เตือนมัลแวร์ Triton พุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ สร้างอันตรายถึงชีวิต

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก FireEye ผู้ให้บริการโซลูชัน Threat Intelligence ชื่อดังออกมาแจ้งเตือนถึงมัลแวร์ตัวใหม่ ชื่อว่า Triton ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับโจมตีระบบควบคุมโรงงาน (Industrial Control System: ICS) โดยเฉพาะ เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุซึ่งไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ ชี้อาจมีบางประเทศอยู่เบื้องหลัง   Triton หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Trisis เป็นมัลแวร์ ICS ที่ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตี Triconex Safety Instrumented System (SIS) Controllers ที่ผลิตโดยบริษัท Schneider Electric โดยเฉพาะ ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นระบบควบคุมสำหรับเฝ้าระวังประสิทธิภาพการทำงานของระบบ Critical Infrastructure และตอบสนองโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ที่อาจมีอันตรายต่อชีวิต FireEye ระบุว่า มัลแวร์ Triton นี้อาจเป็นการโจมตีที่มีหน่วยงานรัฐของประเทศอยู่เบื้องหลัง (State-sponsored Attack) มีเป้าหมายหลักที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งมัลแวร์ดังกล่าวเกิดจากการ Reverse Engineering โปรโตคอล TriStation ซึ่งเป็นโปรโตคอลเฉพาะทางสำหรับผลิตภัณฑ์เชิงวิศวกรรมและการบำรุงรักษาของ Triconex SIS แล้วนำมาใช้โจมตีระบบ ICS…

สิงคโปร์ชวนแฮกเกอร์เจาะระบบ

กลาโหมสิงค์โปร์เชิญแฮกเกอร์ 300 รายเจาะระบบรัฐบาล ทดสอบช่องโหว่ความมั่นคง สเตรทไทมส์รายงานว่า – กระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ จะเชิญชวนแฮกเกอร์จากทั่วโลกรวมทั้งในประเทศราว 300 คน เข้าร่วมกันเจาะระบบอินเตอร์เน็ตของรัฐบาลจำนวน 8 เว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ปีหน้าเพื่อทดสอบระบบเว็บไซต์ของรัฐบาลว่ามีช่องโหว่จนสามารถเข้ามาล้วงข้อมูลของรัฐบาลได้หรือไม่โดยหากสามารถแฮกได้สำเร็จกระทรวงจะมอบเงินราว 150 – 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับความสามารถและความยากง่ายในการเจาะระบบ โครงการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมพบว่า แฮกเกอร์ได้เจาะข้อมูลขโมยหมายเลขโทรศัพท์และวันเกิดของบุคลากรในรัฐบาลจำนวน 854 ราย โดยนับเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลสิงคโปร์ระดมสมองแฮกเกอร์เพื่อป้องกันรูรั่วของระบบอินเตอร์เน็ตรัฐบาล ที่มา :โพสต์ทูเดย์ ลิงค์ : https://m.posttoday.com/world/news/530314?refer=http%3A%2F%2Fm.facebook.com

พบข้อมูลรหัสผ่านกว่า 1,400 ล้านรายชื่อพร้อมให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บใต้ดิน

ทีมนักวิจัยจาก 4iQ บริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัย ออกมาเปิดเผยถึงฐานข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในรูปของ Plain-text ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมแล้วกว่า 1,400 ล้านรายการ เปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Dark Web หรือเว็บใต้ดินรวมไปถึง Torrent   ฐานข้อมูลดังกล่าวถูกค้นพบบนฟอรัมเว็บบอร์ดใต้ดินเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นฐานข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในรูปของ Plain-text ที่รวบรวมมาจากเหตุการณ์ Data Breach ในอดีตจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2017 จำนวนมากกว่า 252 ครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรั่วออกสู่สาธารณะ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นฐานข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งประกอบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และอีเมล รวมแล้วประมาณ 1,400 ล้านรายการ และมีขนาดไฟล์ใหญ่ถึง 41 GB ฐานข้อมูลกว่า 1,400 ล้านรายการนี้ ประกอบด้วยบัญชีผู้ใช้ที่หลุดมาจาก Bitcoin, Pastebin, LinkedIn, MySpace, Netflix, YouPorn, Last.FM, Zoosk, Badoo, RedBox รวมไปถึงเกมอย่าง Minecraft…

ข้อมูลลับสุดยอดของกองทัพสหรัฐและ NSA หลุดจาก Amazon S3

UpGuard บริษัทที่ให้บริการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยได้พบเซิร์ฟเวอร์ S3 อีกตัวหนึ่งที่เป็นของหน่วยงานข่าวกรอง (INSCOM) ภายใต้ความดูแลของ NSA และกองทัพสหรัฐ สืบเนื่องจากเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ UpGuard ได้พบข้อมูลรั่วไหลใน Amazon S3 ของ DOD ไปแล้วซึ่งมีข้อมูล Social Media จากคนทั่วโลกกว่า 1.8 พันล้านโพสต์  นักวิจัยพบ VM ที่มีข้อมูลลับสุดยอด นักวิจัยกล่าวว่าพบไฟล์เสมือนของเครื่อง Linux พร้อมกับ Virtual Hard drive (ที่เก็บข้อมูลของเครื่อง) แม้ว่าจะไม่สามารถนำบูตเครื่องขึ้นมาหรือเข้าถึงไฟล์ใน Virtual Hard drive ได้เนื่องจากมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของกลาโหม (DOD) ที่ให้เข้าถึงเครื่องได้จากเครือข่ายภายในเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัยสามารถค้นหาเนื้อหาของไฟล์ใน SSD image ที่เก็บข้อมูลสำคัญซึ่งบางไฟล์ที่ถูกจัดอยู่ในประเภทลับสุดยอดและความมั่นคงปลอดภัยของบุคคลต่างชาติ ไฟล์ที่หลุดออกมามีร่องรอยของแพลตฟอร์ม Red Disk ในโฟลเดอร์ของ VM ดังกล่าวได้ชี้ไปถึงระบบที่เป็นส่วนหนึ่งของ Red Disk หรือแพลต์ฟอร์มการประมวลผลของ Cloud ที่ถูกใช้ในระบบกระจายข่าวกรองภาคพื้นของกองทัพ (DGCS-A) โดยกระทรวงกลาโหม ซึ่งตอนแรก Red Disk ถูกคาดหวังว่าจะใช้เป็นศูนย์รวมข้อมูลของหน่วยข่าวกรองเพื่อให้กองทัพสหรัฐได้ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันท่วงทีตามสิทธิ์ของผู้ใช้งาน โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า…

โจมตีตู้เอทีเอ็ม ช่องทำเงินของมัลแวร์

เทรนด์ไมโคร รายงานภาพรวมการโจมตีตู้เอทีเอ็ม ช่องทางทำเงินของมัลแวร์ทั่วโลก ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แนะวิธีลดความเสี่ยงทั้งธนาคารลูกค้าผู้ใช้งาน นายเอ็ด คาบรีรา  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์  บริษัท เทรนด์ ไมโคร  ได้เผยแพร่บทความระบุว่า   เทรนด์ ไมโคร และศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์แห่งยุโรป (European Cybercrime Center – EC3) ของ ยูโรโพล (Europol) ได้รายงานเกี่ยวกับภาพรวมของมัลแวร์เอทีเอ็มให้กับสาธารณชนได้รับทราบ  โดยรวบรวมข้อมูลจากรายงานของปี 2559 ที่มีการเผยแพร่ในรูปแบบส่วนตัวไปยังสถาบันการเงินและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก รายงานนี้ครอบคลุมข้อมูลทุกด้านของมัลแวร์ที่ตั้งเป้าโจมตีเครื่องเอทีเอ็ม รวมถึงผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังการโจมตี ปัจจุบันเครื่องเอทีเอ็มพร้อมให้บริการสำหรับการโอนเงินระหว่างบุคคล (P2P) โดยมีความโดดเด่นในเรื่องของความพร้อมบริการเงินสด มีต้นทุนการทำธุรกรรมที่ต่ำลง รองรับสกุลเงินต่างๆ และสามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่า Crypto Currency ได้ และรายงานข้อมูลที่ได้จากระบบ Coin ATM Radar พบว่า ปัจจุบันมีเครื่องเอทีเอ็มสำหรับบิตคอยน์แล้วเป็นจำนวนเกือบ 1,600 เครื่องทั่วโลก ทั้งนี้ ในอนาคตจะเห็นการทำธุรกรรมเงินสดแบบไม่ต้องใช้บัตร แต่ดำเนินการผ่านโทรศัพท์มือถือที่ใช้เทคโนโลยี Near Field Communication (NFC), Bluetooth และ…

WikiLeaks แฉ Source Code เครื่องมือสอดแนมของ CIA

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา WikiLeaks ได้เปิดเผยถึงเครื่องมือชุดใหม่ของ CIA รวมไปถึง Source Code ของเครื่องมือที่เรียกว่า Hive ที่สามารถใช้เพื่อควบคุมมัลแวร์ที่ถูกติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ก่อนหน้านี้ WikiLeaks ได้เคยปล่อยเอกสารที่เป็นของเครื่องมือเหล่านี้ เมื่อเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาแสดง Source Code ของชุดเครื่องมือสอดแนมที่ CIA ครอบครองอยู่ Julian Assange ผู้ก่อตั้ง WikiLeaks ได้พูดว่านี่คือซีรี่ย์ใหม่ของเรื่องราวที่เรียกว่า ‘Vault 8’ (เป็นการตั้งชื่อเรื่องราวที่อ้างถึงขึ้นมาเอง) โดย Hive เป็นเพียงแค่ปฐมบทของการเปิดฉากในตอนนี้เท่านั้นและได้รวมรวบ Source Code ของเครื่องมือที่เคยอ้างถึงใน Vault 7  “การเปิดเผยต่อสาธารณชนครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักข่าวสายสืบสวน ผู้เขี่ยวชาญด้าน Forensic และสาธาราณชนทั่วไป เพื่อเป็นข้อพิสูจน์และเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบโครงสร้างของ CIA ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังอ้างถึง Hive ว่าได้แก้ปัญหาสำคัญในการทำงานของมัลแวร์ที่ CIA ในเรื่องของมัลแวร์ที่ถูกฝังในเครื่องเหยื่อว่าถ้าหากไม่สามารถติดต่อกับส่วนควบคุมได้อย่างมั่งคงปลอดภัย มันก็ไร้ประโยชน์แม้ว่ามัลแวร์ตัวนั้นจะมีความซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม” –WikiLeaks กล่าวในเว็บของตน เมื่อเดือนมีนาคม WikiLeaks ได้รับเอกสารและเครื่องมือเจาะระบบที่ถูกขโมยมาจาก CIA แต่ว่าพวกเขายังไม่เปิดเผยถึง Code เนื่องจากอาจเผยให้เห็นช่องโหว่หรือ Bug ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข…