สำรวจโครงการอวกาศ 5 ชาติ แต่ละประเทศเดินหน้าไปอยู่จุดไหนแล้วบ้าง ?

  ชวนสำรวจการพัฒนาโครงการอวกาศ ของ 5 ชาติยักษ์ใหญ่ สหรัฐฯ สหภาพโซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบัน จีน อินเดีย และ ญี่ปุ่น ณ เวลานี้ เดินทางไปถึงจุดไหนกันแล้ว   หลังจากญี่ปุ่นสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติที่ 5 ของโลกใบนี้ที่ ส่งยานอวกาศไปลงจอดดวงจันทร์ ได้สำเร็จ ตามหลังสหรัฐฯ สหภาพโซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบัน จีน และอินเดีย เราก็ต้องมาคอยลุ้นกันว่า ยานสำรวจดวงจันทร์ของญี่ปุ่นจะกลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้งหรือไม่ หลังชัทดาวน์ตนเองไป และแผงโซลาร์เซลล์ไม่ทำงาน   ตลอด 2023 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเดินหน้าโครงการด้านอวกาศอย่างเต็มกำลัง แต่อีกสี่ชาติที่เหลืออย่างสหรัฐฯ รัสเซีย จีนและอินเดียก็ไม่ได้หยุดยั้งการพัฒนาโครงการด้านอวกาศ เพราะนี่คือการแสดงออกถึงความเป็นมหาอำนาจของโลกใบนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งห้าประเทศก็มีทั้งภารกิจที่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวเช่นกัน   JAXA องค์การอวกาศแห่งญี่ปุ่น – น้องใหม่ด้านอวกาศ แต่ผลงานดีเยี่ยม REUTERS   นาซา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ – ตั้งเป้าภารกิจส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์และดาวอังคาร หากพูดถึงงานด้านอวกาศ นาซา NASA…

จิม ทอมป์สัน พ่อค้าผ้าไหม หรือสายลับซีไอเอ?

จิม ทอมป์สัน-ราชาไหมไทย   จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) ผู้ได้รับการขนานนามว่า “ราชาไหมไทย” เกิดเมื่อ พ.ศ. 2449 ที่เดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวอเมริกันหัวเก่า บิดาเป็นเจ้าของโรงงานทอผ้า มีตาเป็นนายพลที่เคยผ่านสงครามกลางเมือง และเป็นนักเดินทางที่เชี่ยวชาญประเทศในเอเชีย   เมื่ออายุกว่า 30 ปี ทอมป์สันยังไม่ประสบความสำเร็จใดๆ จนเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันชาติ   จิม ทอมป์สัน สายลับซีไอเอ? ระหว่างสงคราม จิม ทอมป์สันได้พบกับ ร้อยเอกเอ็ดวิน แบล็ค สมาชิกของ โอเอสเอส (Office of Strategic Service) บุคคลที่มีอิทธิพลในชีวิตทอมป์สัน ผู้กองแบล็คภายหลังคือนายพลจัตวาแบล็ค ผู้บัญชาการหน่วยสนับสนุนการรบในประเทศไทย และยังเคยเป็นทูตสหรัฐในเวียดนาม เคยประจำฐานทัพทหารอากาศอเมริกันในโคราช ฯลฯ เมื่อสงครามผ่านไปประมาณหนึ่งปี นายพลแบล็คได้พบกับทอมป์สันอีกครั้ง จึงชักชวนให้เขามาประจำหน่วยโอเอสเอส   โอเอสเอสเป็นหน่วยสืบราชการลับ ทำหน้าที่หาข่าว, ทำการจารกรรม,…

ส่องผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ คาดจีนยังไม่บุกไต้หวัน ใน 5 ปีข้างหน้า

  สถาบันคลังสมองในสหรัฐฯ เผยผลสำรวจความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสหรัฐฯ 52 คน คิดว่าจีนจะบุกไต้หวันหรือไม่   ผลสำรวจออกมา ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เชื่อว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนยังไม่มีแสนยานุภาพทางทหารแข็งแกร่งพอที่จะบุกไต้หวันได้สำเร็จในอีก 5 ปีข้างหน้า และกองทัพสหรัฐฯจะเข้าไปแทรกแซงโดยตรงหากจีนบุกไต้หวัน   ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐฯส่วนใหญ่ มีความเห็นว่า จีนจะใช้วิธีปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อไต้หวันมากกว่าการใช้กำลังทางทหารต่อไต้หวัน   ชัยชนะของ ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน ต่อจากประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน เมื่อ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความกังวลใจไม่น้อยว่า จีนจะดำเนินมาตรการอย่างไรต่อไต้หวัน? ภายใต้การบริหารของพรรค DPP ที่มีนโยบายต่อต้านหลักการ ‘จีนเดียว’ และสร้างประวัติศาสตร์เป็นพรรคการเมืองในไต้หวันที่คว้าชัยเลือกตั้งได้เป็นพรรครัฐบาลสมัยที่ 3 ติดต่อกัน   ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้กล่าวสุนทรพจน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ค.ศ.2024 (ขู่)ไว้ว่า ‘การรวมชาติกับไต้หวัน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้’   รองประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ไต้หวัน จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 13 มกราคม…

ผู้นำเกาหลีเหนือกำลังเตรียมทำสงครามกับเกาหลีใต้จริงหรือ

REUTERS   ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ ปกติแล้ว จะเป็นกลุ่มคนที่ระมัดระวัง ไม่สร้างความแตกตื่นใด ๆ ระหว่างสองเกาหลี แต่ตอนนี้ พวกเขากำลังตื่นตัวจากความเคลื่อนไหวของผู้เชี่ยวชาญ 2 คน   ย้อนไปสัปดาห์ก่อน นักวิเคราะห์สถานการณ์เกาหลีเหนือที่ทรงอิทธิพล 2 คน ได้ทำสิ่งที่เรียกว่าเหมือน “ทิ้งระเบิด” ด้วยการแสดงความเห็นว่า ผู้นำเกาหลีเหนือกำลังเตรียมทำสงคราม   ต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิม จอง-อึน ได้ยกเลิกเป้าหมายแห่งการปรองดองและรวมชาติกับเกาหลีใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาประกาศว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่แยกกัน และกำลังทำสงครามกัน   “เราเชื่อว่า คิม จอง-อึน ได้ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์แล้วว่าจะทำสงคราม เหมือนสมัยปู่ของเขาเมื่อปี 1950” โรเบิร์ต แอล คาร์ลิน อดีตนักวิเคราะห์สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ พร้อมกับ ซีกไพรด์ เอส เฮกเกอร์ นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่เดินทางไปเกาหลีเหนือมาหลายครั้ง ได้กล่าวในบทความบนเว็บไซต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือ ชื่อ “38 North”   การประกาศเช่นนี้…

AI กับการเลือกตั้ง เมื่อนักการเมืองสหรัฐ ใช้ ChatGPT สร้างแชตบอตช่วยหาเสียง

  คนรุ่นใหม่เตรียมตัวให้พร้อม! นักการเมืองสหรัฐ ใช้ ChatGPT สร้างแชตบอตช่วยหาเสียง กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่เราต้องระวัง เมื่อ AI ถูกใช้กับการเลือกตั้ง   เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้เราได้ทึ่งตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 เมื่อแชตบอต AI อย่าง ChatGPT เปิดตัวให้เราได้ทดลองเล่นและใช้งานกัน โดยมันสามารถรังสรรค์คำตอบที่มากกว่าแค่ตอบตามตำรา แต่มันสามารถคิดเองได้ว่าควรจะตอบอย่างไร แต่มันอาจกลับกลายเป็นปัญหาเมื่อ AI ถูกใช้กับการเลือกตั้ง   สำนักข่าวด้านเทคโนโลยี The Verge ของสหรัฐฯ และ The Washington Post รายงานว่า OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ได้สั่งแบนบัญชีของนักพัฒนารายหนึ่งที่เข้ามาใช้ระบบหลังบ้าน (API) ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวนี้ ในการทำแชตบอตของนักการเมืองสหรัฐฯ ชื่อ Dean Phillips ในการชิงตำแหน่งการเป็นผู้สมัครประธานธิบดีสหรัฐฯ ซึ่ง โจ ไบเดน ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน   ในรายงานระบุว่า สตาร์ทอัพ…

ภาพปลอม “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ว่อนเน็ต กระตุ้นให้สหรัฐฯ เร่งออก ก.ม.ปราบปราม Deepfake

  ภาพลามกอนาจารปลอมของนักร้องสาวชื่อดัง “เทย์เลอร์ สวิฟต์” กำลังถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ ทำให้นักร้องสาวคนนี้ตกเป็นเหยื่อคนดังรายล่าสุด และโด่งดังที่สุดของภัยพิบัติโลกไซเบอร์ ที่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีและกลุ่มต่อต้านการละเมิดต่างกำลังพยายามดิ้นรนเพื่อหาทางแก้ไข   ทางด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ระบุว่า กรณีการเผยแพร่ภาพที่โจ่งแจ้งทางเพศที่สร้างโดย AI ล่าสุดนี้ “น่าตกใจ” อย่างมาก และยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข   ขณะเดียวกันมีความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนหลายพันล้านคนจะต้องลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งในปีนี้ทั่วโลก ขณะที่สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน robocall ปลอมที่อ้างว่ามาจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของ   สหรัฐฯ ได้จุดชนวนให้เกิดการสอบสวน ภาพลามกอนาจารปลอมของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ในขณะที่บริษัท X ได้ลดทีมงานตรวจสอบเนื้อหาลงอย่างมาก นับตั้งแต่นายอีลอน มัสก์ เข้ามารับตำแหน่งแพลตฟอร์มในปี 2022   กรณีที่เกิดขึ้นพบว่ากลุ่มแฟนคลับ “สวิฟตี้” ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้ร่วมมือกันเข้ามาจัดการด้วยตนเอง โดยระดมพลอย่างรวดเร็วและเปิดฉากการตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X ด้วยแฮชแท็ก #ProtectTaylorSwift เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์เชิงบวกของป๊อปสตาร์รายนี้ และช่วยกันรายงานบัญชีที่แชร์ภาพ Deepfakes…