เปิดปมบริษัทใหญ่ถูกแฮ็ก หลังพลาดไปจ้างงานอาชญากรไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ

  บริษัทใหญ่ของชาติตะวันตกแห่งหนึ่ง ถูกแฮ็กเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์เพื่อขโมยข้อมูลและเรียกเงินค่าไถ่ หลังพลาดไปจ้างงานอาชญากรไซเบอร์คนหนึ่งจากเกาหลีเหนือเข้าโดยบังเอิญ   บริษัทที่ตกเป็นเหยื่อดังกล่าวไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ แต่ได้ระบุว่ามีการจ้างช่างเทคนิค เพื่อดูแลระบบเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารหรือไอทีของบริษัทตน โดยเป็นการทำงานจากระยะไกลทางออนไลน์   บริษัทแห่งนี้ตัดสินใจจ้างพนักงานไอทีคนดังกล่าว หลังได้รับประวัติการทำงานและรายละเอียดส่วนบุคคลที่ปลอมแปลงขึ้น และในทันทีที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้ แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือผู้นี้ก็เริ่มดาวน์โหลดข้อมูลที่เป็นความลับและมีความอ่อนไหวสูง ก่อนจะส่งข้อความเรียกค่าไถ่เป็นเงินสูงลิ่ว   เหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งล่าสุดที่มีการเปิดเผยว่า พนักงานในบริษัทของชาติตะวันตกซึ่งทำงานจากระยะไกลทางออนไลน์หลายคน ที่แท้เป็นชาวเกาหลีเหนือ โดยก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง   มีรายงานว่าบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือรายล่าสุด อาจมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร หรือออสเตรเลีย โดยบริษัทแห่งนี้ได้ยินยอมเปิดเผยเรื่องดังกล่าว ผ่านผู้ตรวจสอบเฝ้าระวังภัยทางไซเบอร์ของบริษัท Secureworks เพื่อเตือนภัยและสร้างความตระหนักต่อปัญหาดังกล่าวแก่สังคมในวงกว้าง   ด้านผู้แทนของ Secureworks เปิดเผยว่า แฮ็กเกอร์ที่แฝงตัวเข้ามาเป็นพนักงานไอทีของบริษัทดังกล่าว ได้รับการจ้างงานเมื่อช่วงฤดูร้อนหรือประมาณเดือนก.ค. ถึง ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการทำสัญญาจ้างชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่ง แต่พนักงานผู้นี้กลับใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับทำงานระยะไกลของบริษัท ล็อกอินเข้าสู่เครือข่ายภายในและลักลอบดาวน์โหลดข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงไปเป็นจำนวนมาก ในทันทีที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว   พนักงานผู้นี้ได้ปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนตามปกติอยู่นานราว 4 เดือน ซึ่งนักวิจัยคาดว่าเงินจำนวนนี้อาจถูกส่งกลับไปยังเกาหลีเหนือผ่านกระบวนการฟอกเงินที่ซับซ้อน เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก   ต่อมาทางบริษัทได้ปลดพนักงานคนนี้ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำงานไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่หลังจากนั้นทางบริษัทก็ได้รับอีเมลข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่ โดยข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานคนดังกล่าวส่งมา มีข้อมูลที่ถูกขโมยไปบางส่วน และข้อความเรียกร้องให้จ่ายเงินค่าไถ่ก้อนโตในรูปของเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี จำนวน…

เกาหลีใต้คุมเข้มป้องกันเทคโนโลยีรั่วไหล เล็งเพิ่มบทลงโทษหนักขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ (17 ต.ค.) ว่า เกาหลีใต้เตรียมใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ความลับทางธุรกิจรั่วไหลไปยังต่างประเทศ ในขณะที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังดุเดือดมากขึ้น

จีน จ่อสั่งแบนชิป Intel ชี้ไม่ปลอดภัย คุณภาพต่ำ เรียกร้องให้ตรวจสอบด่วน

สมาคมความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีน (CSAC) เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ Intel ที่จำหน่ายในประเทศจีน โดยอ้างว่าผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯรายนี้ “สร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง” ต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ

อินโดนีเซียและไทยขยายความร่วมมือด้านกลาโหม โดยมุ่งเน้นไปที่ด้านอวกาศ ไซเบอร์ และการฝึกซ้อมร่วมกัน

กองทัพอากาศอินโดนีเซียและไทยกำลังเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันทางอวกาศและไซเบอร์ การฝึกซ้อมร่วม และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ในระหว่างการเยือนประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ท. โทนี ฮาร์โจโน เสนาธิการกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ได้ประชุมกับ พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศของไทยและอินโดนีเซีย

เทียบมาตรการรัฐ VS เอกชน บล็อกมิจฉาชีพยุค AI กับคำถาม ทำไมมิจฉาชีพไม่หมดไป

การส่ง SMS คือช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ AI ในการหลอกลวงประชาชนให้กดลิงก์ เป็นอันดับ 1 ควบคู่กับการใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือหลอกลวง โดยส่วนใหญ่มิจฉาชีพต้องการขโมยข้อมูลมากที่สุด โดย 53% เหยื่อมักสูญเงินให้มิจฉาชีพภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง

จีนปัดเจรจาไต้หวัน-ขึ้นบัญชีดำ สส.ไต้หวันที่สนับสนุนการเป็นเอกราช

การซ้อมรบครั้งใหญ่ของกองทัพภาคตะวันออกของจีนในบริเวณโดยรอบของไต้หวันในวันนี้ (14 ต.ค.) ทำให้กองทัพไต้หวันยกระดับการเฝ้าระวัง พร้อมระบุว่า การที่ จีนซ้อมรบโดยรอบเกาะไต้หวันว่า เป็นการยั่วยุทางทหารอย่างไร้เหตุผล แต่สถานการณ์โดยทั่วไปเช่น ระบบจราจราทางอากาศและทางเรือของไต้หวันดำเนินการได้ตามปกติ ไม่มีผลกระทบ ขณะที่สหรัฐฯ พันธมิตรของไต้หวันเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด