สหรัฐเตือนทวิตเตอร์เร่งยกเครื่องความปลอดภัยไซเบอร์

ทวิตเตอร์ได้รับการแนะนำให้สร้างกรอบการกำกับดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ใหม่ หลังจากทางการสหรัฐตรวจสอบพบว่า ทวิตเตอร์ไม่มีการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพียงพอ อีกทั้งยังไม่มีหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อบัญชีผู้ใช้งานของบริษัทคริปโตเคอร์เรนซีหลายแห่ง และบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงหลายรายถูกแฮกเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ปีนี้ ลินดา เอ.เลซเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการทางการเงินในสังกัดกระทรวงบริการทางการเงินแห่งรัฐนิวยอร์ก (ดีเอฟเอส) กล่าวว่า “แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข่าวและแหล่งข้อมูลชั้นนำอย่างรวดเร็ว แต่กลับยังไม่มีผู้ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ของทวิตเตอร์อย่างเพียงพอ ข้อเท็จจริงที่ว่าทวิตเตอร์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีที่ไม่ซับซ้อนนั้นแสดงให้เห็นว่า การกำกับดูแลด้วยตัวเองไม่ใช่คำตอบ” รายงานระบุว่า แฮกเกอร์หลายรายเข้าถึงระบบของทวิตเตอร์ด้วยการโทรศัพท์หาพนักงานของบริษัท และอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากแผนกไอทีของทวิตเตอร์ หลังจากแฮกเกอร์หลอกพนักงาน 4 คนให้แจ้งข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบแก่พวกเขา พวกเขาก็ได้ขโมยบัญชีทวิตเตอร์ของนักการเมือง คนดัง และผู้ประกอบการหลายราย รวมถึงบารัก โอบามา, คิม คาร์แดเชียน เวสต์, เจฟฟ์ เบซอส, อีลอน มัสก์ และบริษัทระบบเงินตราเข้ารหัสหลายแห่ง ซึ่งบัญชีเหล่านี้มีผู้ติดตามหลายล้านคน “การเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามาในอีกไม่ถึง 30 วัน เราต้องมุ่งมั่นกำกับดูแลบริษัทโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ให้มากขึ้น เพราะความสมบูรณ์ของการเลือกตั้งและตลาดของเรายึดโยงอยู่กับสิ่งนี้ จะเห็นได้ว่าการตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพของบริษัทระบบเงินตราเข้ารหัสที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงฯ มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโต และปกป้องผู้บริโภคไปพร้อมกันได้มากเพียงใด” เลซเวลล์กล่าว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในปี 2562 ทวิตเตอร์มีผู้ใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 330 ล้านคนต่อเดือน โดยข้อมูลของศูนย์วิจัยพิวระบุว่า71% ของชาวอเมริกันบนทวิตเตอร์ใช้แพลตฟอร์มนี้ติดตามข่าวสาร และ 42%…

EU และ อังกฤษสั่งคว่ำบาตร “รัสเซีย” ลงโทษคดีลอบวางยาพิษนาวาลนี

เอพี/รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – สหภาพยุโรปและอังกฤษวันนี้(15 ต.ค)ประกาศคว่ำบาตรพลเมืองรัสเซีย 6 คนที่รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในประเทศ และองค์กร 1 แห่งจากการที่ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย อเล็กซี นาวาลนี ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษทำลายประสาทโนวิช็อก เอพีรายงานวันนี้(15 ต.ค)ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ไฮโก มาส (Heiko Maas) ซึ่งนั่งเป็นประธานที่ถูกเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งแบบหมุนเวียนของ EU กล่าวผ่านแถลงการณ์ “มีเพียงแต่การมีจุดยืนที่ชัดเจนและยึดมั่นในหลักการเท่านั้นที่เราในฐานะสหภาพยุโรปจะสามารถเดินไปข้างหน้าและให้ความนับถือ “รัสเซีย” ได้” คำสั่งคว่ำบาตรนั้นประกอบไปด้วยการห้ามเดินทางเข้า EU และการห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ของบุคคลและองค์กรเป้าหมาย สหภาพยุโรปแถลง รายชื่อที่ถูก EU และอังกฤษลงโทษคว่ำบาตรนั้นรวมถึง หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ(Alexander Bortnikov) ผู้ช่วยหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เซอร์เก คิริเยนโก(Sergei Kiriyenko) สถาบันการวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งรัฐด้านเคมีอินทรีย์และเทคโนโลยี( State Scientific Research Institute for Organic Chemistry and Technology) และอ้างอิงจากรอยเตอร์ มีผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียอีก 2…

เบลารุสไฟเขียวให้จนท.ตำรวจใช้ปืนควบคุมผู้ชุมนุมประท้วง “หากจำเป็น”

People, most of them elderly women, argue with plainclothes policemen during an opposition rally to protest the official presidential election results in Minsk, Belarus, Oct. 12, 2020. รัฐบาลเบลารุส อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนในการเข้ารวบคุมสถานการณ์การประท้วงเรียกร้องการลาออกของประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องนานนับเดือนแล้ว กระทรวงมหาดไทยเบลารุสประกาศในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า การชุมนุมประท้วงที่เดินหน้าอยู่นี้ “มีการจัดตั้งมากขึ้นและรุนแรงอย่างสุดโต่ง” ซึ่งเป็นเหตุผลให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ และทหารต้องคอยดูแลสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยสามารถใช้อาวุธทางทหารและอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ได้ ถ้ามีความจำเป็น กระทรวงมหาดไทยเบลารุสยังประกาศด้วยว่า เท่าที่ผ่านมามีผู้ถูกจับกุมฐานเข้าร่วมการชุมนุมแล้วกว่า 700 คน โดยราว 570 คนกำลังรอขึ้นศาลอยู่ ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ประชาชนกว่า 2,00 คนโดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเข้าร่วมการเดินประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวันจันทร์ โดยภาพวิดีโอคลิปจากพื้นที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบโต้ผู้ประท้วงด้วยการยิงปืนพลุและแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนด้วย ทั้งนี้…

ดูชัดๆ!ขีปนาวุธข้ามทวีปใหม่เกาหลีเหนือ ขนาดเบิ้มกว่ารุ่นก่อนๆ

กองทัพเกาหลีเหนืออวดฉวมขีปนาวุธข้ามทวีปเคลื่อนที่ใหม่ ระหว่างพิธีสวนสนามเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นก่อนๆที่เคยนำมาจัดแสดง ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) 4 ลูก ถูกบรรทุกมาโดยยานพาหนะปล่อยจรวด 11 เพลา และพวกมันอาจเป็นระบบอาวุธใหม่ที่ทางรัฐบาลเกาหลีเหนือเคยแย้มว่ามีไว้ในครอบครองเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน จรวดเหล่านี้ดูเหมือนกับ Hwasong-15 ขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลหีเหนือที่ทดลอบครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2017 แต่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งในการทดสอบคราวนั้นโหมกระพือความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากพวกผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าจากพิสัยทำการตามกล่าวอ้าง ทำให้แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯอยู่ภายในศักยภาพการโจมตีของมัน เวลานี้เกาหลีเหนือยังไม่ได้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแสนยานุภาพของขีปนาวุธใหม่ ส่วนท่านผู้นำคิม จองอึน ซึ่งกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีสวนสนาม ก็ไม่ได้พูดพาดพิงถึงสหรัฐฯแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเขาให้สัญญาว่าจะยกระดับแสนยานุภาพป้องกันตนเองของประเทศให้มากขึ้นไปอีก กระนั้นก็ดี การเปิดตัวอาวุธใหม่ไม่ได้สร้างความประหลาดใจแก่พวกนักสังเกตการณ์มากนัก เนื่องจากไม่กี่วันก่อนหน้าพิธีสวนสนาม สื่อมวลชนเกาหลีใต้อ้างแหล่งข่าวต่างๆ เชื่อว่าเปียงยางจะใช้โอกาสนี้อวดโฉมอาวุธใหม่ๆของพวกเขา นอกจากขีปนาวุธข้ามทวีปใหม่แล้ว ในพิธีสวนสนาม เกาหลีเหนือยังได้อวดโฉมขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ (SLMBs) ฉายา Pukguksong-4A ซึ่งไม่เคยนำมาแสดงมาก่อน ทั้งนี้เปียงยางเคยทำการทดสอบ SLMB รุ่นใหม่ Pukguksong-3 ในเดือนตุลาคม 2019 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีพิสัยทำการอย่างน้อย 450 กิโลเมตร ขณะเดียวกันเกาหลีเหนือยังได้ขนระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ และเวอร์ชันใหม่ของรถถังประจัญบาน มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกระหว่างพิธีสวนสนามครั้งนี้เช่นกัน (ที่มา:รัสเซียทูเดย์) ————————————————- ที่มา :…

มะกันช็อก! FBI ทลายแผนลักพาตัว-ยึดอำนาจผู้ว่าการรัฐมิชิแกน กระพือสงครามกลางเมือง

(แฟ้มภาพ) พวกติดอาวุธกลุ่มหนึ่งยืนอยู่บริเวณประตูด้านหน้าของสำนักงานผู้ว่าการรัฐมิชิแกน หลังจากพวกผู้ประท้วงต่อต้านประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและคำสั่งหยุดอยู่บ้านสกัดการแพร่ระบาดโควิด-19 ของผู้ว่าการรัฐเกรทเชน วิทเมอร์ บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาประจำรัฐ เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในกลุ่มติดอาวุธดังกล่าว มีนายพีท มิวซิโค รวมอยู่ด้วย และในวันที่ 8 ตุลาคม เขาถูกต้องข้อหาฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนลักพาตัวผู้ว่าการรัฐมิชิแกน โจมตีอาคารรัฐสภารัฐและปลุกปั่นความรุนแรง สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เปิดเผยว่าได้ทลายแผนลักพาตัวและโค่นอำนาจ เกรทเชน วิทเมอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน จากพรรคเดโมแครต ผู้ที่บังคับใช้มาตรการอันเข้มข้นสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้ว่าการหญิงแห่งรัฐมิชิแกน เกรทเชน วิทเมอร์ สังกัดพรรคเดโมแครต ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์โจมตีจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากเธอพยายามบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในรัฐของเธอตั้งแต่ช่วงต้นปี วิทเมอร์ เริ่มตกเป็นเป้าหมายของบรรดาผู้กังขาต่อโควิด-19 มากยิ่งขึ้น หลังจากมาตรการควบคุมที่เข้มงวดที่เธอบังคับใช้นั้น ถูกลบล้างโดยผู้พิพากษารายหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากคำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษรของเอฟบีไอ แหล่งข่าวสายลับของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เข้าร่วมการประชุมหนึ่งในเมืองดับลิน มลรัฐโอไฮโอ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยในครั้งนั้นกลุ่มสมาชิกนักรบซึ่งมีฐานบัญชาการในมิชิแกน ได้หารือกันเกี่ยวกับการโค่นผู้บริหารรัฐ “ที่พวกเขาเชื่อว่าละเมิดรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ” “สมาชิกหลายคนพูดเกี่ยวกับการฆาตกรรมผู้ปกครองเผด็จการหรือลักพาตัวผู้ว่าการรัฐที่กำลังดำรงตำแหน่ง” เอกสารคำฟ้องระบุ และในวิดีโอหนึ่ง พบเห็นผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งประณามบทบาทของรัฐในการตัดสินใจเกี่ยวกับการปิดโรงยิมระหว่างมาตรการล็อกดาวน์สกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทีมสืบสวนเปิดเผยว่า คนกลุ่มนี้พบปะกันที่ห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง ซึ่งเข้าทางประตูกลที่ซุกซ่อนไว้ใต้พรม โดยโทรศัพท์ของพวกเขาจะถูกนำไปรวมไว้อีกห้อง เพื่อป้องกันการแอบบันทึกภาพหรือเสียงสนทนา…

ระทึก!! ไฟไหม้ตึกสูงระฟ้า 33 ชั้นใน “เกาหลีใต้” ไหม้ตั้งแต่เมื่อคืนมาจนถึงเช้า มีไม่ต่ำกว่า 91 คน ถูกหามส่ง รพ.

เอเจนซีส์ – เกิดเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์สูง 33 ชั้น ในเมืองอุลซาน (Ulsan) ของเกาหลีใต้ โดยเพลิงได้เริ่มต้นในเวลา 23.00 น.ของวานนี้ (8 ต.ค.) และยังคงไหม้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเช้าวันศุกร์ (9 ต.ค.) ล่าสุด ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีจำนวน 91 คน ถูกส่งตัวโรงพยาบาล CNN สื่อสหรัฐฯรายงานวันนี้ (9 ต.ค.) ว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงที่อาคารอพาร์ตเมนต์สูง 33 ชั้น ในเมืองอุลซาน (Ulsan) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ โดยไฟเริ่มไหม้ตั้งแต่เวลา 23.00 น.ของวานนี้ (8 ต.ค.) และเพลิงยังคงไหม้ต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงเช้าวันศุกร์ (9) เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยกับสื่อสหรัฐฯ ภาพข่าวแสดงให้เห็นถึงลูกไฟสีแดงฉานลามอยู่ด้านบนของอาคารและเปลวไฟโชนลุกขึ้นสู่ฟ้าที่ยังคงมืดมิด ส่วนถนนด้านล่างเต็มไปด้วยเศษซากที่ติดเขม่าดำกระจายไปทั่วท้องถนน พบว่า มีคนจำนวน 77 คน ได้รับการอพยพให้ออกมาจากอาคาร และอีกจำนวน 82 คน ถูกอพยพจากโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง อ้างอิงจากกระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัยเกาหลีใต้ ซึ่งล่าสุดไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีจำนวน…