ศรีลังกาบล็อกโซเชียลมีเดีย สกัดจลาจลต้านมุสลิม

หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ในกรุงโคลัมโบของศรีลังกาที่ไม่สามารถเชื่อมต่อเฟซบุ๊กได้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ภายหลังรัฐบาลสั่งบล็อกโซเชียลมีเดีย / AFP รัฐบาลศรีลังกาปิดกั้นการใช้เฟซบุ๊ก, วอตส์แอป และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ในวันจันทร์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวสุมไฟขัดแย้งในสังคม ภายหลังเกิดเหตุจลาจลต่อต้านชาวมุสลิมในหลายเมืองที่เป็นผลพวงจากมือระเบิดอิสลามิสต์โจมตีวันอีสเตอร์ ทำให้ล้มตายกว่า 250 คน นับแต่มือระเบิดฆ่าตัวตายหลายคนวางระเบิดโรงแรม 4 แห่งและโบสถ์คริสต์ 3 แห่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 สังหารผู้คนอย่างน้อย 258 ราย โดยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุของกลุ่มอิสลามิสต์ท้องถิ่นในศรีลังกา รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ แต่ยังเกิดเหตุกลุ่มชาวคริสต์โจมตีทำลายร้านค้าและมัสยิดของชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่อง รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ม็อบหลายสิบคนได้ขว้างปาก้อนหินใส่มัสยิดและร้านค้าของชาวมุสลิมในเมืองชิลอว์ เมืองชายฝั่งตะวันตกของประเทศ สืบเนื่องจากความโกรธแค้นที่เจ้าของร้านค้าที่เป็นชายมุสลิมโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “วันหนึ่งพวกแกจะร้องไห้” ซึ่งชาวคริสต์ในพื้นที่ตีความว่าเป็นคำขู่ก่อเหตุร้ายอีกครั้ง กองกำลังฝ่ายความมั่นคงต้องยิงปืนขึ้นฟ้าสลายกลุ่มม็อบ และตำรวจได้จับกุมอับดุล ฮามิด โมหะเหม็ด ฮัสมาร์ วัย 38 ปี เจ้าของโพสต์นี้ แต่ความรุนแรงยังคงลุกลามไปยังเมืองใกล้เคียง ร้านค้าของชาวมุสลิมหลายร้านโดนโจมตี ที่เมืองคูลิยาปิติยาซึ่งอยู่ใกล้กัน แก๊งจักรยานยนต์โจมตีธุรกิจร้านค้าของชาวมุสลิมในวันอาทิตย์…

ภูมิภาคอ่าวระอุ เรือน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำโดนก่อวินาศกรรมนอกฝั่งยูเออี

ภาพวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เรือบรรทุกน้ำมันดิบ อัมจัด ซึ่งเป็นเรือ 1 ใน 2 ลำของซาอุดีอาระเบีย ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อวินาศกรรมอย่างลึกลับนอกชายฝั่งรัฐฟูไจราห์ของยูเออี / AFP ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียร้อนระอุ ซาอุดีอาระเบียเผยเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำโดนก่อวินาศกรรมอย่างลึกลับนอกชายฝั่งยูเออีเมื่อวันอาทิตย์ ระบุเป็นความพยายามบ่อนทำลายความมั่นคงเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ ขณะอิหร่านจี้สอบสวน โทษประเทศที่สามป่วนสถานการณ์ สถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเกิดขึ้นในช่วงยามที่มีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านกรณีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่สหรัฐถอนตัวจากความตกลงและรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐยังส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อมเครื่องบินทิ้งระเบิดมาวางกำลังในภูมิภาคนี้ โดยอ้างว่าเพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากอิหร่าน รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีเรือสินค้า 4 ลำถูกก่อวินาศกรรมนอกชายฝั่งยูเออี ใกล้กับรัฐฟูไจราห์ ที่อยู่ตอนปลายของช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยูเออีไม่ได้ระบุว่าใครน่าจะอยู่เบื้องหลัง หรือเปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์ กระทรวงการต่างประเทศของยูเออียืนยันด้วยว่า การดำเนินการที่ท่าเรือฟูไจราห์ยังเป็นไปตามปกติ และได้มีการสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่จากนานาชาติแล้ว ยูเออีเรียกร้องชาติมหาอำนาจทั้งหลายป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามทำลายความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล คาลิด อัลฟาลีห์ รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุฯ 2 ลำ ได้รับ “ความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ” แต่ไม่ได้ทำให้มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต…

ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนในสหรัฐฯ กว่า 80 ล้านรายรั่วไหล

เป็นข่าวพาดหัวไม่เว้นแต่ละวันสำหรับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล โดยครั้งนี้มีทีมนักวิจัยได้ค้นพบฐานข้อมูลบนคลาวด์ที่ไม่มีระบบป้องกัน ซึ่งภายในบรรจุข้อมูลทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของประชาชนในสหรัฐฯ มากกว่า 80 ล้านครัวเรือน เทียบกับที่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้อีก 2 ครั้งก่อนหน้า ที่กระทบกับประชากรกว่า 200 ล้าน และ 82 ล้านรายของอเมริกาเช่นกัน แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ นักวิจัยจาก vpMentor พบฐานข้อมูลขนาด 24 GB โฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของไมโครซอฟท์ ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยจำนวนคนที่อาศัยในบ้านแต่ละหลัง พร้อมชื่อนามสกุลเต็ม, สถานการณ์แต่งงาน, รายได้, อายุ, ที่อยู่, รัฐ, ประเทศ, เมือง, รหัสไปรษณีย์, เพศ, วันเดือนปีเกิด ไปจนถึงตำแหน่งที่ตั้งที่ละเอียดระดับพิกัดละติจูด ลองติจูด vpnMentor ระบุผ่านบล็อกของตัวเองว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวถูกค้นพบระหว่างการทำโปรเจ็กต์แผนที่เว็บขนาดใหญ่ของบริษัท แม้กรณีทำนองนี้โดยปกติแล้วนักวิจัยจะสามารถระบุหาต้นตอและเจ้าของฐานข้อมูลได้ง่าย แต่เคสนี้จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอามาเปิดเผยบนโลกออนไลน์แบบที่ไม่มีระบบยืนยันตัวตนใดๆ ป้องกันไว้ ——————————————— ที่มา : EnterpriseITPro / 8 พฤษภาคม 2562 Link : https://www.enterpriseitpro.net/sensitive-data-of-80-million-us-households-exposed-online/

ไฟเขียว! สิงคโปร์ผ่านร่างกฎหมายจัดการข่าวปลอม

สภานิติบัญญัติแห่งชาติสิงคโปร์ มีมติเสียงข้างมาก รับรองร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจรัฐบาล จัดการข่าวสารและข้อมูลที่ไม่เป็นจริงบนโลกออนไลน์ วันนี้ (9 พ.ค.62) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติของสิงคโปร์มีมติเสียงข้างมาก ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี 72 เสียง ต่อ 9 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง ผ่านร่างกฎหมาย เพื่อแก้ไขกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ฉบับปัจจุบัน โดยเสียงสนับสนุนทั้งหมดมาจากพรรคกิจประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง และเสียงคัดค้านมาจากพรรคแรงงานสิงคโปร์  ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวในสภาแห่งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายรวมถึงการที่รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการกำหนดให้เว็บไซต์หรือเพจข่าวออนไลน์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และแก้ไขข้อมูลข่าวสารที่รัฐบาลพิจารณาแล้วพบว่าผิดหรือไม่เหมาะสม และบังคับผู้ประกอบการเครือข่ายสังคมออนไลน์และบริษัทเทคโนโลยีต้องทำแถบข้อความเตือนไว้ใกล้กับข้อมูลข่าวสารที่รัฐบาลพิจารณาแล้วพบว่าไม่เหมาะสม ขณะที่ ประชาชนผู้รับสารควรเพิ่มการใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเนื้อหา นอกจากนี้ หากรัฐบาลพิจารณาข้อมูลข่าวสารใดแล้วถือว่าเป็นเท็จ เว็บไซต์หรือเพจที่นำเสนอรายงานนั้น ต้องลบข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบทันที สำหรับบทลงโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 23.35 ล้านบาท) โดยบทลงโทษครอบคลุมการกระทำผิดที่เป็นการเปิดใช้บัญชี ซึ่งเรียกว่า บอท เพื่อเจตนาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จด้วย จนถึงขณะนี้ เฟซบุ๊กซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ใหญ่ที่สุดของโลก ยังไม่แสดงท่าทีต่อกฎหมายดังกล่าวของสิงคโปร์ ส่วนตัวแทนของบริษัทกูเกิ้ลในสิงคโปร์แสดงความคิดเห็นว่า กฎหมายนี้อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายด้านการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในระยะยาว ส่วนฮิวแมนไรตส์วอตช์ วิจารณ์ว่าจะยิ่งเป็นการควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของชาวสิงคโปร์ให้ยิ่งน้อยลงไปอีก…

ชายชาวญี่ปุ่นวางมีดขู่เจ้าชายแห่งญี่ปุ่น สารภาพหวังจะทำร้ายเจ้าชาย

ชายชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกจับกุมในกรณีวางมีดไว้บนโต๊ะเรียนของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ ยอมรับว่ามีแผนที่จะทำร้ายเจ้าชาย แต่เคราะห์ดีที่นักเรียนทั้งหมดไม่อยู่ในห้องเรียนขณะเกิดเหตุ นายคาโอรุ ฮาเซงาวะ วัย 56 ปี ระบุว่าเขาได้บุกเข้าไปในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยโอฉะโนะมิซุ แผนกมัธยมต้น เมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยหวังจะใช้มีดทำร้ายเจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทแห่งญี่ปุ่น แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวนักเรียนทั้งชั้นกำลังเรียนพลศึกษาอยู่ภายนอกห้องเรียน เขาจึงได้วางมีด 2 เล่มไว้บนโต๊ะเรียนของเจ้าชาย มีด 2 เล่มความยาว 60 ซม. ถูกผูกติดกับแท่งโลหะจนมีลักษณะคล้ายกับหอก และปลายมีดถูกป้ายด้วยสีแดง เจ้าหน้าที่คาดว่านายฮาเซงาวะวางมีดไว้บนโต๊ะของเจ้าชายได้ เพราะบนโต๊ะมีสติกเกอร์ที่ระบุพระนามของเจ้าชาย นายฮาเซงาวะระบุว่า ต้องการให้เจ้าชายทรงทราบว่าเขามาที่นี่ เขาถูกจับกุมใน 3 วันต่อมาหลังก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าโชคดีที่เขาไม่ทราบตารางเรียนของเจ้าชายและบรรดานักเรียน ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นายคาโอรุ ฮาเซงาวะ บุกเข้าไปในโรงเรียนและวางมีดไว้บนโต๊ะของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ นายฮาเซงาวะยังไม่ยอมเปิดปากถึงเหตุผลที่เขาต้องการทำร้ายเจ้าชายฮิซาฮิโตะ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าในระหว่างการสอบปากคำ เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์หลายครั้งโดยระบุว่า “ภายใต้ระบบจักรพรรดิ ญี่ปุ่นไม่สามารถจะเป็นประเทศที่รุดหน้าได้” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบประวัติว่านายฮาเซงาวะเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านราชวงศ์กลุ่มใด เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระชันษา 12 ปีเป็นพระโอรสของมกุฎราชกุมารฟูมิฮิโตะ และเป็นพระนัดดาของสมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวง (พระนามอากิฮิโตะ) พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น. —————————————————–…

จนท.สหรัฐฯผงะ! พบปืน1,000กระบอกซุกคฤหาสน์ในย่านหรูของแอลเอ

เอเอฟพี – เจ้าหน้าที่ตรวจพบและยึดปืนสั้นกับไรเฟิลกว่า 1,000 กระบอก ในปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นแมนชันแห่งหนึ่งในย่านหรูของลอสแองเจลิส ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี (9พ.ค.) สำนักงานตรวจสอบและป้องกันการลักลอบค้าแอลกอฮอล์ ยาสูบและอาวุธปืน(ATF) เปิดเผยว่าการเข้าตรวจค้นและยึดครั้งนี้มีขึ้นหลังจากได้รับแจ้งข่าวจากบุคคลนิรนามว่ามีการลักลอบขายปืนอย่างผิดกฎหมายในบ้านหลังดังกล่าว บ้านหลังใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ฮอล์มบีฮิลล์ของลอสแองเจลิส ใกล้กับคฤหาสน์เพลย์บอยอันเชื่องชื่อ รวมถึงใกล้กับบ้านพักของเจย์-ซีและบียอร์นเซ วิดีโอที่เผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นพบเห็นเจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจลอสแองเจลิส(LAPD)และจาก ATF กำลังตรวจสอบปืนสั้นและปืนเล็กยาวจู่โจมกองมหึมาที่ถูกนำมาวางไว้บนผืนผ้าใบสีเทาหน้าบ้าน “จากเบาะแสผู้แจ้งข่าวนิรนาม ทำให้ ATFและ LAPD เริ่มทราบถึงตัวบุคคลที่ดำเนินการลักลอบขายอาวุธผิดกฎหมาย ในระหว่างที่เราทำการตรวจค้นตามหมายค้น เราพบอาวุธปืนมากกว่า 1,000 กระบอก” ถ้อยแถลงระบุ “อย่างไรก็ตาม ATFและ LAPD ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าประชาชนกำลังตกอยู่ในอันตราย” พร้อมทั้งเผยว่ายังสามารถยึดอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือผลิตอาวุธปืนได้อีกจำนวนมาก จากการเปิดเผยของตำรวจในวันพฤหัสบดี(9พ.ค.) ระบุว่าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 รายและเขาจะถูกตั้งข้อหานำส่งอาวุธผิดกฎหมาย, ให้หรือให้ยืมอาวุธจู่โจม ขณะที่สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้แก่นาย กิราร์ด ดาเมียน ซาเอนซ์ วัย 56 ปี หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิส ไทม์ส รายงานว่าบ้านที่พบอาวุธนั้นเป็นของ ซินเทีย เบ็ค คู่สมรสของ กอร์ดอน เกตตี ลูกชายของมหาเศรษฐีน้ำมัน เจ.พอล เกตตี…