แฮ็กเกอร์ใช้ช่องทางขอข้อมูลฉุกเฉิน หาข้อมูลผู้ใช้ Apple , Facebook , Discord , Snap

ภาพโดย B_A Bloomberg อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวระบุว่าปีที่ผ่านมากลุ่มแฮ็กเกอร์ Recursion Team พยายามหาข้อมูลเหยื่อผ่านทางแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ เช่น Apple , Facebook , Discord , และ Snap โดยอาศัยช่องทางการขอข้อมูลฉุกเฉินที่มีการตรวจสอบน้อยกว่า โดยปกติแล้วผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมักมีกฎเกณฑ์สำหรับการขอข้อมูลผู้ใช้ เช่น อีเมล , หมายเลขโทรศัพท์ , ไอพี , หรือข้อมูลการใช้งานอื่นๆ โดยต้องผ่านการตรวจสอบหลายชั้น ต้องขอหมายศาลที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะเดียวกันก็มักเปิดช่องทางขอข้อมูลฉุกเฉินในกรณีที่ต้องการข้อมูลเร่งด่วนโดยมีการตรวจสอบน้อยกว่า Recursion Team อาศัยการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ โดยการแฮ็กบัญชีอีเมลเจ้าหน้าที่เอง และส่งเอกสารพร้อมปลอมลายเซ็น ทำให้แพลตฟอร์มเชื่อและส่งข้อมูลให้ ตอนนี้บริษัทต่างๆ ยังไม่ยืนยันว่าส่งข้อมูลให้คนร้ายไปมากน้อยเพียงใด มีเพียง Discord ที่ระบุว่ารู้ตัวว่าถูกหลอกขอข้อมูล ได้สอบสวนเหตุการณ์และติดต่อหน่วยงานที่ถูกแฮ็กอีเมลแล้ว ที่มา – Bloomberg     ที่มา : blognone    /   วันที่เผยแพร่ 31 มี.ค.65 Link…

เบื้องหลัง LAPSUS$ เจาะบริษัท Okta มาทางเอาท์ซอร์ส เจอไฟล์ Excel เก็บรหัสผ่านในอินทราเน็ต

  จากเหตุการณ์แฮ็กเกอร์กลุ่ม LAPSUS$ เจาะเข้าระบบของบริษัท Okta ที่ให้บริการ CRM จนกระทบลูกค้าหลายราย   วันนี้มีเอกสารสอบสวนการเจาะระบบของ Okta หลุดออกมาทางนักวิจัยความปลอดภัยอิสระ Bill Demirkapi โดยเอกสารนี้เป็นของบริษัทความปลอดภัย Mandiant (เพิ่งขายให้กูเกิล) ที่ได้รับการว่าจ้างจาก Okta ให้มาตรวจสอบเหตุการณ์   เส้นทางการแฮ็กระบบเริ่มจากพนักงานของบริษัท Sitel ที่รับงานเอาท์ซอร์สด้านคอลล์เซ็นเตอร์และฝ่ายบริการลูกค้าให้ Okta อีกทอดหนึ่ง โดยแฮ็กเกอร์เข้าบัญชีของพนักงาน Sitel ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 และค่อยๆ ไล่เจาะตามลำดับชั้นมาเรื่อยๆ จนเข้าถึงระบบของ Okta ได้   สิ่งที่น่าสนใจในการเจาะระบบ Sitel คือ แฮ็กเกอร์พบไฟล์ Excel ชื่อ DomAdmins-LastPass.xlsx เก็บรหัสผ่านขององค์กรเก็บอยู่ในอินทราเน็ตของ Sitel จึงสามารถวาง backdoor ไว้ในระบบได้สำเร็จ   LAPSUS$ was able to create backdoor…

รัสเซีย ยูเครน : การโจมตีทางไซเบอร์ 3 รูปแบบของรัสเซียที่โลกตะวันตกหวั่นเกรงมากที่สุด

  ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เรียกร้องให้บริษัทเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ในสหรัฐฯ “ล็อกประตูดิจิทัล” ให้แน่นหนา โดยอ้างข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังวางแผนโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ   หน่วยงานรัฐทางด้านไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรก็สนับสนุนข้อเรียกร้องของทำเนียบขาวที่ให้ “เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์” แม้ว่าจะไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันว่ารัสเซียกำลังวางแผนจะโจมตีก็ตาม   ที่ผ่านมารัสเซียมักระบุถึงข้อกล่าวหาลักษณะนี้ว่าเกิดขึ้นจาก “ความเกลียดกลัวรัสเซีย”   อย่างไรก็ตาม รัสเซียถือเป็นมหาอำนาจทางไซเบอร์ที่มีทั้งเครื่องมือและแฮกเกอร์ที่มีความสามารถในการโจมตีทางไซเบอร์ที่จะสร้างความวุ่นวาย และอาจก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงได้   แม้ยูเครนจะยังไม่ประสบปัญหาร้ายแรงจากการโจมตีทางไซเบอร์ของรัสเซีย แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างหวั่นวิตกว่ารัสเซียอาจมุ่งเป้าไปเล่นงานชาติพันธมิตรของยูเครนแทน   เจน เอลลิส จากบริษัทด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ Rapid7 กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “คำเตือนของประธานาธิบดีไบเดน ดูเหมือนจะมีเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาติตะวันตกเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย การที่แฮกเกอร์ยังคงเข้าร่วมการต่อสู้ และการที่การทำสงครามในยูเครนดูเหมือนจะไม่คืบหน้าตามแผน”   บีบีซีรวบรวมการโจมตีทางไซเบอร์ 3 รูปแบบของรัสเซีย ที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญตะวันตกหวั่นเกรงมากที่สุด     BlackEnergy – มุ่งเป้าโจมตีระบบสาธารณูปโภคสำคัญ ยูเครนมักถูกเปรียบเป็น “สนามเด็กเล่น” ของแฮกเกอร์รัสเซีย ซึ่งมักก่อเหตุโจมตีเพื่อทดสอบเทคนิคหรือเครื่องมือต่าง ๆ   เมื่อปี 2015 ระบบเครือข่ายการจ่ายไฟฟ้าของยูเครนประสบภาวะชะงักงันหลังมีการโจมตีทางไซเบอร์โดยใช้มัลแวร์ที่เรียกว่า BlackEnergy ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าราว…

iOS ก็โดนด้วย พบการโจมตีใหม่ CryptoRom ใช้ช่องโหว่ทดสอบแอป

  บริษัทซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย Sophos ออกรายงานแคมเปญการหลอกลวงที่มีชื่อว่า CryptoRom ใช้ iOS TestFlight ในทางที่ผิดเพื่อหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งมัลแวร์   CryptoRom ถูกใช้ครั้งแรกในเอเชีย แต่ได้โจมตีเหยื่อในสหรัฐอเมริกาและยุโรปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และคาดว่าจนถึงตอนนี้ น่าจะมีผู้เสียมูลค่ารวมมากกว่าหลายล้านเหรียญ   ตามข้อมูลที่ Sophos ระบุไว้ TestFlight ของ iOS มีไว้สำหรับใช้ทดสอบแอปเวอร์ชั่นเบต้าก่อนจะส่งไปขึ้นบน Appstore แต่แฮกเกอร์ได้ใส่มัลแวร์เข้าไปกับแอปที่แสร้งพัฒนาขึ้นแล้วส่งให้กับกลุ่มคนที่มีสิทธิ์ได้ทดลองแอปเวอร์ชั่นเบต้า โดยอาจมีสูงสุดถึง 1 หมื่นคน   ซึ่งการทดสอบแอปเนี่ยแหละ ทำให้ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยบน Appstore ซึ่งก็เข้าทางแฮกเกอร์เลย   ในขณะที่บริษัท Sophos กำลังตรวจสอบ ก็ดันไปพบเข้ากับ IP ที่เกี่ยวข้องกับ CryptoRom ซึ่งพบว่ามีการทำ App Store เลียนแบบขึ้นมาลักษณะที่มีเทมเพลจที่คล้ายกัน แต่มีชื่อแอปและไอคอนต่างกัน รวมถึงยังมีแอปเลียนแบบและใช้โลโก้ที่คล้ายกับแอปจริง ซึ่งเดาว่าน่าจะถูกใช้เพื่อหลอกนักทดสอบแอปครับ   ทั้งนี้ ผู้ใช้ iOS ที่ไม่ได้ใช้งานแอปรุ่นเบต้าก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะช่องโหว่นี้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักทดสอบแอปที่ใช้รุ่นเบต้า…

Microsoft ยอมรับ แฮ็กเกอร์ Lapsus$ ขโมยซอร์สโค้ดบางส่วนจริง ยืนยันไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ

  กลุ่มแฮ็กเกอร์ Lapsus$ ซึ่งระยะหลังเริ่มมีการลงมืออย่างต่อเนื่อง โดยได้เข้าไปโจมตี ซัมซุง, อินวิเดีย, ยูบิซอฟต์ ล่าสุดไมโครซอฟท์ ยอมรับว่าพวกเขาเป็นเหยื่อรายล่าสุดของแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้จริง   Lapsus$ กลุ่มแฮ็กเกอร์หน้าใหม่ ซึ่งกำลังเร่งสร้างชื่อเสียงในขณะนี้ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อ 1-2 วันก่อนว่า พวกเขาได้เข้าถึงข้อมูลภายในของไมโครซอฟท์ โดยข้อมูลที่พวกเขาได้ไปนั้น เป็นซอร์สโค้ดของบิง (Bing) และคอร์ทานา (Cortana) มีขนาดไฟล์ทั้งสิ้น 37GB   วันอังคารตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกมายอมรับว่า แฮ็กเกอร์ได้ขโมยซอร์สโค้ดบางส่วนไปจริง ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้ติดตามกลุ่ม Lapsus$ มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อดูวิธีการทำงาน ไปจนถึงการโจมตีของกลุ่มดังกล่าว   ไมโครซอฟท์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลที่รั่วไหลไปนั้นไม่ได้เป็นข้อมูลที่รุนแรง หรือน่าเป็นห่วงที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อบริษัท อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลสำคัญของลูกค้าใดๆ หลุดออกไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำการปิดช่องทางต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว   ช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่า Lapsus$ เริ่มถูกพูดถึงบนหน้าข่าวเทคโนโลยีมากขึ้น จากการที่พวกเขาทำผลงานด้วยการแฮ็กระบบของอินวิเดีย (Nvidia), ซัมซุง…

รู้ทัน BitB การโจมตีรูปแบบใหม่ แฝงมากับป๊อปอัพ บนเบราว์เซอร์

    นับวัน ปัญหาด้านความปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้คนที่ระวังตัวเป็นอย่างดีก็อาจพลาดพลั้งกับการโจมตีรูปแบบใหม่ที่แฮกเกอร์พยายามจะ “สรรหา” มาโจมตีเรา   ไม่นานมานี้นักวิจัยเพิ่งค้นพบกับการโจมตีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า BitB ย่อมาจาก browser-in-the-browser (BitB) attack โดยเราจะเห็นหน้าต่างป๊อปอัพเบราว์เซอร์ปลอมที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อหลอกล่อให้เราคิดว่ามันเป็นหน้าเข้าสู่ระบบที่เราต้องการและก็คิดว่าเป็นไซต์ที่ถูกต้องด้วย ซึ่งมันจะทำอย่างเนียนมาก ๆ แม้กระทั่ง URL จนเราแทบแยกไม่ออก   การโจมตีนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหากเราใช้โปรโตคอลความปลอดภัยที่ให้การรับรองความถูกต้องของ Google, Microsoft หรือ Apple ผ่านป๊อปอัป ซึ่งแฮกเกอร์จะปลอมป๊อปอัปดังกล่าวขึ้นมาและหลอกให้เราให้ข้อมูลในนั้น   เทมเพลตที่ใช้ในการโจมตีด้วย BitB สามารถสร้างหน้าต่าง Chrome ที่ดูเหมือนการเข้าสู่ระบบปกติได้โดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึง URL ด้วย และนั่นเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากของแฮกเกอร์ ซึ่ง BitB มีแนวโน้มที่จะทำให้ฟิชชิงง่ายเกินไปสำหรับคนที่ต้องการทำ พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญก็สามารถใช้วิธีการโจมตีนี้ได้   จะป้องกันได้ยังไง ? นักวิจัยแนะนำว่า เราสามารถใช้โปรแกรมจดจำรหัสผ่านอย่าง Lastpass ซึ่งจะมีฟีเจอร์ใส่รหัสให้เราอัตโนมัติหากเราเข้าเว็บเดิมหรือหรือไซต์เดิมที่ใช้ในการยืนยันตัวตน แต่หากไม่ใช่ ฟีเจอร์ดังกล่าวจะไม่ทำงาน…