บึมโบสถ์คริสต์ดับ 20 เจ็บ 81 ฟิลิปปินส์ตอนใต้ มีทหารตายด้วย 5 ชี้ฝีมือก่อการร้าย

ฟิลิปปินส์ระอุ เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ถล่มโบสถ์คาทอลิก บนเกาะโจโล ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลมีคนตายอย่างน้อย 20 ศพ ในจำนวนนี้เป็นทหาร 5 นาย บาดเจ็บอีกเพียบ ด้าน ปธน.ดูเตร์เต ประณามทันทีเป็นฝีมือพวกก่อการร้าย พร้อมลั่นจะลากคอมาดำเนินคดีให้ได้ ขณะที่ รมว.กลาโหมสั่งกองทัพนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ดูแลความปลอดภัยพร้อมสกัดการลอบโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ หลังเพิ่งมีการลงประชามติรับรองให้เกาะมินดาเนา ปรับสถานะเป็นเขตปกครองตนเองที่เรียกว่า “เขตปกครองบังซาโมโร” ได้เพียงวันเดียว โดยเกิดระเบิด 2 ครั้ง บริเวณโบสถ์คริสต์ “Our Lady of Mount Carmel” ในเขตเทศบาลเมืองโจโล จังหวัดซูลู บนเกาะโจโล เมื่อเวลา 08.45 น. ของวันที่ 27 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.45 น.ตามเวลาไทย ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ที่นับถือศาสนาคริสต์ นิกาย คาธอลิก กำลังร่วมสวดมนต์ประจำวันอาทิตย์ที่โบสถ์ โดยระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นภายในโบสถ์ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็เกิดระเบิดครั้งที่สองตามมา โดยคาดว่าตัวระเบิดถูกซุกอยู่ในกล่องใส่ของบนรถมอเตอร์ไซค์…

ญี่ปุ่นผวา!จดหมายไซยาไนด์ในนาม “โอมชินริเกียว” ขู่เรียกเงินเหยียบล้าน ถ้าไม่ได้ จะเกิดโศกนาฎกรรม

นายโชโก อาซาฮารา ผู้นำกลุ่มลัทธิโอมชินริเกียว (AFP) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีบริษัทอย่างน้อย 9 แห่งในญี่ปุ่น ซึ่งรวมทั้งบริษัทผู้ผลิตยาและหนังสือพิมพ์ ได้รับจดหมายแบล็คเมล์ที่บรรจุผงสีขาวที่ต้องสงสัยว่าเป็น “ไซยาไนด์” บรรจุอยู่ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจญี่ปุ่น เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า จดหมายที่ถูกส่งออกไป ใช้ชื่อผู้ส่งเป็นชื่อของสมาชิกโอมชินริเกียว ที่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว จากการก่อเหตุปล่อยก๊าซซารินโจมตีผู้คนในกรุงโตเกียว เมื่อปี ค.ศ.1995 โดยในจดหมายดังกล่าวเรียกเงินเป็นเงินบิทคอยน์คิดเป็นมูลค่า 35 ล้านวอน หรือราว 987,000 บาท แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า บริษัทที่ได้รับจดหมายเป็นบริษัทใดบ้าง ระบุเพียงว่า หนึ่งในนั้นเป็นบริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ในจดหมายยังได้ขู่ว่า จะทำยาปลอมขึ้นมาที่มีส่วนผสมของโปแตสเซียม ไซยาไนด์ และจะแจกจ่ายออกไป พร้อมกับเตือนว่า จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หากไม่มีการโอนเงินภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ——————————————————– ที่มา : MATICHON Online / 27 มกราคม 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1337301

อียูเตือนประเทศสมาชิกเรื่องการออกหนังสือเดินทางวีไอพี หวั่นปัญหาฟอกเงิน

สหภาพยุโรปเรียกร้องให้ประเทศต่างๆในกลุ่ม ที่มีโครงการออกหนังสือเดินทางวีไอพี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจประวัติ เพราะอาจเป็นช่องการการกระทำผิดด้านภาษีและการฟอกเงินได้ นอกจากนั้นอาจเป็นช่องโหว่งเรื่องความมั่นคงปลอดภัยด้วย ข้อมูลจากหน่วยงาน Transparency International และ Global Witness ชี้ว่า ประเทศในกลุ่มอียู ออกหนังสือเดินทางพิเศษและวีซ่าพิเศษให้กับชาวต่างชาติที่ร่ำรวยทั่วโลกมาแล้ว 1 แสนรายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และสามารถดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากชาวต่างชาติได้ประมาณ 25,000 ล้านยูโร คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวในรายงานว่า การออกเอกสารพิเศษเหล่านี้เปิดทางให้คนได้สัญชาติหรือสิทธิ์พำนักถาวรในประทเศทั้งหมด 28 แห่งของกลุ่มอียู บัลกาเรีย มอลต้า และไซปรัส ออกหนังสือเดินทางพิเศษให้กับนักลงทุน ที่ลงทุนระหว่าง 8 แสน ถึง 2 ล้านยูโร สามประเทศดังกล่าวเป็นตัวอย่างของประเทศกลุ่มอียู 20 แห่ง ที่ให้สิทธิ์พำนักพิเศษ แลกกับเงินลงทุน —————————————————– ที่มา : VOA Thai / มกราคม 24, 2019 Link : https://www.voathai.com/a/business-news-ro-23jan19/4756618.html

หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี และอุปสรรคสำคัญ

Infrastructure Power Grid Cyberattacks หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่กำลังวางแผนยุทธศาสตร์ในช่วง 4 ปีข้างหน้า กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมทั้งบทบาทของประเทศมหาอำนาจที่เปลี่ยนไป และความกังวลเรื่องงบประมาณที่ไม่แน่นอน รายงานแผนยุทธศาสตร์ด้านข่าวกรองแห่งชาติของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันอังคาร มีขึ้นในขณะที่การปิดทำงานของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ช่วงเดือนที่สองแล้ว โดยได้มีการเตือนถึงปัญหางบประมาณที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจสั่นคลอนและสร้างความเสี่ยงให้กับหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วโลกได้ แผนยุทธศาสตร์ด้านข่าวกรองฉบับใหม่ ระบุว่า ความไม่แน่นอนด้านงบประมาณที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลต่อศักยภาพในการทำงานและตัดสินใจของหน่วยงานข่าวกรองต่างๆ และทำให้หน่วยงานเหล่านั้นต้องใช้วิธีโยกย้ายทรัพยากรเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดโครงการที่จำเป็นต่างๆ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เวลานี้หน่วยงานด้านข่าวกรองกำลังพยายามหาแนวทางตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านต่างๆ ที่หลากหลายและมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ในขณะที่ต้องยอมรับต่อความเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผอ.ด้านข่าวกรองแห่งชาติ แดน โคทส์ เขียนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญทั้งในประเทศและทั่วโลก และเพื่อฟันฝ่าความท้าทายเหล่านี้ จำเป็นต้องมีแนวทางที่แตกต่างออกไป ภัยคุกคามที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ มักไม่ระบุทันทีว่า ประเทศใดหรือกลุ่มใดที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายครั้งในสหรัฐฯ แต่ในยุทธศาสตร์ใหม่นี้ระบุชัดเจนว่าต้องมีการชี้ตัวในทันทีเพื่อให้สามารถแชร์ข้อมูลข่าวกรองนั้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังชีถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้รับทราบ ทั้งในส่วนของภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และการรวบรวมข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามนั้น เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ บอกด้วยว่า ภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เช่น จีนและรัสเซีย จะยังมีอยู่ต่อไป…

‘กูเกิล’ โดนปรับ 57 ล้านดอลลาร์จากกฎหมายใหม่ของฝรั่งเศส

FILE – The Google logo is seen at a start-up campus in Paris, France, Feb. 15, 2018. สำนักงานตรวจสอบด้านข้อมูลของฝรั่งเศส สั่งปรับเงินบริษัทกูเกิล (Google) เกือบ 57 ล้านดอลลาร์ จากข้อกล่าวหาว่า กูเกิลไม่มีความโปร่งใสของข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายผู้บริโภค และการที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคถูกนำไปใช้ในการโฆษณาที่มุ่งเป้ามายังพวกเขาเหล่านั้น สำนักงาน CNIL ของทางการฝรั่งเศส ระบุด้วยว่า กูเกิลทำให้การควบคุมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องยากและสับสนเกินไป นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปว่าด้วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมาบังคับใช้เพื่อลงโทษบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้ว ทางกูเกิลระบุว่า กำลังศึกษากฎหมายฉบับนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ——————————————————– ที่มา : VOA Thai / 22 มกราคม 2562 Link : https://www.voathai.com/a/france-fines-google-for-data-privacy-violation/4752723.html

เอฟบีไอเผย ชายรัฐจอร์เจียวางแผนใช้ ‘จรวดยิงรถถัง’ โจมตีทำเนียบขาว

Winter Weather เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ชายผู้หนึ่งจากรัฐจอร์เจียถูกจับกุมในข้อหาวางแผนใช้จรวดยิงรถถังเพื่อโจมตีทำเนียบขาว หลังจากที่เขาขายรถยนต์ของเขาเพื่อแลกกับอาวุธและระเบิดหลายลูก อัยการของสหรัฐฯ ระบุว่า นายฮาเชอร์ จาลาล ทาเฮ็บ วัย 21 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันพุธ และถูกฟ้องในข้อหาพยายามทำลายอาคารของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยระเบิด รายงานระบุว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า นายทาเฮ็บถูกล้างสมองโดยกลุ่มแนวคิดสุดโต่ง และได้เปลี่ยนชื่อรวมทั้งวางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่กลุ่มรัฐอิสลามครอบครองอยู่ นอกจากนี้ นายทาเฮ็บยังได้พบกับสายลับแฝงตัวและแหล่งข่าวของเอฟบืไอหลายครั้งเมื่อเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และเผยกับแหล่งข่าวว่า เขามีแผนจะโจมตีทำเนียบขาว และรูปปั้นเทพีเสรีภาพในนครนิวยอร์กด้วย โดยในการพบกันครั้งหนึ่ง นายทาเฮ็บ บอกว่า หากเขาไปปฏิบัติการในต่างประเทศ เขาจะเป็นแค่หนึ่งในกองทัพผู้ก่อการรา้ย แต่หากปฏิบัติการในอเมริกา เขาสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า รวมทั้งเขายังพร้อมจะสละชีพในการโจมตีด้วย สายลับของเอฟบีไอที่แฝงตัวใกล้ชิดกับนายทาเฮ็บ เผยด้วยว่า นายทาเฮ็บวางแผนโจมตีทำเนียบขาวด้วยตนเอง โดยใช้อาวุธปืนและระเบิด รวมทั้งจะใช้จรวดยิงรถถังยิงเข้าใส่ประตูหน้า และจะสรา้งความเสียหายให้มากที่สุด โดยมีแผนจะบันทึกวิดีโอการโจมตีเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ด้วย ในวันพุธ นายทาเฮ็บได้นัดพบกับสายลับแฝงตัวของเอฟบีไอเพื่อแลกรถยนต์ของเขากับระเบิด จรวดยิงรถถังและอาวุธปืนไรเฟิล และถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ทันที ———————————————————- ที่มา : VOA Thai / มกราคม…