สื่อต่างชาติแปลงสารข่าวคดีฆ่ากันตายกลายเป็นพ่อครัวร้านอาหารเจบดเนื้อศพมาขายลูกค้า

สำรวจเส้นทางการแปลงสารจากคดีฆาตกรรมสยองที่กลายเป็นคดีสะอิดสะเอียนเขย่าขวัญผู้อ่านในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษของสิงคโปร์ที่เสนอข่าวแนวสีสันของโลก AsiaOne อ้างว่าลูกค้าร้านอาหารเจต่อว่า เจ้าของร้านว่าเอาเนื้อคนผสมทำอาหารเจ ทำให้สื่อหัวสีอื่น ๆ ใน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ออสเตรเลีย อังกฤษ และ อเมริกา ต่างอ้างข่าวนี้ไปเผยแพร่ต่อ เกิดอะไรขึ้น คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น คือ การฆ่ายัดบ่อเกรอะ ที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ภายหลังตำรวจ สน. ลาดกระบัง ได้รับแจ้งพบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ หนังศีรษะกระจายอยู่ในบริเวณห้องครัวของร้านอาหารเจแห่งหนึ่ง ริมถนนร่มเกล้า เมื่อรุดไปตรวจสอบ จึงพบศพผู้เสียชีวิตในบ่อเกรอะ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความพยายามอำพรางคดี ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค. มีผู้พบเศษชิ้นเนื้อมนุษย์ ในร้านอาหารเจ-ร่มเกล้า ในซอยร่มเกล้า 25/6 ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. โดยการตรวจสอบภายในร้าน พบเลือดกระจายเต็มพื้นห้องครัวและพบเศษเนื้อมนุษย์ตกอยู่ นอกจากนี้ยังพบศพ นายประสิทธิ์ อินปฐม อายุ 61…

ถูกนำตัวออกจากเครื่องบินเพราะกินยานอนหลับ

ชายชาวแคนาดาถูกนำตัวลงจากเที่ยวบินจากแคนาดาไปยังคิวบา ขณะจอดแวะพักที่สนามบินกลางทางที่เมืองโตรอนโต ด้วยเหตุที่เขากินยานอนหลับระหว่างรอเดินทางต่อ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ต.ค. บนเครื่องบินของสายการบินเวสต์เจ็ต นายสตีเฟน เบนเนทท์ ชาวเมืองบริติชโคลัมเบียของแคนาดา อยู่ระหว่างกำลังเดินทางไปคิวบา พร้อมด้วยภรรยาและลูกชาย ได้เปิดเผยว่า ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งในลูกเรือพยายามจะปลุกเขาให้ตื่นก่อนเครื่องจะทะยานขึ้น เขาถูกนำตัวออกจากเที่ยวบินและไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาโดยสารบนเที่ยวบินนั้นต่อ แม้แพทย์ประจำตัวที่สั่งยาจะอีเมลคำอธิบายเพื่อยืนยันความพร้อมของสุขภาพ อีกทั้งหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินของสนามบินจะประเมินแล้วว่าเขาเดินทางต่อได้ นายเบนเนทท์ซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากอาการโรคหลอดเลือดในสมอง บอกอีกว่า เขาไม่ได้นอนมาเลยในช่วงเที่ยวบินกลางคืนที่เดินทางมาจากเมืองบริติชโคลัมเบีย จึงกินยานอนหลับ ซึ่งมีใบสั่งยาจากแพทย์ ก่อนที่จะเดินทางต่อเครื่อง หลังจากนั้นเขาเริ่มง่วงในแทบจะทันที ก่อนจำได้ว่าสะดุ้งตื่นจากการกระทุ้งตัวของภรรยา และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบอกว่า เขาต้องออกจากเครื่องบิน เพราะสภาพของเขาอยู่ในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ พนักงานสายการบินได้เรียกรถกู้ชีพฉุกเฉินและนำตัวนายเบนเนทท์ออกจากห้องโดยสารโดยพานั่งวีลแชร์ออกไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่หน้าหน่วยกู้ชีพได้ตรวจร่างกายและแจ้งกับพนักงานสายการบินว่า ร่างกายของนายเบนเนทท์แข็งแรงดี อวัยวะสำคัญของร่างกายไม่มีปัญหาและสามารถเดินทางได้ แต่ทั้งหมดก็ไม่เป็นผล เขาบอกอีกว่า แพทย์ประจำตัวที่สั่งยานอนหลับได้เขียนรับรองมาทางอีเมล ว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงพอที่จะเดินทางได้ “เป็นเรื่องน่าอายมาก… เรื่องนี้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำตัวราวว่าเป็นผู้พิพากษา คณะลูกขุน และเพชฌฆาตในคราวเดียวกัน” ด้านสายการบินเวสต์เจตต์ ชี้แจงว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดและความเห็นเกี่ยวกับกรณีของนายเบนเนทท์เป็นการเฉพาะได้ เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม สายการบินเวสต์เจ็ต ระบุว่า ในกรณีเช่นนี้ หากลูกเรือเห็นว่าผู้โดยสารรายใด มีสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะโดยสาร ผู้โดยสารรายนั้นจะถูกเชิญออกจากเที่ยวบินด้วยความระมัดระวัง “กรณีที่มีการเชิญตัวผู้โดยสารออกยังรวมถึง ผู้โดยสารที่สภาพร่างกายสูญเสียสมรรถภาพจากการใช้ยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์” สายการบินเวสต์เจ็ต ระบุว่า…