ทำไม เกาหลีเหนือ-ใต้ ตึงเครียดหนักขึ้น ถึงขั้นระเบิดถนนเชื่อม 2 ประเทศ

    ความตึงเครียดที่คุกรุ่นมานานหลายเดือน ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเปียงยางกล่าวหารัฐบาลกรุงโซล ว่าส่งโดรนหลายลำเข้าสู่เมืองหลวงของพวกเขา หนำซ้ำยังปล่อยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นการยั่วยุที่อาจนำไปสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธ หรือถึงขั้นสงคราม   หลังจากกล่าวหาเกาหลีใต้หนักขึ้นเรื่อย ๆ ในวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. เปียงยางระบุว่าพวกเขาได้สั่งการให้ทหารบริเวณชายแดนเตรียมยิงอาวุธ ซึ่งนั่นทำให้ฝ่ายกรุงโซลสวนกลับว่า พวกเขาก็พร้อมตอบโต้ และเตือนว่า หากความปลอดภัยของพลเรือนของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง นั่นจะเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของรัฐบาลเกาหลีเหนือ   เวลาล่วงเลยมาจนถึงเมื่อวันอังคาร เกาหลีเหนือตัดสินใจระเบิดบางส่วนของถนน 2 เส้นที่เชื่อมโยงพวกเขากับเกาหลีใต้ ตามที่ขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้ และวันต่อมา พวกเขาก็อ้างว่ามีคนหนุ่มสาวกว่า 1.4 ล้านคน แห่สมัครหรือกลับเข้าสู่กองทัพ   เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นชี้ว่า ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีทั้งสองกำลังอยู่ในจุดสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศเมื่อเดือนมกราคมว่า เกาหลีใต้คือศัตรูหมายเลข 1 ของรัฐบาลของเขา     โดรน, ใบปลิว และระเบิด   เมื่อวันที่ 11 ต.ค. กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า ส่งโดรนหลายลงมายังกรุงเปียงยางในตอนกลางคืน…

บัญชีกลางยัน! ข้อมูลแก๊ง Call Center ไม่ตรงกับฐานข้อมูลกรม

กรมบัญชีกลางยัน! ข้อมูลแก๊ง Call Center ไม่ตรงกับฐานข้อมูลกรมบัญชีกลาง ย้ำ! ไม่มีนโยบายติดต่อหาข้าราชการ ผู้รับบำนาญ หรือทายาท ผ่านทางโทรศัพท์ หรือไลน์

แคนาดา-อินเดีย ขับนักการทูต ปมขัดแย้งเหตุสังหารผู้นำซิกข์

แคนาดาและอินเดียขับนักการทูตของอีกฝ่าย หลังความสัมพันธ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น สืบเนื่องจากเหตุลอบสังหารผู้นำแบ่งแยกดินแดนชาวซิกข์ในแผ่นดินแคนาดาเมื่อปีที่แล้ว ที่แคนาดากล่าวหาว่า รัฐบาลอินเดียมีส่วนเกี่ยวข้อง

แก๊งหลอกลวงออนไลน์ ภัยคุกคามระดับภูมิภาค

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นภูมิภาค ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลอกลวงขนาดใหญ่ อาชญากรรมดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับร้ายแรง ทั้งสำหรับประเทศที่แก๊งอาชญากรรมเข้าไปตั้งฐานที่มั่น และประเทศซึ่งกลุ่มคนร้ายเลือกเป็นเป้าหมาย

การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงจากการฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์ และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน

  การบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์ต้องเน้นการตรวจสอบความปลอดภัยของผู้ให้บริการบุคคลที่สามอย่างเคร่งครัด ควรประเมินการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบไบโอเมตริกซ์ตามมาตรฐาน ISO 27001, NIST และการรับรอง SOC 2 Type 2 การใช้เครื่องมือตรวจสอบช่วยในการติดตามกิจกรรมของผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่องและตั้งค่าการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูล   จากการคาดการณ์ของ Deloitte Center for Financial Services ภายในปี 2570 การฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์สังเคราะห์จะก่อให้เกิดความสูญเสียมากกว่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทคโนโลยีอย่าง Deepfake ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างข้อมูลไบโอเมตริกซ์สังเคราะห์ที่มีความสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยจากเว็บมืดหรือสร้างขึ้นใหม่ การพัฒนาของ Generative AI ยังเพิ่มความเสี่ยงจาก Deepfake ให้รุนแรงขึ้น รายงานของ World Economic Forum (WEF) ในปี 2566 ระบุว่าเหตุการณ์ Deepfake ที่เกี่ยวข้องกับฟินเทคเพิ่มขึ้น 700% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าในปี 2569 เนื้อหาออนไลน์มากถึง 90% อาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสังเคราะห์   ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย การจัดการกับการฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์กลายเป็นประเด็นเร่งด่วน…

เม็กซิโกเจออาชญากรรมทางไซเบอร์อ่วม เหตุสัมพันธ์ใกล้ชิดสหรัฐฯ

ฟอร์ทิเนท (Fortinet) บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เปิดเผยผลวิจัยระบุว่า เม็กซิโกเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของที่มีการรายงานทั้งหมดในลาตินอเมริกาในช่วงครึ่งแรกของปี 2567