แฮกมาแฮกกลับ เหยื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Muhstik แฮกเซิร์ฟเวอร์ของผู้พัฒนามัลแวร์ ปล่อยกุญแจกู้คืนไฟล์ให้ใช้งานได้ฟรี

Muhstik เป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) ที่มีการแพร่ระบาดมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2562 ช่องทางการโจมตีจะอาศัยการ brute force รหัสผ่านร่วมกับช่องโหว่การตั้งค่า SQL และ phpMyAdmin ในอุปกรณ์ QNAP NAS โดยหลังจากที่มัลแวร์ได้สิทธิ์เข้าถึงตัวอุปกรณ์แล้วจะเข้ารหัสลับข้อมูลข้างใน จากนั้นจะเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เป็น “.muhstik” และส่งข้อมูลสำหรับใช้สร้างกุญแจถอดรหัสลับกู้คืนไฟล์ไปที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ของผู้พัฒนามัลแวร์ หนึ่งในผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์เรียกค่าไถ่สายพันธุ์นี้คือนาย Tobias Frömel ซึ่งเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยหลังจากที่เขาได้จ่ายเงินค่าไถ่เพื่อกู้ไฟล์กลับคืนมาแล้ว (0.09 บิตคอยน์หรือประมาณ 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ) เขาได้วิเคราะห์ตัวมัลแวร์ดังกล่าวเพื่อศึกษาช่องทางการแพร่กระจายและหาข้อมูลการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ควบคุมมัลแวร์ โดยหลังจากที่พบข้อมูล เขาได้ตัดสินใจเจาะระบบเว็บไซต์ดังกล่าวและพบว่าข้างในมีไฟล์ที่สามารถใช้สร้างกุญแจสำหรับถอดรหัสลับข้อมูลได้ นอกจากนี้เขายังพบฐานข้อมูลที่มีกุญแจของเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อถึง 2,858 เครื่องด้วย หลังจากที่ได้ข้อมูลดังกล่าว เขาได้แชร์กุญแจสำหรับถอดรหัสลับข้อมูลในเว็บบอร์ดที่ให้คำปรึกษากับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ โดยได้รับการยืนยันจากเหยื่อคนอื่นๆ ว่ากุญแจเหล่านี้สามารถใช้งานได้จริง ในเวลาต่อมาบริษัท Emsisoft ได้พัฒนาเครื่องมือสำหรับใช้ถอดรหัสลับกู้คืนข้อมูลได้แล้ว โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมัลแวร์เรียกค่าไถ่ Muhstik สามารถดาวน์โหลดได้จาก https://www.emsisoft.com/ransomware-decryption-tools/muhstik —————————————- ที่มา : Thaicert / 8 ตุลาคม 2562 Link : https://www.thaicert.or.th/newsbite/2019-10-08-01.html?fbclid=IwAR0APgXxoZVN2iefbJCIKeU9AsKWTfVgrXLKbnI-gp5JXthSCiDafCAJYGc#2019-10-08-01

‘ไมโครซอฟท์’ เผยแฮคเกอร์อิหร่านลอบเจาะล้วงข้อมูลคณะหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐฯ

FILE – A man is silhouetted as he walks in front of a Microsoft logo at an event in New Delhi, India, Nov. 7, 2017. Microsoft says it’s uncovered new Russian hacking attempts targeting U.S. political groups ahead of midterm elections in November. บริษัทคอมพิวเตอร์ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดเผยว่า นักลอบเจาะล้วงข้อมูล หรือ แฮคเกอร์ ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน ได้ลักลอบเจาะล้วงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของคณะหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไมโครซอฟท์ระบุในวันศุกร์ว่า แฮคเกอร์ได้พยายามเจาะเข้าไปในบัญชีอีเมล์ 241…

แฉ แฮกเกอร์จีนเจาะโครงข่ายโทรคมนาคมตามรอย “อุยกูร์” ในเอเชีย รวมทั้ง “ไทย”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แฮกเกอร์ซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลจีน ได้เจาะเข้าไปในโครงข่ายโทรคมนาคมในหลายประเทศในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อติดตามชาวอุยกูร์ โดยเป็นการอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง 2 คน และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงอีก 2 คน ซึ่งทำหน้าที่ในการสอบสวนเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าว แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การแฮก หรือการเจาะระบบที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจารกรรมบนโลกไซเบอร์ ที่มีเป้าหมายเป็นบุคคลระดับสูง เช่น เจ้าหน้าที่ทูตและเจ้าหน้าที่ทหารต่างประเทศ แต่จีนจะพุ่งเป้าลำดับต้นๆไปกับการตามรอยการเคลื่อนไหวของชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยในจีน ที่รัฐบาลปักกิ่งเชื่อว่าเป็นภัยคุกคามต่อจีน ทั้งนี้ จีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียง และมีชาวอุยกูร์จำนวนมากที่สุดคุมขังอยู่ในสถานที่ที่จีนเรียกว่าเป็นศูนย์ฝึกวิชาชีพ รอยเตอร์ระบุว่า ปฏิบัติการเจาะข้อมูลดังกล่าว เกิดขึ้นโดยแฮกเกอร์ชาวจีนหลายกลุ่ม ที่เจาะเข้าไปในระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในหลายประเทศ ซึ่งรวมทั้งตุรกี คาซักสถาน อินเดีย มาเลเซีย และไทย โดยประเทศเหล่านี้มักจะถูกใช้เป็นจุดแวะของชาวอุยกูร์ในการเดินทางระหว่างซินเจียงกับตุรกี ซึ่งนักเคลื่อนไหวระบุว่า เป็นความพยายามที่จะหลบหนีการถูกดำเนินคดี ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งระบุว่า กลุ่มชาวอุยกูร์ที่เดินทางพวกนี้ เป็นพวกที่จะเดินทางไปร่วมต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธในอิรักและซีเรีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนเองยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีบนโลกไซเบอร์หรือการกระทำทารุณต่อชาวอุยกูร์ ขณะที่รอยเตอร์เองไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ถูกโจมตีคือใคร ขณะที่ทางการในอินเดียและไทยต่างปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าว ——————————————————- ที่มา : มติชน / 17 กันยายน 2562 Link : https://www.matichon.co.th/foreign/news_1674331

3 ภัยคุกคามที่ควรจับตามองสำหรับ Healthcare พร้อมวิธีรับมือ

อุตสาหกรรม Healthcare ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอาชญากรไซเบอร์ เนื่องจากระบบ IT เข้ามามีบทบาทและผูกติดกับชีวิตผู้ป่วยมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้ว หน่วยงานด้านสาธารณสุขต้องจ่ายสูงถึง $1,400,000 ในการฟื้นฟูระบบจากเหตุการณ์ Security Breach ในแต่ละครั้ง เพื่อให้ Healthcare สามารถรู้เท่าทันอาชญากรไซเบอร์ในปัจจุบัน Fortinet ได้ออกรายงาน Threat Landscape Report ซึ่งเก็บข้อมูลการโจมตีตลอดช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 ซึ่งสามารถสรุปภัยคุกคามที่ควรจับตามองและวิธีรับมือได้ ดังนี้ 1. Living of the Land เป็นรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยในไตรมาสที่ 1 โดยแฮ็กเกอร์จะเจาะช่องโหว่ของเครื่องมือที่ติดตั้งบนระบบมาตั้งแต่แรก เช่น PowerShell เพื่อใช้เป็นฐานโจมตี, โหลด Ransomware หรือลอบส่ง Malicious Payload วิธีนี้ทำให้ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั่วไปตรวจจับไม่ได้เพราะ Malicious Code จะแฝงอยู่ใน Process ปกติ แนะนำให้ผู้ดูแลระบบหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ โดยเฉพาะ IoT ว่ามีการอัปเดตแพตช์ด้านความมั่นคงปลอดภัยล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือต่างๆ ที่ติดตั้งบนระบบมาตั้งแต่แรกจะไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีตัวเอง 2. Targeted…

นายกเทศมนตรีทั่วประเทศในอเมริกา ร่วมลงนามไม่จ่ายค่าไถ่ให้กับแฮกเกอร์

นายกเทศมนตรีกว่า 225 รายทั่วสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนให้มีการลงมติเพื่อไม่จ่ายค่าไถ่ให้กับแฮกเกอร์ เพราะเป็นสาเหตุให้ปัญหานี้ไม่มีทางหมด โดยมตินี้มาจากการประชุมประจำปีของนายกเทศมนตรีสหรัฐที่จัดขึ้นที่โฮโนลูลูตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม ตามคำแถลง จะต้องมีอย่างน้อย 170 เขตเมืองหรือระบบของรัฐได้รับการกำหนดเป้าหมายป้องกันการโจมตี ransomware ตั้งแต่ปี 2013 โดยการโจมตีเหล่านี้ใช้โปรแกรมมัลแวร์ที่ทำให้ระบบไม่สามารถใช้งานได้ และแฮกเกอร์มักจะเรียกร้องการชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ (ส่วนใหญ่จะเป็นบิทคอยน์) เพื่อแลกกับการใช้งานระบบเหมือนเดิม ในอีกมุมหนึ่ง มตินี้เกิดขึ้นจากมืองในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งถูกโจมตีโดย ransomware การโจมตีในปีนี้รวมถึง Lake City, Florida ซึ่งแต่ละครั้ง แฮกเกอร์จะให้จ่ายเงินจำนวน 43 bitcoins เพื่อแลกกับการเข้าถึงระบบโทรศัพท์และอีเมลได้อีกครั้ง นอจากนั้นยังมีการโจมตีระดับสูงอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ โดยเกิดขึ้นในบัลติมอร์ในเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นการปิดระบบเมืองสำคัญผ่านอีเมลฟิชชิง แฮ็กเกอร์เรียกร้องให้หน่วยงานจ่ายเงินจำนวน 13 bitcoins (ประมาณ $ 76,280 ในเวลานั้นและตอนนี้ประมาณที่ $ 151,599) แต่ Sheryl Goldstein ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของนายกเทศมนตรีได้รับคำแนะนำจาก FBI ให้ไม่จ่ายค่าไถ่เพราะ ถ้าจ่ายครั้งนี้ เราก็ยิ่งต้องจ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ  โดยประมาณว่าการโจมตีมีค่าใช้จ่ายในเมืองอย่างน้อย 18…

บริษัทคู่สัญญาหน่วยข่าวกรองรัสเซียถูกแฮ็กฉกข้อมูลลับเปิดเผยสู่สาธารณะ

มีรายงานการเปิดเผยถึงเหตุการณ์บริษัทคู่สัญญาของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ที่ชื่อ ‘SyTech’ ได้ถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์มือดีนามแฝงว่า ov1ru$ เจาะเข้าไปขโมยข้อมูลสำคัญไปได้ว่า 7.5TB ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของโครงการลับหลายโปรเจ็คสู่สาธารณะ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมาโดยฝีมือของกลุ่ม ov1ru$ ซึ่งได้เจาะเข้าไปถึงเซิร์ฟเวอร์ AD ของ SyTech ทำให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายทั้งหมดได้และขโมยข้อมูลไปได้กว่า 7.5 TB นอกจากนี้แฮ็กเกอร์ยังได้เปลี่ยนรูปเว็บไซต์บริษัทด้วย ‘Yoba face’ ซึ่งฮิตกันในหมู่ผู้ใช้งานรัสเซียออกแนวเกรียน (Trolling) อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นยังได้แชร์ข้อมูลที่ขโมยมาให้กับแฮ็กเกอร์อีกกลุ่มหนึ่งที่ชื่อ Digital Revolution ซึ่งเป็นกลุ่มเบื้องหลังอีกเหตุการณ์แฮ็กบริษัทคู่สัญญา FSB ที่ชื่อ Quantum ในปีก่อน ถัดมาวันที่ 18 ก.ค กลุ่ม Digital Revolution จึงได้เปิดเผยข้อมูลให้แก่นักข่าวรัสเซียออกสู่สาธารณะ โดยโครงการของ SyTech ที่ถูกเปิดเผยออกมามีดังนี้ Nautilus – โปรเจ็คการเก็บสะสมข้อมูลของผู้ใช้งาน Social Media เช่น Facebook, Myspace และ LinkedIn Nautilus-S –…