อียูจะเริ่มใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตรวจคนข้ามชายเเดน

หากคุณเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศต่างๆ ในเขตเชงเกนของยุโรปในอนาคต คุณอาจต้องตอบคำถามต่างๆ ที่ถามโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษบอกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างจากเจ้าหน้าที่มนุษย์ตรงที่สามารถจับโกหกได้ดีกว่า คีลลี่ย์ คร็อคเก็ทท์ (Keeley Crockett) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิเเทน (Manchester Metropolitan) กล่าวว่า โปรแกรมนี้จับผิดคนจากพฤติกรรมที่แสดงออกทางใบหน้า โดยจะตรวจจับดูอากัปกริยาที่แสดงออก เช่น สายตาที่มองดูขวามองซ้าย แต่จะไม่ดูว่ากำลังยิ้มหรือกำลังขมวดใบหน้า คร็อคเก็ทท์ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี AI ช่วยพัฒนาโปรแกรมตรวจคนข้ามชายเเดนนี้ที่เรียกว่า i-Border-Control นี้ กล่าวว่า โปรแกรมดังกล่าวสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าได้ 38 รูปแบบภายในเวลาสั้นๆ สามารถวิเคราะห์น้ำเสียง ตรวจข้อมูลไบโอเมตริกที่รวมถึงเส้นเลือดบนฝ่ามือหรือลายนิ้วมือ งานตรวจตราคนเข้าเมืองตามแนวชายเเดนได้กลายเป็นประเด็นร้อนทั่วยุโรป ขณะที่มีคนอพยพเข้าเมืองหลายหมื่นคน ส่วนมากมาจากแอฟริกาเเละตะวันออกกลางพยายามเดินทางเข้าไปในยุโรป ในปี 2015 ฮังการีได้สร้างรั้วลวดหนามติดใบมีดโกน หลังเกิดการปะทะที่ชายเเดนที่ติดกับเซอร์เบีย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตรวจคนข้ามชายเเดนนี้จะไม่นำไปใช้ทดแทนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายเเดนที่เป็นมนุษย์ คร็อคเก็ทท์ กล่าวว่า โปรแกรมตรวจคนข้ามชายแดน i-Border-Control นี้ไม่สามารถตัดสินใจได้อัตโนมัติ แต่จะประเมินความเสี่ยงออกมาเป็นคะเเนนสำหรับนักเดินทางข้ามชายแดนเเต่ละคน โปรแกรมตรวจคนข้ามชายแดนนำร่องนี้ได้รับเงินสนับสนุนโดยโครงการ Horizon 2020 ของสหภาพยุโรป (เรียงเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน) ————————————————————— ที่มา :…

ตำรวจสเปนใช้ AI ตรวจจับคำแจ้งความเท็จ

เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์นำมาต่อยอดใช้งานได้หลากหลายขึ้น ล่าสุดมีการพัฒนาเครื่องช่วยตำรวจสเปน เอา AI ตรวจจับบันทึกแจ้งความว่าคดีไหนมีแนวโน้มเป็นการแจ้งความเท็จบ้าง การจับโหกใครสีกคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทางนักวิทยาศาตร์ก็พยายามพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆมาช่วยด้านนี้มากขึ้น ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จาก Cardiff University และ Charles III University of Madrid ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องมือชื่อว่า VeriPol ที่ออกแบบมาเพื่อจับคำให้เท็จเรื่องการลักขโมยโดยเฉพาะ เค้าเอา machine-learning มาเรียนรู้ คำร้องแจ้งความและบันทึกประจำวันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของสเปน ซึ่งในนั้นจะมีคำให้การเท็จรวมอยู่ด้วย ผลจากโครงการทดสอบในเมือง Murcia และ Malaga เมื่อเดือนมิถุนายน 2017 พบว่า VeriPol สามารถระบุคำแจ้งความที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นเท็จได้ในอัตราที่สูงมาก และ 83% ของคดีที่ถูก AI ระบุมานั้นสามารถปิดคดีได้ถึง 83% หลังจากที่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม เฉลี่ยแล้วในสัปดาห์นึง ปัญญาประดิษฐ์สามารถตรวจสอบคำแจ้งความเท็จได้ถึง 64 คดีเลยทีเดียว ตัว VeriPol นั้นทำงานด้วยการใช้อัลกอรึทึ่ม ช่วยระบุองค์ประกอบต่างๆในคำให้การ เช่น คำเชื่อม กริยา การเว้นวรรค จากนั้นก็เทียบกับฐานข้อมูลคำให้การเท็จ ในคดีลักทรัพย์นั้นคำให้การเท็จนั้นมักจะใช้ประโยคที่สั้น เน้นเรื่องข้าวของที่ถูกขโมย…

Cathay Pacific ถูกแฮ็ก ข้อมูลผู้โดยสารกว่า 9,400,000 คนอาจถูกขโมย

Credit: CathayPacific.com สายการบิน Cathay Pacific ออกแถลงการณ์ ระบบคอมพิวเตอร์ของสายการบินถูกโจมตีโดยแฮ็กเกอร์ ส่งผลให้ข้อมูลผู้โดยสารสายการบินทั้งหมดกว่า 9,400,000 ล้านคนอาจหลุดออกไปได้ จากการตรวจสอบ โฆษกของสายการบิน Cathay Pacific ระบุว่า เริ่มพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางสายการบินได้เรียกบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เข้ามาช่วยตรวจสอบว่าแฮ็กเกอร์สามารถเจาะเข้าระบบได้อย่างไร และทำการปิดช่องโหว่ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งเดือนพฤษภาคมก็ทราบว่า แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงระบบที่มีข้อมูลผู้โดยสายรวมแล้วกว่า 9,400,000 คนได้ สายการบินระบุว่าในแถลงการณ์ว่า ข้อมูลที่แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงได้ประกอบด้วย ชื่อผู้โดยสาย สัญชาติ วันเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ หมายเลขพาสปอร์ต หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขสมาชิกสายการบิน ข้อมูลการบริการลูกค้า และข้อมูลการเดินทางในอดีต นอกจากนี้ แฮ็กเกอร์ยังสามารถเข้าถึงหมายเลขบัตรเครดิตที่หมดอายุแล้วได้ 403 รายการ และหมายเลขบัตรเครดิตที่ยังใช้งานได้อีก 27 รายการ แต่ไม่สามารถเข้าถึงรหัส CVV ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของผู้โดยสารที่แฮ็กเกอร์เข้าถึงได้จะเป็นแบบสุ่ม และไม่มีผู้โดยสารท่านใดเลยที่แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลที่กล่าวมานี้ได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือรหัสผ่านไม่ได้ถูกแฮ็กแต่อย่างใด ทางสายการบินยังระบุอีกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่ค้นพบหลักฐานว่ามีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จากเหตุ Data Breach นี้ไปใช้ในทางที่ผิด และเตรียมส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน…

กลโกงบัตรพลาสติก – มือใหม่ต้องรู้ก่อนเปิดใช้งานบัตร

IN FOCUS บัตรเครดิต เดบิต หรือเอทีเอ็มจะใช้แถบแม่เหล็กในการจัดเก็บข้อมูล ความสะดวกสบายดังกล่าวต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะถูกโกง เพราะแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรสามารถทำสำเนาได้ง่ายแสนง่ายโดยใช้เครื่องเล่นเทปที่บ้านท่าน เทปคาสเซ็ทเปล่า และอุปกรณ์อีกนิดหน่อย ก่อนที่บัตรพลาสติกจะได้รับการพัฒนาโดยติดไมโครชิปซึ่งปลอมแปลงได้ยาก ตามมาตรฐานบัตรอัจฉริยะเพื่อการจ่ายเงิน EMV ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการโกงประเภทใหม่คือ ‘การโกงแบบไม่จำเป็นต้องแสดงบัตร (Card-not-present Fraud หรือ CNP)’ หมายถึงการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์โดยไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรตัวเป็นๆ ให้กับเจ้าของร้านค้า ซึ่งมิจฉาชีพสามารถ ‘ขโมย’ ข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ในการทำธุรกรรม เช่น ชื่อ-สกุล ที่อยู่ หรือหมายเลขหน้าบัตร จากโลกออนไลน์ ข้อควรระวังสำหรับผู้ถือบัตรพลาสติกคือ ห้ามเปิดเผยเลข 3 หลักหลังบัตรเด็ดขาด เช็กเว็บไซต์ให้ดีก่อนกรอก ID และ Password และใช้ระบบจำรหัสอัตโนมัติและเครือข่ายสาธารณะอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกับเว็บไซต์ธนาคารออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่มีข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน กลโกงบัตรพลาสติกมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ในวันที่เหล่าผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายแบบไร้เงินสด นายธนาคารหรือสถาบันการเงินก็พยายามตอบสนองความต้องการเหล่านั้นโดยหยิบยื่น ‘สิ่งแทน’ เพื่อแสดงตัวตนว่าเขาหรือเธอมีเครดิตหรือเงินในธนาคารมากเพียงพอที่จะชำระค่าสินค้าหรือบริการ แต่ความยุ่งยากที่ตามมาคือการสอบทานว่าลูกค้าคนนั้นคือตัวจริงและบัตรเป็นของจริง เพราะมิเช่นนั้น เหล่านักการเงินก็จะเสียรู้และเสียสตางค์ให้กับเหล่ามิจฉาชีพ การสู้รบปรบมือระหว่างเหล่านายธนาคารกับมิจฉาชีพจึงเป็นสงครามที่ไม่มีวันสงบ ตั้งแต่สมัยแอนะล็อกจนถึงยุคออนไลน์ไร้พรมแดน ในบทความนี้ ผู้เขียนขอพาย้อนกลับไปอ่านพัฒนาการก่อนที่จะมาเป็นบัตรพลาสติก รวมถึงแนวทางรับมือสารพัดกลโกงรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์ที่เหล่ามิจฉาชีพไม่จำเป็นต้องมีบัตรอยู่ในมืออีกต่อไป ที่มาของบัตรพลาสติก…

สนามบินที่นครเซี่ยงไฮ้เริ่มใช้การเช็คอินด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้า

FILE – Travelers, left, and an official, right, argue at a security check at Hongqiao Airport’s second terminal in Shanghai, China. ที่ท่าอากาศยานเซี่ยงไฮ้ หงเฉียว เปิดให้มีการเช็คอินอัตโนมัติโดยการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวระบบจดจำใบหน้าในประเทศจีน เรื่องนี้ก่อให้เกิดความกังวลในเรื่อง ของความเป็นส่วนตัว สืบเนื่องมาจากการที่ปักกิ่งพยายามที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกทางด้านนี้ สำนักงานการบินพลเรือนของประเทศจีนเผยว่า ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ หงเฉียว เปิดตัวตู้สำหรับการเช็คอินเที่ยวบินและสัมภาระ ซึ่งยังช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องเนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาช่วย สนามบินหลายๆ แห่งในจีนเริ่มใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้ากันแล้ว เพื่อช่วยให้ระบบตรวจสอบความปลอดภัยดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่ระบบที่เซี่ยงไฮ้เริ่มใช้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นระบบอัตโนมัติ ครบวงจรที่มีใช้เป็นแห่งแรกในประเทศ นาย Zhang Zheng ผู้จัดการทั่วไปของแผนกบริการภาคพื้นดินสายการบิน Spring Airlines กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีนเปิดใช้ระบบเช็คอินอัตโนมัติครบวงจร ซึ่งผู้โดยสารดำเนินการเองทุกขั้นตอน สายการบิน Spring Airlines เป็นสายการบินแรกที่นำระบบนี้ไปใช้ที่สนามบินหงเฉียว และในตอนนี้มีเพียงผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชนจีนเท่านั้นที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้ สายการบิน Spring…

ญี่ปุ่นพัฒนา “ระเบิดเร็วเหนือเสียง” ต้านจีนยึดเกาะเซ็นกากุ

กระทรวงการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นกำลังพัฒนาระเบิดร่อนที่มีความเร็วเหนือเสียง เพื่อใช้ป้องกันหมู่เกาะในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้ง เกาะเซ็นกากุ ที่มีข้อพิพาทกับประเทศจีน ระเบิดร่อนที่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นนี้จะถูกยิงโดยจรวดจากความสูงที่สูงมาก จากนั้นจะร่อนลงโจมตีเป้าหมายบนพื้นดินด้วยความเร็วเหนือเสียง อย่างไรก็ตาม ระเบิดร่อนนี้จำเป็นต้องมีระบบควบคุมวิถีที่แม่นยำ และเทคโนโลยีในการทำให้ระเบิดทนต่ออุณหภูมิสูงในระหว่างที่ร่อนไปในจากชั้นบรรยากาศ กระทรวงการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นได้ตั้งงบประมาณสำหรับวิจัยและพัฒนาระเบิดร่อนชนิดนี้ในปีนี้ และได้ของบประมาณอีก 13,800 ล้านเยนในปีหน้า โดยตั้งเป้าจะทดลองรุ่นต้นแบบในปีงบประมาณ 2025 และจะนำระเบิดร่อนชนิดนี้เข้าประจำการในปี 2026 เร็วกว่าแผนการพัฒนาเดิมมากถึง 7 ปี เกาะเซ็นกากุ หรือฝ่ายจีนเรียกว่า เกาะเตี้ยวอวี๋ ระเบิดร่อนชนิดนี้สามารถยิงจากฐานยิงเคลื่อนที่ และด้วยพิสัยทำการระยะไกล เมื่อเสริมศักยภาพด้วยจรวดนำวิถีระยะไกลแล้ว สามารถเพิ่มการป้องกันพื้นที่ห่างไกลของญี่ปุ่นอย่างได้ผล และยังป้องปรามปฏิบัติการของประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย ความเร็วเหนือเสียงทำให้ระเบิดร่อนชนิดนี้ยากต่อการสกัด และสามารถยิงจากพื้นที่เกาะรอบ ๆ พื้นที่ที่ถูกรุกรานได้ ทางกระทรวงการป้องกันประเทศญี่ปุ่นมีแผนจะติดตั้งระเบิดร่อนชนิดนี้ที่ฐานยิงจรวดแบบพื้นสู่เรือที่หมู่เกาะโอกินาวา เพื่อตอบโต้กองเรือของจีนที่มีปฏิบัติการเพิ่มขึ้นในน่านน้ำในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับเกาะเซ็นกากุ ที่ญี่ปุ่นครอบครองอยู่ แต่ฝ่ายจีนก็อ้างกรรมสิทธิ์ โดยฝ่ายจีนเรียกว่าเกาะเตี้ยวอวี๋ เมื่อปีที่แล้ว กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่นได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วแบบนาวิกโยธิน มีเป้าหมายเพื่อปกป้อง และยึดคืนพื้นที่เกาะจากผู้รุกราน ระเบิดร่อนชนิดนี้จะเสริมปฏิบัติการของหน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกนี้ได้เป็นอย่างดี. ——————————————————————— ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ / 27 กันยายน 2561 Link : https://mgronline.com/japan/detail/9610000096076