล็กทรอนิค ที่ยากต่อการคัดลอกหมายเลขบัตร แต่ก็ยังมีบัตรเครดิตจำนวนมากที่ยังใช้แถบแม่เหล็กและต้องใช้เครื่องอ่านบัตรแบบเก่ากันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามร้านค้าเล็กๆ หรือปั๊มน้ำมัน ซึ่งมักจะตกเป็นเป้าหมายของเหล่ามิจฉาชีพ อาจารย์ Patrick Traynor จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา อธิบายว่า บัตรเครดิตจะถูกเข้าถึงข้อมูลภายในบัตรได้ ด้วยเครื่องอ่านบัตรเครดิต หรือ Card Reader ซึ่งจะมีเครื่องอ่านบัตรเพียงเครื่องเดียวที่ปรากฏอยู่ในช่องเสียบบัตรของตู้ ATM หรือร้านค้า แต่วิธีของเหล่ามิจฉาชีพจะติดหัวอ่านปลอมเข้ากับหัวอ่านแถบแม่เหล็กของบัตรของจริงอย่างแยบยล และเมื่อลูกค้าใส่บัตรเครดิตเข้าไป หัวอ่านนั้นจะคัดลอกข้อมูล และนำไปทำบัตรเครดิตปลอมมาใช้ เจ้าหน้าที่รักษากฏหมายของสหรัฐฯ เรียกการโจรกรรมดังกล่าวว่า Skimmer ซึ่งในแต่ละปีสามารถขโมยเงินได้มากกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ การโจรกรรมแบบ Skimmer กำลังแพร่หลาย โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ เช่นที่มหานครนิวยอร์ค ทว่าที่นั่นกลับมีตำรวจสืบสวนเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ได้รับการฝึกอบรมให้สามารถตรวจสอบหัวอ่านปลอมที่ถูกนำไปติดตั้งตามตู้ ATM ได้ ล่าสุด นักเรียนกลุ่มหนึ่งที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา ภายใต้การนำของอาจารย์ Patrick Traynor คิดค้นพัฒนาอุปกรณ์ที่มีชื่อเรียกว่า…