NYT รายงาน อัยการกำลังสอบสวนที่ Facebook แชร์ข้อมูลให้ผู้ผลิตอุปกรณ์หลายราย

ภาพจาก Shutterstock โดย michelmond The New York Times รายงานว่า ตอนนี้อัยการกลางกำลังสืบสวนคดีเกี่ยวกับข้อตกลงแชร์ข้อมูลของ Facebook กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยคณะลูกขุนใหญ่ในนิวยอร์กได้ทำการสืบสวนและบันทึกหมายศาลว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ผลิตสมาร์ทโฟนอย่างน้อยสองราย ได้ทำข้อตกลงกับ Facebook เพื่อจะได้เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ เช่น รายชื่อเพื่อนและข้อมูลติดต่อโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อย่างชัดเจน โฆษกของ Facebook บอกกับ The New York Times ว่าบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบและสอบสวนปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และได้เปิดเผยต่อสาธารณะต่อประเด็นข้อสงสัยหลายครั้ง และบริษัทมุ่งจะทำเช่นนั้นต่อไป ประเด็นนี้ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2018 ที่ The New York Times ออกมาเผยว่า Facebook แชร์ข้อมูลผู้ใช้ให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายรายช่วงสิบปีที่ผ่านมา และยังเปิดแชร์อยู่ โดยในตอนนี้ Facebook มีคดีฟ้องร้องค้างคาหลายอย่าง เช่น กระทรวงยุติธรรมกำลังสอบสวนเรื่องข้อมูลหลุดกับบริษัท Cambridge Analytica นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Facebook กำลังเจรจาปรับหลายพันล้านดอลลาร์กับ FTC เกี่ยวกับความล้มเหลวด้านการจัดการความเป็นส่วนตัว และยังมีการสืบสวนเรื่องข้อมูลหลุดในยุโรปที่อาจจบด้วยค่าปรับสูง 1.63 พันล้านดอลลาร์ ————————————————– ที่มา : Blognone…

ปลัดมท.สั่งด่วนผู้ว่าฯทั่วประเทศระวังเหตุความไม่สงบ

ปลัด มท.สั่งด่วนผู้ว่าฯทั่วประเทศเฝ้าระวังเข้มด้านการข่าว-รักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ-ท่องเที่ยว-สาธารณะ วันนี้ (10 มี.ค. 62) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งคำสั่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่าตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดสตูล และพัทลุง เมื่อวันที่ 6-10 มี.ค. และเป็นห้วงระยะเวลาที่ใกล้วันเลือกตั้งนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้จังหวัดดำเนินการ ดังนี้ 1.ด้านการข่าว  ขอให้เพิ่มความเข้มในการติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุร้าย เฝ้าติดตามสังเกตสิ่งบอกเหตุต่าง ๆ รวมถึงติดตามสถานการณ์บริบทแวดล้อม ที่อาจเป็นเหตุให้มีการสร้างความไม่สงบได้ ทั้งนี้ขอให้มีการบูรณาการในระหว่างหน่วยข่าว หน่วยปฏิบัติต่างๆในการดำเนินงาน รวมถึงมีการประสานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยข่าว และหน่วยปฏิบัติด้วย 2.ให้เพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวังเส้นทางสำคัญ หรือเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุร้ายอาจใช้เข้าออก เป้าหมาย โดยตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในเส้นทางดังกล่าว เพื่อเป็นการจำกัดเสรีในการปฏิบัติของผู้ก่อเหตุ 3.คำสั่งระบุว่าเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ราชการ สถานที่ตั้งสาธารณูปโภคสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม และจุดที่พิจารณาแล้วอาจเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะที่มีประชาชนมาใช้ประโยชน์ 4.การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ให้เน้นที่การบูรณาการทุกภาคส่วน ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง รวมถึงการใช้กลไกในระดับท้องที่ ท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. อปท.เข้าเสริมการปฏิบัติด้วย 5.สำหรับในพื้นที่ จชต. และภาคใต้ทั้งหมดขอให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติเป็นพิเศษ…

มาเลเซียจับ-ส่งกลับ 4 อียิปต์วิจารณ์ ปธน. อียิปต์ด้วยกฎหมายต้านการก่อการร้าย

(ซ้ายสุด) อับเดล ฟัตตอห์ อัลซิซี อยู่กับกษัตริย์ซัลมานของซาอุดิอาระเบีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่งานริยาห์ด ซัมมิต ปี 2560 (ที่มา: Wikipedia) 9 มี.ค. 2562 สื่ออัลจาซีรารายงานว่า องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนออกมาวิจารณ์ทางการประเทศมาเลเซีย กรณีกักตัวชาวอียิปต์สี่คน ที่มีประวัติเคยวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตอห์ อัลซิซี ของอียิปต์ และมีแผนจะส่งตัวกลับไปยังอียิปต์ ซึ่งทางองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างเกรงว่าชาวอียิปต์ทั้งสี่จะถูกลงโทษอย่างหนักเมื่อกลับไปถึงประเทศ ผู้สื่อข่าวประชาไทได้รับรายงานว่า ชาวอียิปต์ทั้งสี่คนถูกมาเลเซียเนรเทศมาตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2562 เพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งตัวกลับไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดยผู้ถูกส่งกลับทั้งสี่มีชื่อว่า โมฮาเหม็ด ฟาธิห์ อิด อาลี (Mohamed Fathy Eid Aly) อับดุลลาห์ มาห์มูด ฮิชัม มอสตาฟา โมฮาเมห็ด (AbdAllah Mahmoud Hisham Mostafa Mohamed) อับเดลรามัน อับเดลลาซิซ อาเหม็ด อับเดลลาซิซ มอสตาฟา…

รัฐสภารัสเซียผ่านกฎหมายควบคุมการวิพากษ์วิจารณ์ออนไลน์

FILE – Russian lawmakers are seen during a vote at the State Duma, the Lower House of the Russian Parliament, in Moscow, Russia, May 8, 2018. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย ผ่านร่างกฎหมายสองฉบับซึ่งควบคุมการแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในโลกออนไลน์ โดยผู้ฝ่าฝืนอาจต้องโทษจำคุกหรือปรับเงินได้ ร่างกฎหมายนี้ระบุว่า ผู้ที่โพสต์ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับรัฐบาล หรือข้อมูลที่มีเนื้อหาที่ไม่เคารพต่อสังคม ประเทศ รัฐบาล หรือสัญลักษณ์ของรัฐบาลรัสเซีย จะถือว่ามีความผิด และอาจถูกลงโทษในเบื้องต้น แต่หากยังกระทำผิดซ้ำอาจถูกจำคุกไม่เกิน 15 วัน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกล่าวว่า กฎหมายนี้คือส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมกำจัดผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล โดยมุ่งเป้าไปที่สื่อสังคมออนไลน์ที่ยังไม่ถูกรัฐบาลควบคุมเท่ากับสื่อกระแสหลักอื่นๆ —————————————————– ที่มา : VOA Thai / 8 มีนาคม 2562 Link : https://www.voathai.com/a/russian-duma-approves-bills-restricting-online-criticism-of-kremlin/4818045.html

Google เผย 2 ช่องโหว่ร้ายแรงบน Chrome และ Windows เตือนผู้ใช้อัพเดตด่วน มีการโจมตีแล้ว

Google รายงานช่องโหว่ zero-day 2 ตัวบน Chrome และ Windows พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รีบอัพเดตทันที ช่องโหว่แรก (CVE-2019-5786) เกิดใน FileReader API ของ Chrome ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำ ทำให้ Chrome เข้าไปอ่านหน่วยความจำในตำแหน่งที่ไม่ใช้งานแล้ว เปิดช่องให้แฮกเกอร์สามารถรันโค้ดทางไกลได้ โดย Google ได้อัพเดต Chrome เวอร์ชัน 72.0.3626.121 เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมาเพื่ออุดช่องโหว่นี้แล้ว ส่วนอีกช่องโหว่ที่ทีมความปลอดภัยของ Google ค้นพบเป็นช่องโหว่บนวินโดวส์ที่เป็นการใช้ NULL pointer ผิดพลาดในฟังก์ชั่น NtUserMNDragOver ในบางกรณี นำไปสู่การเพิ่มสิทธิของไดรเวอร์เคอร์เนล win32k.sys ซึ่งอาจทำให้โค้ดที่มุ่งร้ายหลบการตรวจสอบจากแซนด์บ็อกซ์ได้ เบื้องต้น Google เชื่อว่าช่องโหว่ดังกล่าวโจมตีได้เฉพาะ Windows 7 เนื่องจาก Windows 10 มีกระบวนการป้องกันไปแล้วและ ณ ตอนนี้มีรายงานการโจมตีเฉพาะบน Windows 7 32-bit…

เชือด 2 ตม.ปลอมแปลงตราประทับหนังสือเดินทาง ทำมาแล้วกว่า 30 ครั้ง

เมื่อ 5 มี.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุม นายคลินตัน นาสเซอร์รี่ (MR.CLINTON NASELI) อายุ 22 ปี สัญชาติแคเมอรูน ในความผิดฐานปลอมและใช้แผ่นปะตรวจลงตรา, ปลอมรอยตราประทับการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศปลอม, ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมของกลางหนังสือเดินทาง และใบเสร็จรับเงินของสถานทูตไทยปลอม หลังเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาได้ร่วมกันจับกุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สังกัดด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งปฏิบัติทำหน้าที่ตรวจอนุญาตบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ได้ทำการบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยที่บุคคลต่างด้าวไม่ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 3 คน ได้แก่ จ.ส.ต.นพดล บุญยะวัน อายุ 36 ปี อดีตผู้บังคับหมู่ ฝ่าย ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2 ด.ต.สมยศ ฟุ่มฟองฟู อายุ 38 ปี อดีต ผบ.หมู่…