องค์การพัฒนาเอกชน APOPO ฝึกหนูยักษ์แอฟริกันดมหากับระเบิดทั่วโลก

Ellie Cutright รักหนูเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งเเต่เด็ก และตอนนี้เธอทำงานในทีมนักวิจัยขององค์กรไม่หวังผลกำไรนานาชาติ APOPO ที่แทนซาเนีย เธอบอกว่าคนมองว่าหนูสกปรก แต่ตอนเป็นเด็ก เธอมีหนูหลายตัวเป็นสัตว์เลี้ยงจึงไม่รู้สึกรังเกียจหนู Cutright บอกว่าได้ติดตามข่าวสารขององค์กร APOPO ทาง Facebook มานานหลายปีในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเห็นประกาศรับสมัครงานขององค์กรตอนที่เธอกำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย เเละเธอตัดสินใจสมัครงานเเม้ว่าจะไม่คิดว่าจะได้งานนี้ เเต่ความฝันก็เป็นจริง เธอบอกว่า หนูเป็นสัตว์ที่ฉลาดเเละน่าทึ่ง และหนูพันธุ์ที่ทีมวิจัยของเธอทำงานด้วยน่ารักมาก ชอบอยู่กับคน ชอบให้อุ้มเเละดูแล นอกจากนี้ยังขยันทำงานอีกด้วย หนูยักษ์แอฟริกันเมื่อโตเต็มที่อาจมีขนาดใหญ่เท่ากับเเมวเลี้ยงทีเดียว หนูพันธุ์นี้เกิดเเละเลี้ยงให้โตที่สำนักงานใหญ่ขององค์กร APOPO ในเมือง Morogoro ประเทศแทนซาเนีย การฝึกหนูเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนูหย่านมเเม่ตอนราวอายุ 10 สัปดาห์ การฝึกฝนใช้การกดตัวคลิกเกอร์เเละให้รางวัลเป็นอาหาร ซึ่งได้ผลดีเพราะหนูชอบกิน หนูดมกลิ่นกับระเบิดจะเริ่มการฝึกบนโต๊ะที่คลุมด้วยดิน เเละถูกสอนให้ดมกลิ่นหาตลับใบชาทรงไข่ที่บรรจุดินระเบิดทีเอ็นที Cutright กล่าวว่า เมื่อหนูเข้าไปใกล้จุดที่ฝังตลับใบชาบรรจุดินระเบิดทดลอง ผู้ควบคุมจะกดปุ่มคลิกและหนูจะได้รับรางวัลเป็นอาหาร นี่ทำให้หนูเรียนรู้ว่ากลิ่นของดินระเบิดหมายถึงอาหาร หลังจากนั้น ทีมนักวิจัยจะค่อย ๆ ขยายบริเวณพื้นที่เสาะหากับระเบิดออกไป โดยใช้เชือกผูกที่คอหนูขณะวิ่งไปตามพื้นดินเพื่อดมหากับระเบิดทดลอง Cutright กล่าวว่าเมื่อหนูเริ่มเข้าไปดมกลิ่นหากับระเบิดสังหารบุคคลในพื้นทื่จริง ๆ หนูจะคุ้ยดินตรงจุดที่มีกับระเบิดอยู่ เป็นสัญญาณบอกให้คนดูเเลหนูว่าพบวัตถุสงสัย และจะทำการติดเครื่องหมายลงในจุดนั้นก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนกอบกู้กับระเบิดอย่างปลอดภัย หนูดมกับระเบิดขององค์กรไม่หวังผลกำไรแห่งนี้ถูกส่งไปทำงานค้นหากับระเบิดในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกับระเบิดหลายเเห่งในเเทนซาเนีย เเละยังถูกส่งไปทำงานนี้ในประเทศอื่น…

Apple ลบแอปแผนที่ฮ่องกง หลังม็อบใช้สอดส่องความเคลื่อนไหวตำรวจ

บริษัทผู้สร้างโทรศัพท์ชื่อดัง Apple ตัดสินใจลบแอปพลิเคชั่นแผนที่ในฮ่องกง หลังพบว่ากลุ่มผู้ประท้วงนำมาไปใช้ระบุพิกัดแสดงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Apple บริษัทผู้สร้างโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ได้ดำเนินการลบแอปพลิเคชั่นแผนที่ที่นิยมใช้ในพื้นที่ฮ่องกง หลังพบว่ากลายเป็นแอปฯ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงนำมาใช้ในทางการที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากนำมาติดตามความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมายเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ แอปพลิเคชั่นดังกล่าวคือ “HKmap.live” ที่ล่าสุดแอปฯ ดังกล่าวถูกลบออกจากระบบและไม่สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้อีกต่อไป โดยทาง Apple ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า จากเดิมแอปฯ ดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดและไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิม กระทั่งกลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยีและเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตามรายงานระบุว่า HKmap.live เป็นแอปฯ แผนที่ที่แนะนำเส้นทางต่างๆ ทั่วพื้นที่ฮ่องกง แต่กลับพบว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ประท้วงได้ใช้แอปฯ ดังกล่าวในการติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ก่อนจะระบุพิกัดและเข้าโจมตีเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่กลายเป็นเหตุความรุนแรง ทั้งนี้ การดำเนินการลบแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากแรงกดดันจากสื่อของจีน หลังมีการเปิดประเด็นอ้างว่า “Apple ให้การสนับสนุนม็อบฮ่องกงหรือ?” และเปิดโปงว่ามีแอปฯ ในระบบ iOS ที่กลุ่มผู้ประท้วงใช้ในการนำทางและแจ้งพิกัดของเจ้าหนาที่ตำรวจ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทางบริษัทผู้สร้างโทรศัพท์ชื่อดังได้ดำเนินการตรวจสอบและหาข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่าแอปพลิเคชั่นดังกล่าวถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง และเข้าข่ายเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบละเมิดต่อข้อกฎหมาย จึงได้ตัดสินใจระงับและลบแอปพลิเคชั่นดังกล่าว ไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ฮ่องกงอีกต่อไป —————————————————— ที่มา : sanook / 10 ตุลาคม 2562 Link : https://www.sanook.com/news/7919466/

อียูเผย ‘แรนซัมแวร์’ คืออาชญากรรมไซเบอร์ที่ร้ายแรงที่สุด

Suspects of cybercrime are seen on the screen at the news conference to announce a major law enforcement action against a transnational organized cybercrime at the Europol’s headquarters in The Hague, Netherlands, May 16, 2019. รายงานเรื่องอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ของสหภาพยุโรป ประจำปี ค.ศ.2019 ระบุว่า การโจมตีทางออนไลน์ในปีนี้มีจำนวนลดลง แต่อาชญากรมุ่งหวังข้อมูลและผลตอบแทนมากขึ้น สำนักงานบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรปจัดทำรายงานชื่อว่า Internet Organized Crime Threat Assessment (IOCTA) ระบุว่า ไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ แรนซัมแวร์ ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งในโลกไซเบอร์ ยกตัวอย่างเช่น แรนซัมแวร์ที่มีชื่อว่า…

‘เอกวาดอร์’ ประกาศเคอร์ฟิวหลังประท้วงครั้งใหญ่

เอกวาดอร์กำลังเผชิญวิกฤตการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อและทวีความรุนแรง จากกระแสความไม่พอใจ หลังประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ของเอกวาดอ ตัดสินใจยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่ง จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ประชาชนหลายพันคนในเอกวาดอร์ ยังชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลเอกวาดอร์ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “เลนิน โมเรโน” และเปิดศึกปะทะกับตำรวจปราบจลาจลในหลายจุด รวมทั้งที่หน้าอาคารรัฐสภาในกรุง “กีโต” เมืองหลวงของเอกวาดอร์ ขณะที่มีรายงานว่าผู้ประท้วงถูกจับกุมไปแล้วไม่ต่ำกว่า 570 คน คาดว่าจะมียอดผู้บาดเจ็บและแต่ยังไม่มีรายงานเป็นทางการ การประท้วงที่ทวีความรุนแรง ทำให้ผู้นำเอกวาดอร์ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน และย้ายที่ทำการรัฐบาลออกจากเมืองหลวงไปที่ Guayaquil นอกจากนี้รัฐบาลเอกวาดอร์ยังร้องขอให้ต่างชาติเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านทางสหประชาชาติ โดยการประท้วงครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ มี การประท้วงในเอกวาดอร์ เริ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดีเลนิน โมเรโน ของเอกวาดอ ตัดสินใจยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัดเข็มขัด ตามเงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขอกู้เงิน 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท) ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงขึ้นกว่า 120% หลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการพยุงราคา นอกจากนี้ เอกวาดอร์เตรียมลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 วิกฤติเศรษฐกิจเอกกวาดอ เริ่มส่งผลมาจากการที่รัฐบาล ใช้งบประมาณ กว่า…

กลุ่มต้านโลกร้อนป่วนสนามบินลอนดอน ปีนเครื่องบิน-ไม่ยอมนั่งเก้าอี้

นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมก่อเหตุประท้วงที่สนามบินในกรุงลอนดอน มีทั้งปีนขึ้นไปบนเครื่องบิน หรือไม่ยอมนั่งจนเครื่องบินขึ้นบินไม่ได้จนเครื่องดีเลย์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักเคลื่อนไหวของกลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม ‘Extinction Rebellion’ พยายามชัตดาวน์ท่าอากาศยานลอนดอนซิตี สนามบินใหญ่อันดับ 5 ของกรุงลอนดอนในอังกฤษ เพื่อประท้วงต่อต้านแผนขยายสนามบินแห่งนี้ ซึ่งพวกเขามองว่าจะทำให้เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลอังกฤษจะบรรลุเป้าหมาย การลดก๊าซคาร์บอนในถึงระดับที่กำหนดภายในปี 2593 นักเคลื่อนไหวหลายร้อยคนรวมตัวปิดทางเข้าสนามบินแห่งนี้เอาไว้ ขณะที่คนอื่นๆ ไปก่อเหตุรบกวนเที่ยวบิน จนเดินทางล่าช้า โดยภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นชายคนหนึ่ง ที่ทางกลุ่มระบุว่าชื่อ เจม์ บราวน์ นอนอยู่บนเครื่องบินของสายการบิน บริติช แอร์เวย์ส นานกว่า 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถนำตัวเขาลงมาได้ ขณะที่บนเครื่องบินโดยสายของสายการบิน เออร์ ลิงกัส ซึ่งกำลังจะบินไปกรุงดับลิน ชายคนหนึ่งก่อเหตุยืนอ่านคำปราศรัยรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเสียงดังในห้องโดยสาร โดยไม่ยอมนั่งเก้าอี้ ทำให้เครื่องบินไม่สามารถออกเดินทางได้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมตัวเขาลงจากเครื่อง จากนั้นเที่ยวบินนี้จะได้เดินทางไปดูไบหลังจากดีเลย์นาน 2 ชั่วโมง นายนิโคลัส วัตต์ นักข่าวบีบีซีซึ่งอยู่บนเครื่องบินลำนี้ด้วยกล่าวว่า “สิ่งที่ย้อนแย้งในการประท้วงเพื่อสิ่งแวดล้อมบนเที่ยวบินของเราก็คือ เราไม่สามารถออกเดินทางได้จนกระทั่งเราต้องเติมน้ำมันเพิ่มเติม แทนที่น้ำมันที่เราใช้ระหว่างการประท้วง” ——————————————————- ที่มา : ไทยรัฐ ออนไลน์ / 11 ตุลาคม 2562…

ซิวมือมีดฝักใฝ่ ‘ไอเอส’ บุกแทง รมต.ความมั่นคงอิเหนา

ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมชายและหญิงซึ่งฝักใฝ่กลุ่มไอเอส ต้องสงสัยร่วมกันก่อเหตุแทงนายวิรันโต รัฐมนตรีด้านกิจการความมั่นคง ระหว่างลงพื้นที่บนเกาะชวา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมือวันที่ 10 ต.ค.ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการจับกุมชายคนหนึ่งและหญิงอีกหนึ่งคน ฐานต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบทำร้ายนายวิรันโต รัฐมนตรีด้านการประสานงานกิจการการเมือง กฎหมายและความมั่นคง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อนายวิรันโต วัย 72 ปี ลงพื้นที่เมืองปันเดกลัง ในจังหวัดบันเติน บนเกาะชวา โดยเมื่อรัฐมนตรีก้าวลงจากรถยนต์ ผู้ต้องสงสัยเข้าประชิดและใช้มีดแทง 2 ครั้ง ท่ามกลางความตกใจของประชาชนที่มารอรับ ขณะที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทันท่วงที นายวิรันโตดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านการประสานงานกิจการการเมือง กฎหมายและความมั่นคง ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ตั้งแต่ปี 2559 เบื้องต้นโรงพยาบาลท้องถิ่นซึ่งให้การรักษาในเบื้องต้นเปิดเผยว่า บาดแผลที่ถูกแทงทั้งสองแห่งอยู่บริเวณหน้าท้องและมีความลึกพอสมควร อย่างไรก็ตาม นายวิรันโตยังคงมีสติและตอบสนองต่อการสื่อสารได้ และเจ้าหน้าที่ได้นำตัวรัฐมนตรีเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อกลับไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงจาการ์ตาเป็นการด่วนแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่าต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกจับกุมมากนัก เว้นเพียงว่า “มีสัญญาณของการฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงของกลุ่มไอเอส” นอกจากนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วยอีก 3 คน เครดิตภาพ : AFP —————————————————— ที่มา : เดลินิวส์ / 10…