นักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาพากันอพยพ​หนีตายกลางดึก หลังเกิดกลุ่มควันทั่วโรงแรมริมหาดจอมเทียน

  ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา ​- นัก​ท่องเที่ยว​นับ 100 ชีวิต พากันแตกตื่นหนีตายออกจากโรงแรมริมชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา หลังเกิดกลุ่มควันคละคลุ้ง​ แต่สัญญาณเตือนไฟไหม้ไม่ทำงาน หวั่นซ้ำรอยโศกนาฏกรรมปี 40   เมื่อเวลา 23.00 น.วานนี้ (1 พ.ค.)​ พ.ต.ต.พิชิต ฉ่ำฮวบ สวป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงแรมจอมเทียน ปาล์ม บีช เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเร่งประสานเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยทางบก เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าตรวจสอบ   โดยพบเจ้าหน้าที่ และพนักงาน รวมทั้ง​นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ภายในโรงแรม ซึ่งมีทั้งเด็ก คนชรา และคนพิการรวมกว่า 100 ชีวิต ได้พากันอพยพ​ออกมาอยู่ด้านนอกอาคารอย่างโกลาหล   จากการตรวจสอบพบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณปล่องระบายควันภายในห้องครัว แต่ไม่พบเปลวเพลิง ขณะที่ด้านหน้าตัวอาคารโรงแรมมีนักท่องเที่ยวพากันยืนรวมตัวรอดูสถานการณ์​ด้วยความกังวล และไม่กล้ากลับเข้าไปยังห้องพัก แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์​ไว้ได้แล้วก็ตาม     โดยนักท่องเที่ยว​บางส่วนได้พยายามสอบถามถึงสาเหตุการเกิดกลุ่มควันจากพนักงานโรงแรม รวมถึงสอบถามถึงสาเหตุ​ที่ไม่มีสัญญาณเตือนไฟ แต่ไม่ได้รับ​คำตอบอย่างใด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องตรึงกำลังเพื่อป้องกันสถานการณ์​บานปลาย…

EU ทดลองสร้างโซเชียลของตัวเอง EU Voice และ EU Video ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส Mastodon

  ท่ามกลางประเด็นถกเถียงต่างๆ หลัง Twitter ตอบรับข้อเสนอซื้อของ Elon Musk ฝั่งของสหภาพยุโรปก็เริ่มทดลองเปิดบริการโซเชียลของตัวเอง ได้แก่ EU Voice (โซเชียลแบบ Twitter) และ EU Video (บริการวิดีโอแบบ YouTube)   บริการทั้งสองตัวเป็นการทดลองสร้างโซเชียลมีเดียทางเลือก (an alternative social media pilot program) โดยหน่วยงานด้านคุ้มครองข้อมูลของยุโรป European Data Protection Supervisor (EDPS) เป้าหมายหลักคือสร้างบริการโซเชียลที่คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไม่หารายได้จากโฆษณา และสร้างจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่โปร่งใส   บริการ EU Voice ใช้ซอฟต์แวร์ Mastodon ที่นิยมอยู่แล้ว (ทีม Donald Trump นำไปใช้สร้าง Truth Social) ส่วน EU Video ใช้ PeerTube ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อโฮสต์วิดีโอแบบ YouTube…

โลกช็อก! “คิม จองอึน” ประกาศมีสิทธิ์ใช้ “อาวุธนิวเคลียร์” โจมตีก่อนหากถูกคุกคาม ธิงแทงก์สหรัฐฯเตือน อาจได้เห็นทดสอบนุ๊กครั้งที่ 7

  เอพี/รอยเตอร์ – ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ล่าสุดประกาศจุดยืนเปียงยางมีสิทธิ์ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยุทธศาสตร์โจมตีก่อนของเกาหลีเหนือหากว่าถูกคุกคาม ยืนยันอย่างหนักแน่นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จะยังคงเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางกลุ่มเกาหลีเหนือแปรพักตรกลับมาปล่อยบอลลูนใบปลิวข้ามพรมแดนอีกครั้ง ธิงแทงก์สหรัฐฯ CSIS ออกรายงานภาพดาวเทียมล่าสุดแสดงความเคลื่อนไหวการเตรียมความพร้อมเกิดขึ้นด้านนอกอุโมงค์หมายเลข 3 อาจจะได้เห็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 ของเกาหลีเหนือในไม่ช้า   เอพีรายงานเมื่อวานนี้(30 เม.ย)ว่า สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA รายงานในวันเสาร์(30 เม.ย) ว่าในการประชุมประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ออกมาเตือนอีกครั้งว่า เปียงยางสามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีก่อนหากว่าถูกคุกคาม   สื่อเกาหลีเหนือชี้ว่าเขาเรียกบรรดาเจ้าหน้าที่กองทัพระดับสูงมาพบเพื่อแสดงความชื่นชมการทำงานของคนเหล่านี้ระหว่างพิธีการสวนสนามแสดงแสนยานุภาพทางการทหารครั้งใหญ่ในกรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(25 เม.ย)ที่ทางเกาหลีเหนือแสดงคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุด   ในพิธีพาเหรดมีการนำขีปนาวุธพิสัยข้ามทวีป ICBM ที่มีความสามารถเข้าโจมตีไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ และในการจัดแสดงยังมีขีปนาวุธพิสัยใกล้แบบพลังงานแข็งที่ถูกออกแบบให้สามารถยิงมาจากรถเคลื่อนที่ทางบกหรือจากเรือใต้น้ำเป็นภัยคุกคามซึ่งหน้าต่อทั้ง “เกาหลีใต้” และ “ญี่ปุ่น”   เอพีชี้ว่า KCNA ไม่ได้กล่าวไปถึงว่าการประชุมนี้เกิดขึ้นเมื่อใด   ในที่ประชุมประธานาธิบดีคิมยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพเปียงยางต่อไปเพื่อให้มันสามารถถูกใช้ในทางยุทธศาสตร์การโจมตีข้าศึกล่วงหน้าท่ามกลางอันตรายทั้งปวงที่อาจจะเกิดขึ้นนรวมไปถึงความเคลื่อนไหวที่คุกคามและการยกระดับภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ที่หากเกิดขึ้นจากฝ่ายปรปักษ์” รายงานจากแถลงการณ์ของ KCNA   คิม จองอึนพูดต่อหน้ากองกำลังทหารเกาหลีเหนือจำนวนมากและผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์พิธีสวนสนามครบรอบ 90 ปีกองทัพเกาหลีเหนือ ประกาศที่จะเดินหน้าพัฒนากองกำลังนิวเคลียร์ของเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศข่มขู่ที่จะใช้มันหากถูกยั่วยุ  …

‘กูเกิล’ เพิ่มวิธีเก็บข้อมูลส่วนตัว ไม่ให้โผล่ในการค้นหาออนไลน์

  Google Search Update   กูเกิล (Google) ได้เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้เพื่อเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัยจากการค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ โดยจะให้ผู้ใช้สามารถร้องเรียนให้นำข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ และที่อยู่ ออกไปจากผลการค้นหาทางออนไลน์ได้   นโยบายใหม่นี้ยังอนุญาตให้นำเอาข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นอันตราย หรือเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ในการขโมยเอกลักษณ์บุคคล (identify theft) เช่น ข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลลับที่ใช้ในการล็อกอิน   กูเกิล กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเปิดกว้างในการเข้าถึงข้อมูลนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เช่นเดียวกับการให้อำนาจผู้คนในการปกป้องตัวเอง และรักษาข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนของพวกเขาให้เป็นความลับ   บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังกล่าวด้วยว่า “ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางออนไลน์ต้องไปด้วยกัน และเมื่อเราใช้อินเตอร์เน็ต เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องสามารถควบคุมการค้นหา หรือการพบเจอข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของแต่ละคน”   ก่อนหน้านี้ กูเกิล เสิร์ช (Google Search) ได้อนุญาตให้ผู้ใช้ร้องเรียนให้มีการถอดถอนข้อมูลส่วนตัวที่จะเป็นภัยโดยตรงต่อพวกเขาออกไป ซึ่งรวมไปถึงการถอดถอนข้อมูลที่ผู้ประสงค์ร้ายนำออกไปเผยแพร่ และข้อมูลส่วนเช่น หมายเลขธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต ที่สามารถนำไปใช้ในการต้มตุ๋น หรือในการหลอกลวงทำธุรกรรมต่าง ๆ   อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ได้ปรากฎในพื้นที่ออนไลน์ที่ไม่มีใครนึกถึงมาก่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ และถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ใหม่…

บึ้มฆ่าตัวตายโจมตีมัสยิดใกล้กรุงคาบูล เสียชีวิตเกินครึ่งร้อย

  มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย จากเหตุระเบิดที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ใกล้กับกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ว่ากระทรวงมหาดไทยของอัฟกานิสถานรายงาน การเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย โจมตีมัสยิดชื่อ “คาลิฟา ชาฮิบ” ในเขตตะวันตกของกรุงคาบูล เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 78 คน   Powerful explosion at #Kabul mosque, killing many worshippers pic.twitter.com/A1qmduaYgm — DNA (@dna) April 29, 2022   เบื้องต้นมีการให้ข้อมูลว่า มือระเบิดแฝงตัวปะปนกับศาสนิกชน ซึ่งเข้ามาสวดมนต์และประกอบพิธีทางศาสนาที่มัสยิดแห่งนี้ ในช่วงเดือนรอมฎอน หลังเกิดเหตุยังไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดออกมาอ้างตัวว่าเกี่ยวข้อง ขณะที่กลุ่มตาลีบันประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนัก และให้คำมั่นเร่งติดตามล่าตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย   อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียว หลังมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีมัสยิดแห่งหนึ่ง ในเมืองคุนดุซ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน…

รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการให้ต้นแบบ 6G พร้อมใช้ในปี 2026!

  5G กลายเป็นการแข่งขันสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับอุตสาหกรรมผู้ผลิตสมาร์ตโฟน แต่มีการแข่งขันในระดับรัฐบาล และเมื่อตอนนี้เทคโนโลยี 5G สามารถนำมาใช้โดยทั่วไปได้ รัฐบาลทั่วโลกจึงเริ่มมองหาเทคโนโลยีถัดไป ได้แก่ 6G ซึ่งล่าสุดรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ออกมาประกาศเป้าหมายที่จะให้ต้นแบบ 6G พร้อมใช้ในปี 2026!   6G เป็นเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลขนาดเทราบิตส์ (Terabits) ได้ในระดับวินาที มีความเร็วกว่า 5G ประมาณ 50 เท่า และสามารถลดความหน่วง (Latency) จนเหลือเพียง 10% ของ 5G เท่านั้น โดย Samsung เป็นบริษัทที่ได้เปิดตัวเทคโนโลยี 6G และได้ทำแผนภูมิเพื่อเปรียบเทียบความสามารถระหว่าง 5G และ 6G ดังนี้     รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า “เมื่อมาถึงตัวผลักดันการเติบโตเศรษฐกิจในอนาคต รัฐบาลนั้นให้ความสนใจในด้านชิป, รถยนต์แห่งอนาคต, ไบโอเทค และการดูแลสุขภาพ รัฐบาลใหม่กำลังวางแผนที่จะเพิ่มการสื่อสาร 6G, แบตเตอรี่สำรอง, จอแสดงผล, การป้องกันและการบินอวกาศ, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขั้นสูง และสื่อดิจิทัล”…