สภาฮ่องกงยังวุ่น ฝ่ายค้านประท้วงจนผู้นำอภิปรายไม่ได้

สภานิติบัญญัติของฮ่องกงยังไม่สามารถเปิดประชุมได้เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน จากการที่บรรดาสมาชิกฝ่ายค้านยังคงประท้วงขับไล่นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหาร ส่วนแกนนำม็บที่ถูกลอบทำร้ายมีอาการดีขึ้นแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่าความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติฮ่องกงในการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติ (เล็กโค) เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อให้นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหาร ได้มีโอกาสอภิปรายและตอบกระทู้ถามสดของสมาชิก หลังการประชุมเมื่อวันพุธที่เป็นการแถลงนโยบายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านประท้วงอย่างหนัก จนผู้นำหญิงของฮ่องกงต้องออกจากที่ประชุมเพื่อไปบันทึกเทปการแถลงนโยบาย แล้วออกอากาศทางโทรทัศน์แทน ยังคงเป็นไปด้วยความวุ่นวายและโกลาหล จากการที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านหลายคนประท้วงและตะโกนด่าทอเธอ ขณะที่สมาชิกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายคนชกต่อยกันเองในสภา จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องระดมกำลังเพิ่มเป็นพิเศษ และนำตัวบรรดาสมาชิกอารมณ์ร้อนทั้งหมดออกไปสงบสติด้านนอก นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง เดินออกจากห้องประุชมสภา หลังไม่สามารถอภิปรายได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน เพราะฝ่ายค้านประท้วงอย่างหนัก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำตัวนายจิมมี ซั้ม ในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การประชุมเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่ต่างจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง นายจิมมี ซั้ม ผู้นำแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเรือน ( ซีเอชอาร์เอฟ ) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระเคลื่อนไหวทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน  เปิดเผยผ่านบัญชีสังคมออนไลน์ของตัวเอง ว่าอาการบาดเจ็บของเขา “ดีขึ้นเป็นลำดับ” หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายรุมทำร้ายโดยใช้ค้อนเป็นอาวุธ…

จี้รัฐบาลไซปรัสแจงขายพาสปอร์ตให้ไฮโซกัมพูชา

ส.ส.ฝ่ายค้านไซปรัส ประเทศเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฟากตะวันออก เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผย กรณีที่สมาชิกในครอบครัวและกลุ่มคนสนิทของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ไซปรัส ภายใต้โครงการอื้อฉาว ขายสิทธิความเป็นพลเมือง แลกกับเงินลงทุนในประเทศ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงนิโคเซีย สาธารณรัฐไซปรัส เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นางไอรีน ชาราลัมไบด์ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน อาเคล ของไซปรัส และยังเป็นผู้แทนพิเศษฝ่ายต่อต้านการทุจริตขององค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กว่า การเปิดเผยของสำนักข่าวรอยเตอร์ ทำให้ไซปรัสถูกดูหมิ่นดูแคลนจากนานาชาติ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยไซปรัส ต้องให้คำตอบในเรื่องนี้ รายงานผลการสืบสวนของรอยเตอร์ เผยให้เห็นว่า สมาชิกในครอบครัวของฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และครอบครัวของกลุ่มคนใกล้ชิด มีทรัพย์สินอยู่ในต่างแดนหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้ความร่ำรวยซื้อสิทธิความเป็นพลเมืองต่างชาติ ซึ่งฮุน เซน เอง เคยกล่าวประณามว่า เป็นการกระทำที่ “ไม่รักชาติ” ายงานของรอยบเตอร์ระบุว่า สมาชิก 8 คนของครอบครัวฮุน เซน รวมทั้งครอบครัวของผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ขอซื้อและได้รับพาสปอร์ตไซปรัส ระหว่างปี พ.ศ.…

เฟซบุ๊ก จับมือ สำนักข่าว เอเอฟพี ตรวจสอบข่าวปลอมในไทย

เฟซบุ๊ก ร่วมกับ สำนักข่าว เอเอฟพี เปิดโปรแกรมตรวจสอบข่าวปลอมในประเทศไทย หากพบว่าไม่จริง จะแจ้งเตือนผู้ใช้งานก่อนแชร์ว่าปลอมพร้อมแสดงลิงก์ข่าวที่ถูกต้อง ขณะที่เพจข่าวปลอมจะถูกลดคะแนนการมองเห็น ส่งผลกระทบต่อการหารายได้จากเฟซบุ๊ก นางอันจาลี คาปูร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรข่าวประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เฟซบุ๊ก กล่าวว่า เฟซบุ๊กประกาศเปิดตัวโปรแกรมการตรวจสอบข้อมูลเท็จโดยผู้ตรวจสอบภายนอก ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาความโปร่งใสบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและพัฒนาคุณภาพของข่าวสารที่ผู้คนอ่านบนโลกออนไลน์ โดยเฟซบุ๊กร่วมมือกับ สำนักข่าว เอเอฟพี ซึ่งได้รับการรับรองโดยเครือข่ายการตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับนานาชาติ (International Fact Checking Network หรือ IFCN) ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่สถาบันพอยน์เตอร์ โดย เฟซบุ๊ก ได้เปิดตัวโปรแกรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยผู้ตรวจสอบภายนอกในเดือนธันวาคม 2559 และมีพันธมิตรกว่า 50 รายทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 40 ภาษา มีเจ้าหน้าที่กว่า 30,000 คน กระจายตัวทำงานอยู่ในแต่ละประเทศ เพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ สำหรับการตรวจสอบ จะตรวจสอบบนเพจ หรือ ลิงก์ ข่าว ที่เป็นทั้งเนื้อหาข่าว รูปภาพและวิดีโอ ที่เปิดเป็นสาธารณะ เท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบกับเพจส่วนบุคคล เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า…

รัสเซียควบคุมตัวนักการทูตสหรัฐ 3 คน ใกล้เขตทหาร

มอสโก 17 ต.ค. – สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ของรัสเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียได้นำตัวนักการทูตสหรัฐ 3 คนลงจากรถไฟและได้ควบคุมตัวนักการทูตทั้งสามไว้ หลังจากรถไฟขบวนดังกล่าวเดินทางถึงเมืองเซเวโรดวินสก์ ทางตะวันตกเฉียงหนือของรัสเซีย ตั้งอยู่ใกล้เขตทหารที่เกิดเหตุระเบิดและมีกัมมันตรังสีรั่วไหลเมื่อเดือนสิงหาคม ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันว่า มีนักการทูตสหรัฐถูกควบคุมตัวจริง พร้อมระบุว่าได้แจ้งเรื่องการเดินทางต่อกระทรวงกลาโหมรัสเซียไว้แล้ว ขณะที่สื่อมวลชนรัสเซียรายงานว่า นักการทูตสหรัฐไม่มีหนังสืออนุญาตให้พักอาศัยที่เมืองเซเวโรดวินสก์ ซึ่งอยู่ในเขตหวงห้ามสำหรับชาวต่างชาติ และล่าสุดได้ปล่อยตัวนักการทูตทั้งสามแล้ว แต่ถือว่าทั้งสามได้กระทำผิดกฎหมายรัสเซีย เมืองเซเวโรดวินสก์ตั้งอยู่ใกล้เขตทหารที่เกิดเหตุระเบิดไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ระหว่างทดสอบเครื่องยนต์จรวดพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเครื่องยนต์ของขีปนาวุธรุ่นใหม่ โดยเหตุระเบิดดังกล่าว ทำให้นักวิทยาศาสตร์ 5 คนเสียชีวิต และอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ และหลังเกิดเหตุมีรายงานการเพิ่มขึ้นของระดับกัมมันตภาพรังสีในเมืองเซเวโรดวินสก์ ————————————————– ที่มา : สำนักข่าวไทย / 17 ตุลาคม 2562 Link : https://tna.mcot.net/view/QHyDAl4

ทอท.ร่วมทุนล็อกซเล่ย์ ตั้งบ.รักษาความปลอดภัยในสนามบิน

ทอท. จับมือ 3 บริษัท ไล่ตั้งแต่ เอเอสเอ็ม บริษัทย่อยของล็อกซเล่ย์ บ.พลังร่วม บ.เอ็มเอไอ ร่วมทุน ดำเนินธุรกิจรักษาความปลอดภัยในสนามบิน ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท รักษาความปลอดภัย เอเสเอ็ม แมเนจเมนท์ จำกัด หรือ เอเอสเอ็ม (บริษัทในย่อยของบมจ.ล็อกซเล่ย์), บริษัท รักษาความปลอดภัย พลังร่วม จำกัด (พลังร่วม) และบริษัทรักษาความปลอดภัย เอ็ม เอ ไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(เอ็มเอไอ) เพื่อจัดตั้ง “บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด” โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ทั้งนี้บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย มีทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญ…

เกาหลีใต้เล็งออกกฎหมายต่อต้านการบุลลี่ในโลกออนไลน์

ร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นหลังการจากไปของไอดอลคนดังที่ถูกผู้ใช้อินเทอร์เน็ตวิจารณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรงจนต้องจบชีวิตตัวเอง โลกอินเทอร์เน็ตเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของ Hate Speech หรือการเอ่ยวาจาประทุษร้าย จนคนที่เป็นเป้าหมายตัดสินใจจบชีวิตหนีความเจ็บปวดจากคนที่อาจจะไม่แม้แต่จะรู้จักหรือเห็นหน้าค่าตากันเลยสักครั้ง ในขณะที่เจ้าของถ้อยคำทิ่มแทงจิตใจเหล่านี้ทำไปเพราะความสะใจเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ไม่ได้ตระหนักถึงผลที่จะตามมาแม้แต่น้อย ล่าสุดสมาชิกรัฐสภาของเกาหลีใต้อย่างน้อย 9 คนได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมายต่อต้านการแสดงความคิดเห็นในช่องทางออนไลน์ด้วยถ้อยคำมุ่งร้าย หยาบคาย รุนแรง โดยคณะอนุกรรมการจะพิจารณารายละเอียดและข้อบังคับต่างๆ ภายในต้นเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการคณะดังกล่าวประกอบด้วยตัวแทนจากสมาคมศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ, สมาคมนักฟุตบอลคนดัง, สหภาพแรงงานของคนในวงการบันเทิง, สหภาพแรงงานข้าราชการ รวมทั้งคนดังที่ที่เคยหรือมีคนใกล้ชิดเคยตกเป็นเหยื่อการใช้ถ้อยคำรุนแรง ร่างกฎหมายฉบับนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กฎหมายซอลลี” ซึ่งตั้งชื่อตามซอลลี นักร้องและนักแสดงเกาหลีใต้ที่เพิ่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังจากทุกข์ทรมานกับภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการถูกผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอด้วยถ้อยคำมุ่งร้ายมาตลอดเวลาที่เธออยู่ในวงการบันเทิง หลังการเสียชีวิตของเธอจึงเกิดการล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎที่เข้มงวดกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่แสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม รวมทั้งเรียกร้องให้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของผู้แสดงความคิดเห็นด้วย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สมาคมการบริหารงานวงการบันเทิงเกาหลี (CEMA) ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจธุรกิจบันเทิงและศิลปิน รณรงค์เกี่ยวกับการใช้ภาษาในโลกออนไลน์ ทว่าด้วยเหตุขัดข้องบางอย่างจึงไม่สามารถผลักดันเป็นกฎหมาย ทั้งนี้ การสำรวจของกระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว พบว่า ในจำนวนนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยม 50,000 คนที่เคยเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน 10.8% ถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (cyberbullying) ซึ่งสูงกว่านักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกายที่มีเพียง 10% เมื่อปลายปีที่แล้ว นักเรียนมัธยมปลายใน จ.ชุงช็องเหนือตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังได้รับข้อความข่มขู่จากเพื่อน ส่วนอีกรายหนึ่งถูกเพื่อนข่มขืนแล้วนำเรื่องราวไปเปิดเผยทำให้มีคนส่งข้อความไปหาเธอทางเฟซบุ๊คเพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยมากมาย จนเธอมีอาการซึมเศร้า อีชางโฮ จากสถาบันนโยบายเยาวชนแห่งชาติ…