ท่าอากาศยานไทยควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เมื่อ 4 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจพบชายชาวอินเดียชื่อ นาย Kumar Viex พกพาแบตเตอรี่สำรอง (power bank) ที่ถูกดัดแปลงในลักษณะ “วัตถุคล้ายระเบิด” ขณะผ่านเครื่องเอกซเรย์ จึงได้ยึดอุปกรณ์ไว้ตรวจสอบและอนุญาตให้นาย Viex เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้มีการสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการกระทำดังกล่าว ปัจจุบัน ปรากฏการกระทำลักษณะแบบเดียวกันนี้ตามท่าอากาศยานหลายแห่งโดยเฉพาะในอินเดีย ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาก็เคยตรวจพบอย่างน้อย 3 ครั้ง ที่เมืองฮูสตัน มลรัฐเท็กซัส และมลรัฐไอดาโฮ เบื้องต้นทราบว่าอุปกรณ์ดัดแปลงส่วนใหญ่จะตรวจพบในหมู่นักเดินทางที่มาหรือกลับจากอินเดีย หรือเคยไปซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในอินเดีย ซึ่งนักเดินทางมักไม่ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลง รูปแบบที่ตรวจพบคล้ายคลึงกัน ภายในมักถูกบรรจุด้วยดินน้ำมันและมีการต่อสายไฟเข้ากับแบตเตอรี่โทรศัพท์ ทั้งนี้ ในสหรัฐฯถือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อระบบการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานและความมั่นคงของประเทศ และกรณีนี้ทำให้หลายฝ่ายห่วงกังวลว่า กลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มหัวรุนแรงอาจแสวงประโยชน์จากอุปกรณ์ดัดแปลงลักษณะนี้ เพื่อสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่หรือเพื่อทดสอบระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่การอำพรางนำระเบิดเพลิงเข้าสู่ท่าอากาศยานและเครื่องบินได้ ดังนั้น ประเทศไทยควรเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในท่าอากาศยานและอาจต้องคำนึงถึงมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ยงและอันตรายจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องสงสัยอย่างเหมาะสม โดยศึกษาเปรียบเทียบจากมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานของสหรัฐฯ ที่ให้ความสำคัญและตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด เมื่อพบอุปกรณ์ต้องสงสัยจะตรวจยึดและส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดตรวจสอบ ส่วนผู้โดยสารจะถูกกักตัวไว้ซักถามจนมั่นใจว่าไม่มีพฤติการณ์หรือความเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง หรือกลุ่มนอกกฎหมายจึงจะได้รับการปล่อยตัว ทั้งนี้ ไทยควรนำรูปแบบการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯมาปรับใช้กับมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานของไทย โดยเฉพาะการซักถามผู้ต้องสงสัยและการสืบสวนหาแหล่งที่มาของอุปกรณ์ เพื่อป้องกันและป้องปรามเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ดัดแปลงดังกล่าว ——————————————————————- องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน 22 กุมภาพันธ์ 2561

วิทยาการข้อมูล (Data Science) จะพัฒนากองทัพไทยได้อย่างไร

  อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตและวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การวิเคราะห์ธุรกิจและวิทยาการข้อมูล: Business Analytics and Data Science)คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลายสัปดาห์ก่อนคณาจารย์ด้านทางคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมศาสตร์แห่งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ โรงเรียนนายร้อย จปร. จำนวน 4 ท่านได้กรุณามานัดพบกับผมที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผมได้ไปช่วยสอนซึ่งอันที่จริงเป็นการไปแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้กับคณาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถสูงมากจำนวน 10 กว่าท่านที่เขาชะโงก จังหวัดนครนายก ผมมีความดีใจว่า คณาจารย์เหล่านี้มีความมุ่งหมายที่จะปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนนายร้อย จปร. ให้มีการเรียนการสอนด้านวิทยาการข้อมูล โดยเฉพาะการเรียนการสอนทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งเป็นสาขาวิชาเอก ทำให้ผมทราบว่า โรงเรียนนายร้อยมีสอนถึงแปดสาขาวิชาเอกคือ 1. วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 2. วิศวกรรมโยธา 3. วิศวกรรมแผนที่ 4. วิศวกรรมอุตสาหการ 5.วิศวกรรมเครื่องกล 6. สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา 7. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 8.…

เวียดนามตั้งกองกำลังทำสงครามไซเบอร์เพื่อปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาล

1. เวียดนามดำเนินมาตรการเชิงรุกขยายวงกว้างปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ซึ่งใช้อินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือเผยแพร่ทัศนคติและข้อมูลข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลในเชิงลบ โดยพลโท Nguyen Trong Nghia รองประธานกรมการเมืองใหญ่ กองทัพประชาชนเวียดนาม เปิดเผยเมื่อ 25 ธันวาคม 2560 ว่า เวียดนามมีหน่วยพิเศษ Force 47 เป็นหน่วยทำสงครามไซเบอร์ในการควบคุม/ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเมืองและสื่อมวลชนผ่านกิจกรรมออนไลน์ กองกำลังดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่จำนวนกว่า 10,000 คน ซึ่งมีทักษะ ความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยี และอุดมการณ์ที่ดีทางการเมืองเป็นกองกำลังหลักร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงภายใน ทำสงครามข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของเวียดนาม     2. การเปิดเผยหน่วยงานดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเวียดนามถึงความจริงจังของรัฐบาลในการควบคุมความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากในห้วงหลายเดือนที่ผ่านมา เวียดนามจับกุมและจำคุกกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย กลุ่มปกป้องสิทธินักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน บล็อกเกอร์ นักเขียน อดีตนายทหาร และชนกลุ่มน้อยทางศาสนา (ตามประมวลกฎหมายอาญา บทลงโทษในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาล จำคุกสูงถึง 20 ปี ขณะที่บทลงโทษกลุ่มบุคคลล้มล้างอำนาจรัฐสูงสุดคือ ประหารชีวิต) รวมถึงขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่จากต่างประเทศให้ช่วยสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวเมื่อกลางธันวาคม 2560 เช่น Facebook ถอดบัญชีผู้ใช้ซึ่งวิจารณ์ผู้นำรัฐบาลและเผยแพร่การโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐและพรรคคอมมิวนิสต์ ทั้งสิ้น 159 บัญชี ขณะที่ Google…

กรณี พนักงานของ NSA มีส่วนทำให้ข้อมูลระดับชาติชั้นลับที่สุดรั่วไหลไปยังรัสเซีย

credit :washingtontimes   เมื่อ 1 ธ.ค.60 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาแถลงว่า นาย Nghia Hoang Pho อดีตพนักงานของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (National Security Agency: NSA) มีความผิดฐานมีส่วนทำให้ข้อมูลระดับชาติชั้นลับที่สุดถูกขโมยโดยแฮกเกอร์รัสเซีย นาย Pho ได้เริ่มเข้าทำงานปี 2549 ในฐานะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในหน่วยงาน Tailor Access Operations (TAO) ของ NSA ทั้งนี้ เขาได้รับสารภาพว่าได้นำข้อมูลที่มีชั้นความลับและมีความสำคัญออกไปจากหน่วยงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านที่ติดตั้งซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส Kaspersky ซึ่งคาดว่าแฮกเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์ผ่านซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสนี้ เนื่องจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากฝ่ายข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) ว่าจากการเจาะระบบของบริษัท Kaspersky Lab พบไฟล์ที่ตรงกับข้อมูลของ NSA ทั้งนี้ นาย Pho อ้างว่านำข้อมูลกลับไปทำต่อที่บ้านและยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะประสงค์ร้าย อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เสนอให้ลงโทษจำคุก 8 ปี แม้ว่าข้อมูลที่รั่วไปอาจจะเกิดจากความประมาทเท่านั้น แต่ นาย Pho เป็นผู้ถือสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลความมั่นคงระดับชั้นลับที่สุด…

เวียดนามอวดปืนสไนเปอร์ OSV-96 ใหญ่บักเอ้กหนักอึ้งผลิตเองในประเทศ

รองประธานาธิบดีเวียดนาม นางดั่ง ถิ หง็อก ทิง (Đặng Thị Ngọc Thịnh) ไปเยี่ยมชมโรงงาน Z111 ของกระทรวงกลาโหม ใน จ.เหงะอาน (Nghệ An) เมื่อไม่นานมานี้ สื่อของทางการรายงานเรื่องนี้ ข้ามวันที่ผ่านมา ซึ่งได้เปิดเผยให้เห็น การผลิตไรเฟิลซุ่มยิงระยะไกลสายพันธุ์รัสเซีย เป็นครั้งแรก โรงงานเดียวกันนี้ยังเป็นแหล่งผลิต ไรเฟิลกาลิล (Galil) ภายใต้สิทธิบัตรจากอิสราเอลอีกด้วย. MGRออนไลน์ — เวียดนามเพิ่งจะเปิดเผยเป็นครั้งแรก ให้เห็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาดใหญ่ใหม่เอี่ยมรุ่นหนึ่ง ที่ผลิตเองในประเทศ ภายใต้สิทธิบัตรจากรัสเซีย และ ไรเฟิลรุ่นใหม่นี้ ได้กลายเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งของกองทัพ ในภารกิจต่อต้านการซุ่มยิงจากฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งการซุ่มยิงทำลายวัตถุ ยานพาหนะ แม้กระทั่งกำลังพลของฝ่ายศัตรู นับเป็นไรเฟิลยิงระยะไกลอเนกประสงค์ ที่มีอานุภาพน่าเกรงขามมากทีเดียว  สื่อของทางการเปิดเผยภาพถ่าย ปืน OSV-96 และ รายงานเรื่องนี้ ในโอกาสที่ นางดั่ง ถิ ง็อก ทิง ( Đặng Thị Ngọc…

จีนกระชับมาตรการต่อต้านการจารกรรมภายหลังมีผู้พยายามจารกรรมข้อมูลลับของกองทัพ

1. กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกระชับมาตรการต่อต้านการจารกรรม และเร่งสร้างความตระหนักรู้แก่กำลังพล ภายหลังเกิดเหตุผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงติดต่อขอข้อมูลลับจากหน่วยงานของกองทัพโดยจีนคาดว่าต่างชาติต้องการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงและปฏิรูปครั้งใหญ่ ขณะเดียวกันห้วงที่ผ่านมาจีนให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสร้างความตระหนักรู้กับประชาชนเรื่องภัยคุกคามจากการจารกรรมของต่างชาติ ผ่านการรณรงค์ตามช่องทางต่าง ๆ และการตั้งรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแส 2. หนังสือพิมพ์ Global Times ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานเมื่อ 20 ธ.ค.60 ว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกระชับมาตรการจารกรรมและส่งเสริมให้กำลังพลตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามจากการจารกรรม โดยเฉพาะที่กระทำผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม โดยเขตยุทธบริเวณเหนือ (Nothern Theater Command) ได้เริ่มอบรมหลักสูตรการรักษาข้อมูลลับและต่อต้านการจารกรรมแก่กำลังพล โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ห้ามไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ห้ามรับส่งจดหมายหรือพัสดุโดยใช้ที่อยู่หน่วยทหาร ห้ามเปิด GPS หรือเก็บข้อมูลสำคัญบนโทรศัพท์ เป็นต้น ขณะที่กองกำลังขีปนาวุธได้เริ่มใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยบนสมาร์ทโฟนแล้ว ตั้งแต่ พ.ค.60 ด้านนายหลี่ ต้ากวง อาจารย์มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนระบุว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนอยู่ระหว่างการปฏิรูปปรับโครงสร้าง ทำให้บางประเทศต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างดังกล่าว จึงจำเป็นต้องเร่งให้ความรู้กำลังพลเกี่ยวกับการต่อต้านการจารกรรม และกำลังพลต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด 3. ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว PLA Daily รายงานเมื่อ 19 ธ.ค.60 ว่า มีผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงติดต่อไปยังเขตยุทธบริเวณเหนือ ขอรับข้อมูลข่าวสารลับเกี่ยวกับรายละเอียดของหน่วยงานและความพร้อมในการสู้รบ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบก่อนว่าเป็นการหลอกลวง และเร่งสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในกองทัพมากยิ่งขึ้น ห้วงที่ผ่านมาจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงภัยคุกคามจากการจารกรรมของต่างชาติ…