ทั่วโลกคุมเข้ม ‘คริปโทฯ’ หวั่นเป็นแหล่งฟอกเงิน

  มูลค่าของ “คริปโทเคอร์เรนซี” อย่างบิตคอยน์ และอีเทอเรียม เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และนักลงทุนแห่ซื้อขายกันอย่างมากมาย ขณะที่ต้นเดือนที่ผ่านมา “ตุรกี” ออกกฎหมายใหม่ แบนการชำระค่าสินค้าและบริการด้วย “สินทรัพย์ดิจิทัล” อย่างคริปโทเคอร์เรนซี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ทั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงตุรกีเท่านั้นที่ออกกฎหมายเข้าควบคุมคริปโทฯ แต่เป็นเทรนด์ของหลายประเทศที่กำลังร่างกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมตลาดคริปโทฯ หรือได้ออกกฎหมายไปแล้ว หรือบางประเทศก็ออกกฎหมายให้คริปโทฯ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายไปเลย ซีเอ็นบีซีรายงานว่า กระแสความร้อนแรงของคริปโทเคอร์เรนซีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังเป็นภัยต่อระบบการเงินของแต่ละประเทศอย่างมาก โดยการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านคริปโทฯ ทำให้ธนาคารกลางติดตามการทำธุรกรรมการเงินได้ยากขึ้น ซึ่งจะทำให้อาจเข้ามามีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางการเงิน รวมทั้งเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และคริปโทเคอร์เรนซีมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย อย่างการฟอกเงิน และการหลีกเลี่ยงภาษี แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ทุกคนทราบถึง “มูลค่า” ต้นทาง และปลายทางการทำธุรกรรม แต่ไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดถึงตัวตนคนทำธุรกรรมคือใคร แม้ว่าการทำธุรกรรมผิดกฎหมายผ่านคริปโทฯ ปีที่แล้วมีเพียง 0.34% จากการทำธุรกรรมทั้งหมด ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่สูงถึง 2% แต่ปัจจัยทั้งด้านเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลทั่วโลกเดินหน้าร่างกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมตลาดคริปโทฯ ก่อนหน้านี้ ประเทศแอลจีเรีย, อียิปต์, โมร็อกโก, โบลิเวีย และเนปาล ได้ออกกฎหมายว่าการครอบครองคริปโทเคอร์เรนซี หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านคริปโทฯ…

สภาฮ่องกงบัญญัติกฎหมายคุมการเข้าออกเมือง

  นับตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป รัฐบาลฮ่องกง “มีอำนาจชอบธรรม” ในการควบคุมการเข้าและออกเมืองของบุคคลใดก็ตาม “อย่างเจาะจง” สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ว่าที่ประชุมสภานิติบัญญัติฮ่องกง ( เล็กโค ) มีมติเห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ ที่เป็นการแก้ไขและเพิ่มเติมกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับเดิม เพิ่มอำนาจให้แก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการ “เจาะจง” ห้ามบุคคลหนึ่งเดินทางเข้าและออกฮ่องกง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นต้องขออำนาจจากศาล และบุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ใน “บัญชีดำ” ดังกล่าวของทางการ ไม่สามารถอุทธรณ์ให้มีการเพิกถอนคำสั่งได้   Hong Kong lawmakers approve changes to immigration law prompting fears of ‘exit bans’ https://t.co/pn5B1CFQQ8 pic.twitter.com/hSspazpegm — Hong Kong Free Press HKFP (@hkfp) April 28, 2021…

เซ็กส์ทอยรูประเบิดทำตำรวจในเยอรมนีป่วน หลังพลเมืองดีคิดว่าเป็นระเบิดจริง

  เซ็กส์ทอยรูประเบิดทำตำรวจในเยอรมนีป่วน หลังพลเมืองดีคิดว่าเป็นระเบิดจริง – BBCไทย เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดในเยอรมนีถูกเรียกตัวไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในรัฐบาวาเรีย หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี แต่กลับพบว่าวัตถุรูปร่างคล้ายระเบิดดังกล่าวที่แท้เป็นเพียงเซ็กส์ทอย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้หญิงที่วิ่งออกกำลังกายคนหนึ่งพบวัตถุคล้ายระเบิดมืออยู่ในถุงพลาสติกใสในป่าแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองพัสเซา ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเยอรมนี และได้โทรแจ้งตำรวจ จากนั้นทางการได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยเก็บกู้ระเบิดจากเขตใกล้เคียงไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว แต่ไม่นานก็พบว่ามันไม่ใช่วัตถุอันตรายอย่างที่คิด ตำรวจระบุว่า ระเบิดปลอมถูกพบอยู่ในถุงพลาสติกพร้อมกับของใช้ทางเพศอื่น ๆ ตำรวจเทศบาลเมืองเฮาเซนแบร์ก เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ระบุในข่าวที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนว่า “หลังจากตรวจสอบสิ่งของในถุงอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ก็รู้ได้อย่างรวดเร็วว่ามันคือระเบิดปลอมที่ทำจากยาง” โดยหลังจากการค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่ก็ “สามารถยืนยันข้อสันนิษฐาน” ว่าที่แท้มันคือ “เซ็กส์ทอยรูปทรงระเบิดมือ” นอกจากระเบิดปลอมแล้ว ในถุงพลาสติกดังกล่าวยังมีหลอดเจลหล่อลื่นที่ใช้หมดแล้ว ถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้ 2 ชิ้น และสายเชื่อมต่อยูเอสบี” ตำรวจระบุว่าได้นำของที่พบเหล่านี้ออกจากจุดที่มีคนไปพบแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะถูกทิ้งไว้บริเวณนั้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ทราบชัดเจนว่าเหตุใดของเหล่านี้จึงถูกทิ้งไว้ในบริเวณนั้น ที่ผ่านมาเยอรมนีพบวัตถุระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่ยังไม่ระเบิดหลายครั้ง ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยขณะเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการเก็บกู้   ————————————————————————————————- ที่มา : ข่าวสดออนไลน์    / วันที่เผยแพร่ 28 เม.ย.2564 Link : https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6368998

‘สหรัฐ’ สั่ง จนท.ทูต ออกจากอัฟกานิสถาน หวั่นรุนแรง

  “สหรัฐ” สั่งเจ้าหน้าที่อพยพออกจากสถานทูตในอัฟกานิสถาน หวั่นเกิดสถานการณ์รุนแรง ก่อนวันถอนทหาร กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สหรัฐอพยพออกจากสถานทูตในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกคำแนะนำด้านการเดินทางเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า ทางกระทรวงขอสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่สามารถปฏิบัติงานได้จากทางไกล รีบออกจากสถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูล ขณะที่นายรอส วิลสัน เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐประจำอัฟกานิสถานได้ทวีตข้อความยืนยันการสั่งให้เจ้าหน้าที่อพยพออกจากสถานทูตนี้ เนื่องจากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว นายวิลสันยังกล่าวด้วยว่า การสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อจำนวนเจ้าหน้าที่ในสถานทูตสหรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในทันที ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะถึงวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนประกาศว่า สหรัฐและกองกำลังทหารของนาโต้ จะเริ่มถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม สหรัฐมีทหารประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานประมาณ 3,500 นาย และนาโต้มีกำลังทหารประมาณ 7,000 ราย โดยทหารเหล่านี้ทำหน้าที่สนับสนุนด้านโลจิสติกส์และความมั่นคง   ———————————————————————————————————————————— ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ     / วันที่เผยแพร่  28 เม.ย.2564 Link : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/934969

โรมาเนียร่วมอียูขับทูตรัสเซีย หลังถูกกล่าวโทษว่าเป็นสายลับ

  เมื่อ 26 เม.ย. กระทรวงต่างประเทศโรมาเนียเผยว่า เตรียมขับนายอเล็กเซ กริชาเยฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโรมาเนียออกนอกประเทศ ด้วยการกระทำและกิจกรรมอื่นใดที่ขัดต่อสนธิสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต หลังถูกกล่าวโทษว่าเป็นสายลับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีฟลอริน ซิตู แห่งโรมาเนีย กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ว่า การตัดสินใจครั้งนี้อย่าไปตีความว่าเป็นการโต้ตอบในทิศทางเดียวกันของกลุ่มประเทศในยุโรป แต่นี่เป็นวิถีการตัดสินใจของโรมาเนียเอง ไม่เกี่ยวว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม โรมาเนียก็กลายเป็นประเทศล่าสุดในกลุ่มยุโรปที่ปฏิบัติต่อรัสเซีย หลังความสัมพันธ์ตึงเครียดระหว่างสาธารณรัฐเช็กกับรัสเซีย ด้วยข้อกล่าวโทษว่าทูตรัสเซียเป็นสายลับและอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดคลังแสงของสาธารณรัฐเช็กเมื่อปี 2557 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายฮัน ฮามาเค็ก รัฐมนตรีมหาดไทยสาธารณรัฐเช็ก ขอให้ทางสหภาพยุโรป (อียู) กับพันธมิตรกลุ่มสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) พร้อมใจกันขับทูตรัสเซีย ซึ่งสโลวะเกีย ประเทศเพื่อนบ้าน รวมกลุ่มประเทศบอลติก ทั้งเอสโตเนีย ลัตเวียและลิทัวเนีย ประกาศว่าจะขับทูตรัสเซีย 7 คนออกนอกประเทศ.   ——————————————————————————————————————————————– ที่มา :  ไทยรัฐออนไลน์      / วันที่เผยแพร่   28 เม.ย.2564 Link :…

แนวร่วม’ไอเอส’บุกตีฐาน ฆ่าหมู่’ทหารไนจีเรีย’33ศพ

  นักรบกลุ่มแนวร่วมไอเอส ยกพลพรรคชุดใหญ่ บุกโจมตีฐานประจำการทหารกองทัพไนจีเรีย ในรัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ สังหารทหาร 33 ศพ ก่อนจะล่าถอยไป เมื่อทหารเรียกเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศช่วยเหลือ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากเมืองไมดูกูรี ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า นักรบกลุ่มอิสวาป (Islamic State West Africa Province : ISWAP) ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรัก บุกโจมตีฐานทหารไนจีเรีย ในเมืองไมน็อค รัฐบอร์โน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (25 เม.ย.) การยิงปะทะนานหลายชั่วโมง ทำให้ทหารเสียชีวิต 33 นาย บาดเจ็บอีกหลายสิบนาย สุดท้ายทหารวิทยุขอความช่วยเหลือ และกองทัพภาคส่งเครื่องบินรบไปช่วย กลุ่มไอเอสจึงล่าถอยไป แต่ได้จุดไฟเผาสถานีตำรวจเมืองไมน็อคจนวอด ขณะหลบหนีผ่าน แหล่งข่าวในกองทัพไนจีเรีย เผยว่า นักรบกลุ่มไอเอสทุกคน สวมชุดลายพรางเลียนแบบทหาร ใช้พาหนะรถปิกอัพติดปืนกล 16 คัน และรถยนต์ต้านทุ่นระเบิดแบบกองทัพ 6 คัน     เมืองไมน็อคอยู่ห่างประมาณ…