ส่งของด้วยโดรน: ทำไมเรายังส่งของทางอากาศไม่ได้

โดย เจสสิกา บาว์น ผู้สื่อข่าวบีบีซี หลายปีมาแล้วที่บริษัทยักษ์ใหญ่เช่น แอมะซอน แอลฟาเบต และ อูเบอร์ มีแผนจะใช้โดรนส่งของให้เราถึงบ้านด้วยเวลาไม่กี่นาที เหตุไรพวกเขายังทำไม่สำเร็จเสียที คำตอบง่าย ๆ คือ กฎระเบียบในการใช้โดรน หากการจราจรบนฟ้าหนาแน่นพอกับบนท้องถนน ก็ต้องมีการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวการใช้เส้นทางบนน่านฟ้าเสียใหม่เพื่อป้องกันทั้งอุบัติเหตุ การคุกคามโดยผู้ก่อการร้าย และปัญหาอื่นที่ตามมา อาทิ มลภาวะทางเสียง เสียงดังกวนใจ งานวิจัยโดยนาซาเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า เสียงจราจรบนท้องถนน “ถูกวัดค่าอย่างเป็นระบบว่าน่ารำคาญน้อยกว่า” เสียงของโดรน ครั้งหนึ่ง แอลฟาเบต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ทดลองส่งอาหารฟาสต์ฟู้ดทางโดรนย่านบอไนธันในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย ชาวบ้านในพื้นที่คนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ว่า เขาสามารถได้ยินเสียงโดรนชัดเจน แม้นหน้าต่างกระจกสองชั้นของบ้านทุกบานปิดมิดชิด ด้วยเหตุนี้ การลดมลภาวะทางเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ออกระเบียบต้องพิจารณา หลายหน่วยงานสั่งห้ามการส่งของทางโดรนตั้งแต่ช่วงค่ำ แต่นั่นก็ตรงกับเวลาที่หลายครัวเรือนกำลังหิวและอยากให้ส่งอาหารช่วงนั้น อีฟส์ มอริแอร์ จากสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งยุโรป (EASA) บอกว่า มลภาวะทางเสียงเป็นหนึ่งประเด็นของการหารือ ระหว่างการออกกฎระเบียบชุดใหม่ของยุโรป โดรนเถื่อน แม้ว่าขณะนี้จะมีโดรนใช้พื้นที่บนท้องฟ้าน้อยอยู่ แต่เหตุอันตรายที่เกิดจากการใช้โดรนมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว โดรน “เถื่อน” ทำให้ต้องปิดสนามบินเวลลิงตันในนิวซีแลนด์ และในอังกฤษ มีผู้ใช้โดรนรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหลังจากบังคับโดรนบินไปใกล้เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจเกินไป เมื่อเดือน ส.ค.…

‘เฟสบุ๊ก’ ยอมรับเกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน

This photograph taken on May 16, 2018, shows a figurine standing in front of the logo of social network Facebook on a cracked screen of a smartphone in Paris.- AFP บริษัทเฟสบุ๊ก กล่าวว่า ความผิดปกติของซอฟท์แวร์ ทำให้เกิดจุดบอดในการปกป้องรูปส่วนตัวของผู้ใช้เกือบ 7 ล้านคน โดยทางบริษัทกล่าวขอโทษผู้ใช้ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนบล็อกของบริษัท ข่าวนี้ถือเป็นอีกครั้งนี้ที่เฟสบุ๊กเผชิญกับปัญหาการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เฟสบุ๊กเปิดเผยเรื่องนี้ในวันศุกร์ และชี้ว่ามีแอพ 1,500 เเอพ ที่อาจเข้าถึงรูปส่วนตัวของผู้ใช้เป็นเวลา 12 วัน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ——————————————————————————— ที่มา : VOA Thai / ธันวาคม 17, 2018 Link…

สงครามในยุคสมัยของ “โดรน” (Drone)

เครื่องโดรนประเภทต่างๆ ที่มาภาพ : dw.com เครื่องโดรนประเภทต่างๆ คำว่าโดรนหมายถึงอากาศยานที่ไม่มีคนขับอยู่บนเครื่อง กองทัพอากาศสหรัฐฯ เรียกโดรนว่า “เครื่องบินที่ควบคุมจากการขับที่อยู่ห่างไกลออกไป” ในทศวรรษ 1990 โดรนเป็นเครื่องบินแบบตรวจการณ์ทางทหาร หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 สหรัฐฯ เริ่มติดอาวุธให้กับเครื่องโดรนที่เป็นจรวดมีความแม่นยำสูง เครื่องโดรนแบบ Predator ของ CIA ทำการโจมตีและสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2001 และอีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน 2002 เครื่องโดรนของ CIA ก็โจมตีผู้ก่อการร้ายที่เยเมน นับเป็นครั้งแรกที่มีปฏิบัติการของโดรนนอกพื้นที่ประกาศสงคราม เครื่องบินโดรนเป็นตัวอย่างของแนวโน้มสำคัญ 2 อย่างของเทคโนโลยีทางทหาร คือ อาวุธที่มีความแม่นยำสูงกับหุ่นยนต์ เมื่อ 2 อย่างนี้รวมกัน กลายเป็นอากาศยานไร้คนขับ ที่ขึ้นบินพร้อมกับอาวุธที่แม่นยำสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ของการสูญเสียนักบิน สหรัฐฯ สามารถต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ไม่ว่าพวกนี้จะหลบซ่อนอยู่ที่ไหน แต่โดรนก็ทำให้การทำสงครามมีลักษณะเป็นเกมวิดีโอ ทำให้นักกฎหมายวิตกว่าจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า moral hazard ในเมื่อไม่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของทหาร ก็ยิ่งทำให้การโจมตีด้วยโดรนขาดความการรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเครื่องบิน “โดรน” แบบไหนก็ตาม จะมีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง…

IOS ร่างมาตรฐานกลางสำหรับผู้ใช้โดรนทั่วโลก

มาแล้วกับความพยามยามสร้างมาตรฐานกลางผู้ใช้โดรนที่ทั่วโลกยอมรับตรงกัน โดยเปิดให้แสดงความคิดเห็นก่อนนำไปปรับปรุงและประกาศใช้ภายในปี 2019 ตอนนี้มีผู้โดรนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั่วโลกแต่สิ่งที่โตตามไม่ทันก็คือกฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เรียกว่าแต่ละประเทศนั้นก็ต่างกันไปตามวิจารณญาณของแต่ละพื้นที่ประเทศ ยังไม่มีใครกำหนดมาตรฐานกลางสากลที่ทุกคนบังคับใช้ตรงกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ไทยห้ามบินในรัศมี 19 กิโลเมตรรอบสนามบิน แต่ในอังกฤษห้ามบินแค่ในระยะ 1 กิโลเมตรรอบสนามบินเท่านั้น เพื่อให้ผู้ใช้โดรนมีมาตรฐานเดียวกัน ทางองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : IOS) ได้ปล่อยร่างแนวทางแรกออกมาเพื่อสร้างมาตรฐานสากลสำหรับการใช้งานทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิตโดรนก่อน ร่างมาตรฐานแรกจะมีการพูดถึงเขตห้ามบินโดรน (no-fly zones) รอบสนามบินและพื้นที่หวงห้ามต่าง ๆ  ด้วยการใช้มาตรการ geofencing หรือใช้ข้อมูลพิกัด ทำเป็นรั้วที่ตาเรามองไม่เห็น ป้องกันไม่ให้โดรนบินเข้าไปในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว นอกจากนั้นยังมีมาตรฐานสำหรับผู้ให้บริการโดรนในเรื่องของการเคารพความเป็นส่วนตัวและการแทรกแซงของคนที่อาจทำให้เครื่องตกได้ ทาง IOS แนะนำว่าควรจะเพิ่มการฝึกอบรมการใช้งาน, เก็บ flight logging , มาตรฐานการซ่อมบำรุงและดูแลรักษา รวมถึงกฎในการรักษาและปกป้องข้อมูล การปรึกษาหารือเกี่ยวกับมาตรฐานนี้จะเปิดกว้างให้เสนอความคิดเห็นจนถึง 21 มกราคมปีหน้า จากนั้นก็จะหาข้อสรุปแล้วเริ่มนำมาบังคับใช้ภายในปี 2019 แม้ว่ากฎนี้ยังไม่ได้เป็นกฎแบบเป็นทางการ ทาง ISO หวังว่าน่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ผลิตและผู้ให้บริการโดรนทั่วโลก ส่วนร่างมาตรฐานต่อไปจะลงลึกในรายละเอียดของเรื่องเชิงเทคนิค…

น่ากลัวมาก ! VDO แฉรายละเอียดช่องโหว่บนเว็บแอพของโดรน DJI

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก Check Point ได้เปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่บนเว็บแอพของโดรนยี่ห้อ DJI ที่เปิดให้ผู้โจมตีเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ และซิงค์ข้อมูลภายในออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการขึ้นบิน, ตำแหน่งที่ตั้ง, รวมถึงข้อมูลทั้งภาพและวิดีโอที่ถ่ายทำระหว่างบิน ทางนักวิจัยได้รายงานช่องโหว่นี้ให้แก่ทีมงานด้านความปลอดภัยของ DJI เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทผู้ผลิตโดรนสัญชาติจีนรายนี้ได้ใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจึงสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในเดือนกันยายน สำหรับช่องโหว่ของเว็บแอพโดรนจีนนี้มี 3 รายการด้วยกัน ได้แก่บั๊กเกี่ยวกับคุกกี้ในกระบวนการระบุตัวตน, ช่องโหว่แบบ Cross-Site Scripting (XSS) ในส่วนของฟอรั่ม, และปัญหาเรื่อง SSL Pinning ของแอพบนอุปกรณ์พกพา ซึ่งโดยเฉพาะช่องโหว่เกี่ยวกับคุกกี้ที่ไม่ได้ใส่แฟลกให้ทำงานผ่าน HTTP เท่านั้น ทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยคุกกี้ที่ระบุเซสชั่นการล็อกอินได้โดยการฝังโค้ดจาวาสคริปต์อันตรายบนเว็บบอร์ด DJI Forum ผ่านช่องโหว่ XSS อีกที นอกจากเรื่องนี้แล้ว ทาง DJI ก็กำลังโดนเล่นงานอีกกรณีหนึ่งที่ทางกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้ออกประกาศกล่าวหาบริษัทว่าคอยส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของทางการสหรัฐฯ ให้แก่จีนผ่านระบบโดรนและซอฟต์แวร์ของตัวเองด้วย ———————————————– ที่มา : EnterpriseITPro / พฤศจิกายน 14, 2018 Link : https://www.enterpriseitpro.net/dji-drone-hack/

6 ภัยคุกคามด้าน Mobile Security ที่น่าจับตามองในปี 2019

Credit: rangizzz/ShutterStock อุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ทั่วไปในองค์กรยุคดิจิทัล ส่งผลให้แฮ็กเกอร์เริ่มพุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้นเพราะมีระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยเปราะบางกว่าอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบเครือข่าย บทความนี้ได้ทำการสรุปภัยคุกคามด้าน Mobile Security ที่ทุกองค์กรควรจับตามองและเตรียมมาตรการในการรับมือทั้งหมด 6 รายการ ดังนี้ 1. การรั่วไหลของข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูลเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วงที่สุดในปี 2019 สถาบัน Ponemon คาดการณ์ว่า อุปกรณ์พกพามีโอกาส 28% ในการเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอกภายในอีก 2 ปี โดยสาเหตุหลักมาจากการตัดสินใจผิดพลาดอย่างไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้แอปพลิเคชันใดมีสิทธิ์เข้าถึงและแชร์ข้อมูลของตนได้บ้าง เช่น อัปโหลดไฟล์เอกสารสำคัญขึ้น Cloud หรือเก็บข้อมูลความลับไว้ผิดที่ผิดทาง เป็นต้น 2. Social Engineering รายงานจาก FireEye ระบุว่า 91% ของอาชญากรรมไซเบอร์เริ่มต้นที่อีเมล Phishing และผู้ใช้อุปกรณ์พกพาในการเช็คอีเมลมีโอกาสตกเป็นเหยื่อมากกว่า เนื่องจากแอปพลิเคชันสำหรับเช็คอีเมลหลายชนิดแสดงผลเฉพาะชื่อผู้ส่งเท่านั้น ส่งผลให้สามารถปลอมชื่อเพื่อหลอกว่าเป็นอีเมลมาจากคนที่ผู้ใช้รู้จักหรือเชื่อใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจาก IBM ที่ระบุว่า ผู้ใช้อุปกรณ์พกพามีสิทธิ์ตกเป็นเหยื่อของอีเมล Phishing มากกว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปถึง 3 เท่า 3. การรบกวนสัญญาณ…