พบจุดบกพร่องใน “เฟสไทม์” ดักฟังปลายสายได้แม้ไม่กดรับ

video calling โปรแกรม Facetime ระบบการโทรของ iPhone ของแอปเปิล (Apple) พบช่องโหว่ หรือ Bug ที่เปิดโอกาสให้ผู้โทรสามารถดักฟังเสียงจากปลายสายได้ แม้จะไม่มีการรับสายเกิดขึ้นก็ตาม สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ Apple มากขึ้น เว็บไซต์ CNBC อ้างรายงานจากเว็บไซต์ 9to5Mac ที่ผู้ใช้รายหนึ่งชื่อว่า Benji Mobb ถ่ายคลิปทดสอบปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ระบบ Facetime สามารถฟังเสียงจากปลายสายที่ผู้ใช้โทรหาได้ โดยที่ปลายสายไม่ต้องกดรับ โดยเขาได้ทดสอบโทรไปยังปลายสายผ่าน Facetime และกดเพิ่มรายชื่อของตัวเองเข้าในระบบการโทรแบบกลุ่ม (group call) จะทำให้สามารถฟังเสียงจากปลายสายได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้รับสาย ซึ่งทาง CNBC ได้ทดสอบและพบว่ามีช่องโหว่ดังกล่าวอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้น ทางเว็บไซต์ The Verge ยังพบว่า หากปลายสายพยายามตัดสายด้วยการกดปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างของเครื่อง ระบบ Facetime จะส่งวิดีโอที่ไม่มีเสียงไปให้กับผู้โทรเข้า นั่นหมายถึง Facetime ได้บันทึกวิดีโอที่มีภาพของปลายสายไว้ไม่ว่าจะรับสายหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในระบบการโทรแบบกลุ่ม หรือ Group…

TB-CERT แนะนำให้ระวังและร่วมจัดการกับเหตุการณ์ “ฟิชชิ่งเมล”

ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร หรือ TB-CERT ได้ออกมาแนะนำให้ธนาคารสมาชิก TB-CERT ระวังและร่วมกันจัดการกับเหตุการณ์การหลอกลวงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือ ฟิชชิ่ง (Phishing) ที่เกิดขึ้นกับหลายธนาคารในช่วงนี้ โดย TB-CERT ได้แนะนำให้ธนาคารสมาชิกร่วมกันในการดำเนินการเพื่อให้ธนาคารลดความเสี่ยงที่อาจจะสูญเสียข้อมูลสำคัญทางธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งที่เกิดกับธนาคารเองและลูกค้าธนาคารที่ใช้บริการ Internet Banking ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ ก็ตาม ฟิชชิ่ง (Phishing) เป็นเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลที่มีมากว่ายี่สิบปีแล้วในโลกไซเบอร์โดยใช้วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยอาศัยชื่อของหน่วยงานหรือบุคคล ในช่วงไตรมาสที่สามของปีที่แล้วทาง TB-CERT ได้สังเกตุว่ามีปริมาณฟิชชิ่งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ามีการสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ โดยใช้โดเมนของประเทศในแอฟริกา .ga (Gabonese Republic) .ml (Replublic of Mali) ประเทศอาณาเขตของประเทศนิวซีแลนด์ .tk (Tokelau territory of New Zealand) เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตน้อยและสามารถจดทะเบียนโดเมนได้ง่าย จากนั้นจึงไปสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ในอีกประเทศ และส่งฟิชชิ่งเมลอ้างว่าเป็นอีเมลจากธนาคาร เมื่อธนาคารได้ตรวจพบหรือรับทราบฟิชชิ่งก็จะแจ้งเครือข่าย CERT หรือหน่วยงานที่ช่วยประสานงานปิดฟิชชิ่งเว็บไซต์นั้นโดยเร็ว ในขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเตือนลูกค้าทางเว็บไซต์ของธนาคารให้ระวังอีเมลลวง และบอกถึงวิธีการสังเกตว่าอีเมลที่ได้รับนั้นไม่ได้เป็นอีเมลที่มาจากธนาคารจริง ๆ การสร้างความเข้าใจเรื่องฟิชชิ่งถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรชาวอินเตอร์เน็ตจากเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลหรือฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการก้าวต่อไปของเศรษฐกิจยุคดิจิตัล…

การปฏิวัติการเชื่อมต่อ (Connected revolution)

โดย…พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และอดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในปี 2020 การเชื่อมต่อของ Internet of Things (IoT) ถึง 50 พันล้านการเชื่อมต่อ และจะทำให้ธุรกิจต่างๆ รวมถึงชีวิตประจำวันของผู้คน เปลี่ยนไปอย่างมากมาย การใช้อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อถึงกัน และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ กำลังขยายตัวและกำลังเปลี่ยนแปลงในแทบทุกด้านของชีวิตเรา อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าในแบบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน เช่น การใช้อุปกรณ์ IoT ในบ้าน เพื่อจัดการพลังงาน ความปลอดภัย การส่องสว่างในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โรงงานกำลังปรับวิธีการดำเนินงาน และต้นทุนให้เหมาะสม โดยใช้วิธีการบำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ เป็นต้น จากรายงานของ Statista คาดการณ์ว่า ในยุค 5G ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ จะประยุกต์ IoT ในธุรกิจเนื่องจากศักยภาพในด้านการลดต้นทุน และทำให้มูลค่าของตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง ซึ่งจากการวิเคราะห์และทำวิจัยด้านการตลาดพบว่า IoT จะถูกประยุกต์ใช้ในภาคสาธารณะสุขอย่างมากในช่วงปี…

‘กูเกิล’ โดนปรับ 57 ล้านดอลลาร์จากกฎหมายใหม่ของฝรั่งเศส

FILE – The Google logo is seen at a start-up campus in Paris, France, Feb. 15, 2018. สำนักงานตรวจสอบด้านข้อมูลของฝรั่งเศส สั่งปรับเงินบริษัทกูเกิล (Google) เกือบ 57 ล้านดอลลาร์ จากข้อกล่าวหาว่า กูเกิลไม่มีความโปร่งใสของข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายผู้บริโภค และการที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคถูกนำไปใช้ในการโฆษณาที่มุ่งเป้ามายังพวกเขาเหล่านั้น สำนักงาน CNIL ของทางการฝรั่งเศส ระบุด้วยว่า กูเกิลทำให้การควบคุมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องยากและสับสนเกินไป นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปว่าด้วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมาบังคับใช้เพื่อลงโทษบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้ว ทางกูเกิลระบุว่า กำลังศึกษากฎหมายฉบับนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ——————————————————– ที่มา : VOA Thai / 22 มกราคม 2562 Link : https://www.voathai.com/a/france-fines-google-for-data-privacy-violation/4752723.html

15 ม.ค. เริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิทัล แต่ข้อมูลกรมขนส่ง-ตร. ยังไม่เชื่อมกัน ต้องพกบัตรจริงไปก่อน

วันที่ 15 มกราคมนี้ กรมการขนส่งทางบกจะเปิดใช้งานใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ใช้แทนการพกใบขับขี่ที่ใช้ในปัจจุบัน เรียกได้ว่า ลงแอปเอาไว้ เมื่อตำรวจขอดู ก็เปิดจากมือถือให้ดูได้เลย เรื่องนี้นำมาสู่คำถามว่า แล้วระบบยึดใบขับขี่เวลาที่ทำผิดกฎจราจรจะยังมีอยู่ไหม พอเปลี่ยนมาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้วตำรวจจะทำอย่างไรต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกตอบได้เพียงว่า ตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือเราไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่า ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ด้าน พีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก็ให้สัมภาษณ์เมื่อ 14 มกราคมว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรกับผู้ถือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์กรณีกระทำผิดนั้น เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปวางระบบการดำเนินการ เชื่อมโยงข้อมูลและกำหนดบทลงโทษแทนการยึดใบขับขี่ ทั้งนี้ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวแทนใบขับขี่ตัวจริงว่า ยังมีปัญหาทั้งในทางปฏิบัติและในทางกฎหมาย พร้อมให้ประชาชนพกใบขับขี่ตัวจริงไปก่อน พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างกรมการขนส่งทางบก และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีใบสั่งอัตโนมัติและการอายัดทะเบียน ซึ่งยังไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลกันได้ นอกจากนี้ยังชี้ด้วยว่า อาจส่งผลถึงเรื่องการตรวจสอบว่าข้อมูลในแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ เพราะอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงขึ้นมา ขณะที่ในทางกฎหมาย พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ระบุว่า ตามมาตรา…

ธนาคารญี่ปุ่นจะใช้ระบบจดจำใบหน้า เปิดบัญชี,ถอนเงินได้ในไม่กี่นาที

ธนาคารเซเวนในญี่ปุ่นจะใช้ระบบจดจำใบหน้าเพื่อระบุอัตลักษณ์บุคคล โดยไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีและทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้อย่างรวดเร็ว ธนาคารเซเวนซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ในญี่ปุ่น จะนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้ในกลางปีนี้ โดยจะปรับปรุงเครื่องเอทีเอ็มให้สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลด้วยการจดจำใบหน้าได้ โดยลูกค้าเพียงแต่ถ่ายภาพตัวเองผ่านกล้องความละเอียดสูงที่เครื่องเอทีเอ็ม พร้อมกรอกรายละเอียดไม่กี่อย่างก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ การเปิดบัญชีธนาคารในญี่ปุ่นยังคงต้องใช้เอกสารทางราชการ เช่น บัตรประจำตัว, หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่ นอกจากนี้ยังต้องมีตราประทับชื่อ ซึ่งใช้แทนลายเซ็นในญี่ปุ่น จึงมีความยุ่งยากอยู่มาก และในปัจจุบันยังไม่มีธนาคารใดสามารถเปิดบัญชีผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะถอนเงิน โอนเงินได้ด้วยการสแกนใบหน้า โดยไม่ต้องใช้รหัสลับอีกด้วย ธนาคารเซเวนมีเครื่องเอทีเอ็มกว่า 24,000 เครื่องตามร้านสะดวกซื้อเซเวน อีเลฟเวน และสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น และจะติดตั้งเครื่องเอทีเอ็มเพิ่มเติมอีกหลายพันเครื่องตามเมืองใหญ่ภายในกลางปี 2020 ธนาคารเซเวนยังมีแผนที่จะเชื่อมโยงระบบจดจำใบหน้านี้เพื่อใช้ร่วมกับธนาคารออนไลน์และธนาคารท้องถิ่นอื่น ๆ ด้วย แรงงานต่างชาติเปิดบัญชี โอนเงินกลับบ้านได้สะดวก ธนาคารเซเวนยังจะตอบรับนโยบายเปิดรับแรงงานต่างชาติมาทำงานที่ญี่ปุ่น ที่จะมีผลในเดือนเมษายน ปีนี้ โดยจะเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทางธนาคารจะได้รับข้อมูลและยืนยันตัวตนของผู้ที่ขอวีซ่าเพื่อมาทำงานในญี่ปุ่นได้ก่อนที่จะเดินทางมาถึง ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ไม่นานหลังเดินทางมาถึงญี่ปุ่น ตามกฎหมายปัจจุบัน ชาวต่างชาติจะสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ก็ต่อเมื่อพำนักในญี่ปุ่นนานกว่า 6 เดือน เนื่องจากต้องตรวจสอบสถานะและรายได้ กฎระเบียบนี้ได้สร้างความไม่สะดวกในกับชาวต่างชาติอย่างมาก จนรัฐบาลญี่ปุ่นก็ระบุว่าต้องปรับปรุงให้รองรับการเปิดรับแรงงานต่างชาติ ผู้บริหารธนาคารเซเวน ระบุว่า ทางธนาคารจะอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติให้มากที่สุด ทั้งการเปิดบัญชีและโอนเงินกลับไปยังประเทศบ้านเกิด โดยลดความยุ่งยากในการทำธุรกรรม…