เมื่อ Smart Phone คือ ปัญหาของสิทธิพลเมืองที่ต้องระวัง…

ในโลกที่ทุกสิ่งทันสมัยมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และอุปกรณ์ต่าง ๆ อาทิ Smart Phone กลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่ในความสะดวกกับมาพร้อมกับปัญหาของล่วงล้ำสิทธิอย่างคาดไม่ถึง… เมื่อ Smart Phone ล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว? นวัตกรรม และเทคโนโลยีอันทันสมัยได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน แต่ในทางกลับกัน เครื่องมือที่ทันสมัย และมอบความสะดวกสบาย กับช่องทางให้เกิดอาชญากรรมรูปแบบใหม่ และเกิดคำถามมากมายถึงความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่อาจเข้ามาละเมิดสิทธิพลเมือง เช่น สิทธิในความเป็นส่วนตัว ได้เช่นกัน เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากที่โลกได้ก้าวไปสู่ยุคที่เราเรียกว่า “ยุคดิจิทัล” ที่แทบจะทุกคนใช้สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของร่างกาย เพียงแต่หลายคนยังไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามที่ตามมาเน่ืองจากไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นดังในหนัง “สายลับ” ได้จริง หากคุณนึกภาพไม่ออกผู้เขียนแนะนำให้ลองกลับไปหาหนังเรื่อง สโนว์เดน (Snowden) หรือ แฉกระฉ่อนโลก (CitizenFour) ดู เพราะมันคือหนังที่สร้างขึ้นจากกรณีของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (Edward Snowden) อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ของ ซีไอเอ (CIA) ที่ออกมาเปิดเผยถึงโครงการลับสุดยอดที่ใช้ชื่อรหัสว่า “พริซึม” (prism) หรือการสอดแนมด้วยเทคโนโลยีที่ให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) สำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) และสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (FBI) สามารถเข้าไปจารกรรม…

อียูเผย ‘แรนซัมแวร์’ คืออาชญากรรมไซเบอร์ที่ร้ายแรงที่สุด

Suspects of cybercrime are seen on the screen at the news conference to announce a major law enforcement action against a transnational organized cybercrime at the Europol’s headquarters in The Hague, Netherlands, May 16, 2019. รายงานเรื่องอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ของสหภาพยุโรป ประจำปี ค.ศ.2019 ระบุว่า การโจมตีทางออนไลน์ในปีนี้มีจำนวนลดลง แต่อาชญากรมุ่งหวังข้อมูลและผลตอบแทนมากขึ้น สำนักงานบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรปจัดทำรายงานชื่อว่า Internet Organized Crime Threat Assessment (IOCTA) ระบุว่า ไวรัสเรียกค่าไถ่ หรือ แรนซัมแวร์ ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งในโลกไซเบอร์ ยกตัวอย่างเช่น แรนซัมแวร์ที่มีชื่อว่า…

การคาดการณ์ Cyber Security สำคัญ 3 ประการ จากอุตสาหกรรมชั้นนำ

การคาดการณ์ที่สำคัญ 3 ประการ ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) จากอุตสาหกรรมที่มี “ความพร้อมด้านความปลอดภัยด้านไซเบอร์” มากที่สุดในโลก highlight ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในโลก ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายไป วีธีการของแฮกเกอร์กำลังเพิ่มระดับความซับซ้อนรวมถึงปริมาณในการโจมตีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การเจาะช่องโหว่ที่ประสบความสำเร็จได้สร้างความเสียหายมากกว่าที่เคยเป็นมา แนวคิดของการป้องกันความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่พัฒนาขึ้นจากปฏิกิริยาตอบสนองต่อรูปแบบการคาดการณ์ที่มากขึ้นจะไม่ทำให้เกิดคลื่นกระแทกต่อทีมงานแผนกไอที แต่ด้วยความเข้าใจในเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง AI และ Machine Learning ที่เพิ่มมากขึ้น Cyber Security ที่สำคัญ 3 ประการ จากอุตสาหกรรมชั้นนำ นวัตกรรม และการเปลี่ยนแปลงในด้านบวกมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่ง “ปัญหา” โดยในขณะนี้ไม่มีตัวอย่างที่ดีไปกว่าภัยคุกคามที่น่ากลัวที่เรากำลังเผชิญกับความร้ายแรงของอาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะมุมไหนของโลก และในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเราต่างเผชิญอยู่กับการต่อสู้อันหาจุดจบไม่ได้กับอาชญากรไซเบอร์ที่มีรูปแบบใหม่อยู่เสมอ ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในโลกของเราในช่วงปี 2019 (one of the top 10 biggest threats to our globe during 2019) และยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายไป วีธีการของแฮกเกอร์กำลังเพิ่มระดับความซับซ้อนรวมถึงปริมาณในการโจมตีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และการเจาะช่องโหว่ที่ประสบความสำเร็จได้สร้างความเสียหายมากกว่าที่เคยเป็นมา แต่เมื่อภัยคุกคามและประเภทของการโจมตีมีวิวัฒนาการขึ้น ทำให้เราต้องพัฒนาวิธีการป้องกันการโจมตีเหล่านี้ ซึ่งทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงแม้จะพบว่าปี 2018 เป็นปีที่มีการบันทึกจำนวนช่องโหว่ทางธุรกิจใหม่ (เพิ่มขึ้น 12.5% จากปี 2017) แต่เป้าหมายของการโจมตีในแง่ของอุตสาหกรรมที่สูงที่สุด กลับยังพบว่าเป็นองค์กรที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่ดีที่สุดและล้ำสมัยในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ และบทเรียนที่เราได้ศึกษาเรียนรู้จากความสำเร็จของแฮกเกอร์นั้นมีอะไรบ้าง? มี 3 แนวทาง ของภาพรวมในเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่จะเปลี่ยนแปลงในปีที่จะมากำลังมาถึง 1.การพัฒนามาตรฐานตามระดับความพร้อมของการป้องกันทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น …

‘โรโบคอป K5’ ตำรวจใหม่ลาดตระเวนสวนสาธารณะในแคลิฟอร์เนีย

ที่เมือง Huntington Park มีการจ้างตำรวจหน้าใหม่ดูแลความปลอดภัยให้สวนสาธารณะ ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องไม่ต้องพักเที่ยง ไม่มีพักร้อน ไม่ขอขึ้นเงินเดือนและไม่มีประกันสุขภาพ และนี่คือโรโบคอปที่นำมาใช้งานแล้วจริงๆ เมือง Huntington Park รัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มใช้โรโบคอปหรือตำรวจหุ่นยนต์ดูแลความปลอดภัยให้สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด โดยหน้าที่หลักคือการสอดส่องและบันทึกภาพเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความปลอดภัย โรโบคอปรุ่น K5 นี้ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ อย่างเช่น โรงพยาบาล ที่จอดรถ สนามบิน รวมไปถึงสวนสาธารณะ นายคอสเม โลซาโน (Cosme Lozano) หัวหน้าตำรวจเมือง Huntington Park กล่าวว่า “ตำรวจหุ่นยนต์นี้มีกล้อง 360 องศาและสามารถบันทึกภาพได้แม้จะมีแสงน้อยอย่างในเวลากลางคืน รวมถึงมีปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่เชื่อมต่อกับศูนย์ที่มีทีมงานคอยดูแลตลอดเวลา โดยตำรวจสามารถเห็นภาพสถานการณ์ในพื้นที่ได้ผ่านกล้องของหุ่นยนต์ สำหรับเส้นทางการตรวจนั้นจะถูกโปรแกรมไว้ล่วงหน้าซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนทั้งเส้นทางและกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้” ตัวอย่างความสามารถที่น่าสนใจของโรโบคอปก็คือ สามารถบันทึกเลขทะเบียนรถที่ผ่านไปมาเพื่อเทียบกับระเบียนประวัติของรถที่ถูกขโมยผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงสามารถระบุตำแหน่งของโทรศัพท์ไอโฟนที่สูญหายโดยตรวจสอบจากเลขเฉพาะของมือถือแต่ละเครื่องได้ อีกคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ Self-charging หรือการที่หุ่นยนต์สามารถเพิ่มพลังงานให้ตัวเองเมื่อระดับแบตเตอรี่ต่ำลง ทางด้านนางคาริน่า มาซิเอส (Karina Macias) นายกเทศมนตรีเมือง Huntington Park อธิบายเหตุผลที่สนับสนุนการใช้งานตำรวจหุ่นยนต์นี้ว่า “สวนสาธารณะแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมือง และเรายังมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้นจึงต้องการหาวิธีที่ช่วยตำรวจในการสอดส่องตลอด…

ตรวจสอบด่วน! พบ Google Calendar จำนวนมากเปิดแชร์แบบสาธารณะ ข้อมูลความลับอาจรั่วไหลได้

Google Calendar เป็นบริการจดบันทึกตารางกิจกรรมในปฏิทิน ซึ่งสามารถใช้งานแบบออนไลน์ได้ หนึ่งในความสามารถเด่นของบริการนี้คือผู้ใช้สามารถตั้งค่าอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลในปฏิทินให้กับบุคคลอื่นหรือเปิดให้เข้าถึงแบบสาธารณะได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าปฏิทินจำนวนมากที่ควรเป็นข้อมูลส่วนตัวกลับถูกเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลได้ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยชื่อ Avinash Jain ได้รายงานว่าพบ Google Calendar หลายพันรายการถูกตั้งค่าสิทธิ์ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ รวมถึงปรากฎข้อมูลในปฏิทินดังกล่าวในผลการค้นหาจาก search engine ด้วย ในรายงาน นักวิจัยพบว่ามีปฏิทินกว่า 7,000 รายการที่ถูกเปิดเป็นสาธารณะโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งในปฏิทินดังกล่าวมีข้อมูลสำคัญ เช่น นัดหมายการประชุม นัดหมายสัมภาษณ์งาน ข้อมูลภายในองค์กร กิจกรรมในครอบครัว หรือกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ เจ้าของปฏิทินอาจมีความเสี่ยงถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลในปฏิทินได้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบการตั้งค่าสิทธิ์ของปฏิทิน โดยไม่ควรตั้งเป็นสาธารณะ หากจำเป็นต้องแชร์ควรกำหนดสิทธิ์ให้อนุญาตเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบการตั้งค่าสิทธิ์ของปฏิทินได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ 1. เข้าไปยังเว็บไซต์ https://calendar.google.com/ 2. ไปที่เมนู “การตั้งค่า” (Settings Menu) โดยจะเป็นสัญลักษณ์รูปฟันเฟืองด้านขวาบน 3. เลือก “การตั้งค่า” (Settings) 4.…

‘แบงก์-ตำรวจ-ธปท.’ ประเดิมเทรนด์เอไอตรวจจับใบหน้า

เนคเทคเปิดเวทีวิชาการตั้งโจทย์สงสัยหัวข้อ “เทคโนโลยีรู้จำใบหน้า ประเทศไทยพร้อมใช้แล้วจริงหรือ” ดึงนักการธนาคาร ธปท. นักกฎหมายและนักเทคโนโลยี ขึ้นเวทีแชร์ประสบการณ์ที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้ในการทำงาน เนคเทคเปิดเวทีวิชาการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเอไอ “ระบบรับรู้จำใบหน้า” มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการยืนยันตัวตน เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจและสร้างมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัย ธปท.เปิดแซนด์บอกซ์การใช้ไบโอเมตทริกซ์ตรวจสิทธิหรือแสดงตน ด้านนักกฎหมายแนะเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล สร้างการยอมรับจากผู้ใช้งาน ระบบรับรู้จำใบหน้า (Face Recognition) เป็นเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์สำหรับตรวจสอบและระบุตัวตนของบุคคล โดยเปรียบเทียบลักษณะใบหน้าจากฐานข้อมูลภาพใบหน้า ผ่านการวิเคราะห์และประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่ประยุกต์ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในทุกแวดวง เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยืนยันตัวตน ทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกมากขึ้น สายการเงินใช้ยืนยันตัวตน การใช้งานของ “ระบบรับรู้จำใบหน้า” ในมุมมองของภาคธนาคารอย่าง ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Principal Visionary Architech บริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด ในเครือของธนาคารกสิกรไทย ที่ถูกสะท้อนออกมาในการสัมมนาภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยีรู้จำใบหน้า ประเทศไทยพร้อมใช้แล้วจริงหรือ” ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2562 เนคเทค กล่าวว่า เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการให้บริการลูกค้าในวงการธนาคาร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เริ่มวิจัยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับเดโม่ในบริษัทผ่าน Face Pay ในการจ่ายเงินโดยใช้ใบหน้าของผู้มาใช้บริการแทนกระเป๋าสตางค์ ระบบจะรู้ได้ทันทีว่าบุคคลนั้นมีชื่อว่าอะไร และลิงค์กับบัญชีโดยอัตโนมัติ ถือเป็นกระบวนการที่ง่ายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่โดยใช้เทคนิค ‘ดีพ เลินนิ่ง’ (Deep Learning)…