Password Checkup ส่วนเสริม Chrome ช่วยเตือนรหัสผ่านโดนแฮกรึไม่

มาแล้ว Password Checkup ส่วนเสริมของ Google Chrome ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เรามากขึ้น แจ้งให้เรารู้ได้ว่ารหัสผ่านเราถูกแฮกรึเปล่า เดือนที่ผ่านมาเรียกว่ามีการหลุดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกแฮกมาเป็นจำนวนมหาศาล แถมข่าวช่องโหว่และการจู่โจมต่างๆก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วผู้ใช้อย่างเราๆจะต้องระมัดระวังตัวมากแค่ไหนถึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อ ล่าสุดทาง Google ได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ นั่นก็คือ Password Checkup ส่วนเสริมบน Google Chrome ที่ช่วยให้เราปลอดภัยมากขึ้น เมื่อเราติดตั้งและเปิดใช้งาน มันจะทำการเทียบบัญชีผู้ใช้ของคุณกับฐานข้อมูลที่ Google มีอยู่มากกว่า 4,000 ล้านข้อมูลที่บัญชีผู้ใช้ไม่ปลอดภัย เครื่องมือตัวนี้พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสจาก Stanford University เพื่อให้มั่นใจว่าทาง Google จะไม่ได้ล่วงรู้ถึงบัญชีหรือรหัสผ่านของเราที่ถือเป็นความลับที่สุด เมื่อเราติดตั้งส่วนเสริมนี้บน Chrome แล้ว ก็จะมีไอคอนปรากฎขึ้นที่แถบด้านบน เมื่อเราทำการล็อกอิน Username หรือรหัสผ่านที่ไม่ปลอดภัย เคยมีประวัติในฐานข้อมูลว่าเคยโดนแฮกหรือมีรหัสผ่านหลุดออกมา ก็จะแจ้งให้เรารู้ทันที สิ่งที่เราต้องทำก็คือเข้าไปเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ให้เร็วที่สุดค่ะ ส่วนการทำงานนั้นจะออกแบบโดยไม่ให้รบกวนผู้ใช้คือ จะแจ้งเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้มีความเสี่ยงจริงๆ คนที่ตั้งรหัสผ่านที่เดาได้ง่ายอย่าง 123456 อันนี้จะไม่แจ้งเตือนค่ะ ——————————————————– ที่มา : Dailygizmo / Feb 6, 2019 Link : https://www.dailygizmo.tv/2019/02/06/google-chrome-password-checkup/

เมื่อ “ฟินเทค” กำลังถูก disrupt โดย “เทคฟิน”

โดย….เจษฎา สุขทิศ เมื่อ FinTech เองก็กำลังจะถูก disrupt…..คำว่า FinTech ซึ่งหมายถึงการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมทางการเงิน เมื่อดูจาก Google Trend เพิ่งจะเป็นคำที่รู้จักกันกว้างขวางในโลกประมาณ 5 ปี โดยเกิดมีบริษัท FinTech Startup ใหม่ ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเงินประเทศหลัก ๆ ของโลก อย่าง Lufax, OneConnect ในประเทศจีน บริษัท Square, Paypal ของสหรัฐฯ หรือ Pure Digital Bank อย่าง Revolut, N26 ในยุโรป โดยบริษัทเหล่านี้สามารถใช้เงินทุนที่ต่ำ มีพนักงานจำนวนน้อยแต่สามารถขยายฐานผู้ใช้บริการสู่คนนับล้านและมีมูลค่ากิจการเทียบเคียงได้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ตั้งมาเป็นสิบปีร้อยปี โลกดิจิทัลดูจะหมุนเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อล่าสุดบริษัทฟินเทคสตารท์อัพเองก็กำลังถูก disrupt เช่นกัน โดยผู้ที่เข้ามาขอแบ่งเค้กไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในโลกที่เป็นเจ้าของ Platform ที่มีผู้ใช้นับพันล้านคนนั่นเอง ซึ่งหลัก ๆ ก็ได้แก่ Facebook Apple Amazon Alibaba และ Tencent…

พบจุดบกพร่องใน “เฟสไทม์” ดักฟังปลายสายได้แม้ไม่กดรับ

video calling โปรแกรม Facetime ระบบการโทรของ iPhone ของแอปเปิล (Apple) พบช่องโหว่ หรือ Bug ที่เปิดโอกาสให้ผู้โทรสามารถดักฟังเสียงจากปลายสายได้ แม้จะไม่มีการรับสายเกิดขึ้นก็ตาม สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ Apple มากขึ้น เว็บไซต์ CNBC อ้างรายงานจากเว็บไซต์ 9to5Mac ที่ผู้ใช้รายหนึ่งชื่อว่า Benji Mobb ถ่ายคลิปทดสอบปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ระบบ Facetime สามารถฟังเสียงจากปลายสายที่ผู้ใช้โทรหาได้ โดยที่ปลายสายไม่ต้องกดรับ โดยเขาได้ทดสอบโทรไปยังปลายสายผ่าน Facetime และกดเพิ่มรายชื่อของตัวเองเข้าในระบบการโทรแบบกลุ่ม (group call) จะทำให้สามารถฟังเสียงจากปลายสายได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้รับสาย ซึ่งทาง CNBC ได้ทดสอบและพบว่ามีช่องโหว่ดังกล่าวอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้น ทางเว็บไซต์ The Verge ยังพบว่า หากปลายสายพยายามตัดสายด้วยการกดปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างของเครื่อง ระบบ Facetime จะส่งวิดีโอที่ไม่มีเสียงไปให้กับผู้โทรเข้า นั่นหมายถึง Facetime ได้บันทึกวิดีโอที่มีภาพของปลายสายไว้ไม่ว่าจะรับสายหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในระบบการโทรแบบกลุ่ม หรือ Group…

TB-CERT แนะนำให้ระวังและร่วมจัดการกับเหตุการณ์ “ฟิชชิ่งเมล”

ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร หรือ TB-CERT ได้ออกมาแนะนำให้ธนาคารสมาชิก TB-CERT ระวังและร่วมกันจัดการกับเหตุการณ์การหลอกลวงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือ ฟิชชิ่ง (Phishing) ที่เกิดขึ้นกับหลายธนาคารในช่วงนี้ โดย TB-CERT ได้แนะนำให้ธนาคารสมาชิกร่วมกันในการดำเนินการเพื่อให้ธนาคารลดความเสี่ยงที่อาจจะสูญเสียข้อมูลสำคัญทางธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งที่เกิดกับธนาคารเองและลูกค้าธนาคารที่ใช้บริการ Internet Banking ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ ก็ตาม ฟิชชิ่ง (Phishing) เป็นเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลที่มีมากว่ายี่สิบปีแล้วในโลกไซเบอร์โดยใช้วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยอาศัยชื่อของหน่วยงานหรือบุคคล ในช่วงไตรมาสที่สามของปีที่แล้วทาง TB-CERT ได้สังเกตุว่ามีปริมาณฟิชชิ่งที่เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ามีการสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ โดยใช้โดเมนของประเทศในแอฟริกา .ga (Gabonese Republic) .ml (Replublic of Mali) ประเทศอาณาเขตของประเทศนิวซีแลนด์ .tk (Tokelau territory of New Zealand) เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตน้อยและสามารถจดทะเบียนโดเมนได้ง่าย จากนั้นจึงไปสร้างฟิชชิ่งเว็บไซต์ในอีกประเทศ และส่งฟิชชิ่งเมลอ้างว่าเป็นอีเมลจากธนาคาร เมื่อธนาคารได้ตรวจพบหรือรับทราบฟิชชิ่งก็จะแจ้งเครือข่าย CERT หรือหน่วยงานที่ช่วยประสานงานปิดฟิชชิ่งเว็บไซต์นั้นโดยเร็ว ในขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเตือนลูกค้าทางเว็บไซต์ของธนาคารให้ระวังอีเมลลวง และบอกถึงวิธีการสังเกตว่าอีเมลที่ได้รับนั้นไม่ได้เป็นอีเมลที่มาจากธนาคารจริง ๆ การสร้างความเข้าใจเรื่องฟิชชิ่งถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรชาวอินเตอร์เน็ตจากเทคนิคการหลอกลวงข้อมูลหรือฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการก้าวต่อไปของเศรษฐกิจยุคดิจิตัล…

การปฏิวัติการเชื่อมต่อ (Connected revolution)

โดย…พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และอดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในปี 2020 การเชื่อมต่อของ Internet of Things (IoT) ถึง 50 พันล้านการเชื่อมต่อ และจะทำให้ธุรกิจต่างๆ รวมถึงชีวิตประจำวันของผู้คน เปลี่ยนไปอย่างมากมาย การใช้อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อถึงกัน และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ กำลังขยายตัวและกำลังเปลี่ยนแปลงในแทบทุกด้านของชีวิตเรา อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าในแบบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน เช่น การใช้อุปกรณ์ IoT ในบ้าน เพื่อจัดการพลังงาน ความปลอดภัย การส่องสว่างในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โรงงานกำลังปรับวิธีการดำเนินงาน และต้นทุนให้เหมาะสม โดยใช้วิธีการบำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ เป็นต้น จากรายงานของ Statista คาดการณ์ว่า ในยุค 5G ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ จะประยุกต์ IoT ในธุรกิจเนื่องจากศักยภาพในด้านการลดต้นทุน และทำให้มูลค่าของตลาดในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง ซึ่งจากการวิเคราะห์และทำวิจัยด้านการตลาดพบว่า IoT จะถูกประยุกต์ใช้ในภาคสาธารณะสุขอย่างมากในช่วงปี…

‘กูเกิล’ โดนปรับ 57 ล้านดอลลาร์จากกฎหมายใหม่ของฝรั่งเศส

FILE – The Google logo is seen at a start-up campus in Paris, France, Feb. 15, 2018. สำนักงานตรวจสอบด้านข้อมูลของฝรั่งเศส สั่งปรับเงินบริษัทกูเกิล (Google) เกือบ 57 ล้านดอลลาร์ จากข้อกล่าวหาว่า กูเกิลไม่มีความโปร่งใสของข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายผู้บริโภค และการที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคถูกนำไปใช้ในการโฆษณาที่มุ่งเป้ามายังพวกเขาเหล่านั้น สำนักงาน CNIL ของทางการฝรั่งเศส ระบุด้วยว่า กูเกิลทำให้การควบคุมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องยากและสับสนเกินไป นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปว่าด้วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมาบังคับใช้เพื่อลงโทษบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายนี้เมื่อปีที่แล้ว ทางกูเกิลระบุว่า กำลังศึกษากฎหมายฉบับนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ——————————————————– ที่มา : VOA Thai / 22 มกราคม 2562 Link : https://www.voathai.com/a/france-fines-google-for-data-privacy-violation/4752723.html