Facebook ยอมรับ เปิดให้ Netflix, Spotify อ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้

Mark Zuckerberg ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Facebook เคยยืนยันว่าผู้ใช้ 2.2 พันล้านคนมีสิทธิ์ควบคุมทุกอย่างที่แบ่งปันบน Facebook โดยไม่พูดถึงประเด็นว่าหลายคนไม่ทราบว่าขอบเขตการควบคุมนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง เฟซบุ๊ก (Facebook) ยอมรับต่อสาธารณชนว่า อนุญาตให้บริษัทอื่นสามารถอ่านข้อความส่วนตัวของผู้ใช้จริง การยอมรับนี้เกิดขึ้นหลังจากการตรวจสอบของสื่อใหญ่ New York Times ด้าน Facebook อ้างทุกอย่างได้รับความยินยอมจากผู้ใช้แล้วตั้งแต่คลิก “ลงชื่อใช้งานด้วยบัญชีเฟซบุ๊ก” หรือ sign in wilth Facebook account  การยอมรับของ Facebook เกิดขึ้นหลังจากสื่อใหญ่อย่าง NYT เปิดโปงว่า Facebook ได้มอบสิทธิให้บริษัทใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ (Netflix), สปอติฟาย (Spotify) และธนาคารรอยัลแบงก์ (Royal Bank of Canada) ให้สามารถอ่าน เขียน และลบข้อความส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook ได้ ซึ่งแปลว่า การรับส่งข้อความส่วนตัวบน Facebook นั้น จะไม่มีความเป็นส่วนตัวอีกต่อไป นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า Facebook…

นิวยอร์กไทมส์เผย อียูโดนแฮกเกอร์ล้วง “โทรเลขการทูต” หลายพันฉบับ

เอเอฟพี – กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจนกับจีนเข้าถึงโทรเลขทางการทูตอันอ่อนไหวของอียูหลายพันฉบับ นิวยอร์กไทมส์ รายงานในวันนี้ (19 ธ.ค.61) ในการรั่วไหลของข้อมูลครั้งล่าสุดที่สร้างความอับอายให้กับองค์การระหว่างประเทศขนาดใหญ่แห่งนี้ โทรเลขจากภารกิจทางการทูตของอียูทั่วโลกเปิดเผยความวิตดกังวลเกี่ยวกับวิธีรับมือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับจีน รัสเซีย และอิหร่าน การรั่วไหลครั้งนี้ที่ถูกตรวจพบโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Area 1 ทำให้นึกถึงการเผยแพร่โทรเลขจำนวนมหาศาลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยฝีมือวิกิลีกส์เมื่อปี 2010 ถึงแม้ว่าในกรณีของอียู จำนวนจะน้อยกว่ามากและประกอบด้วยการติดต่อสื่อสารที่มีความลับน้อยกว่า นิวยอร์กไทมส์ รายงาน ในโทรเลขฉบับหนึ่ง ภารกิจทางการทูตของอียูในมอสโกอธิบายการประชุมซัมมิทในเฮลซินกิระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าเป็น “ความสำเร็จ (อย่างน้อยสำหรับปูติน” โทรเลขอีกฉบับหนึ่งบรรยายถึงการพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งในนั้นสีตำหนิกลยุทธ์ทางการค้าของทรัมป์ โดยระบุว่า สหรัฐฯกำลังทำตัวราวกับว่ากำลังสู้อยู่ใน “การแข่งขันชกมวยเถื่อน” และประกาศว่าจะไม่ยอมถูกกลั่นแกล้ง นอกจากนั้นยังมีรายงานแบบกว้างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนซึ่งมีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโปรรัสเซีย รวมถึงคำเตือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ว่า มอสโกอาจนำหัวรบนิวเคลียร์เข้ามาในไครเมียแล้ว นิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า ตามข้อมูลของ Area 1 เทคนิคที่แฮกเกอร์กลุ่มนี้ใช้ตลอดช่วงเวลา 3 ปีคล้ายกับเทคนิคที่หน่วยงานทางทหารหัวกะทิของจีนเคยใช้ กลุ่มแฮกเกอร์เข้าถึงเครือข่ายการติดต่อสื่อสารทางการทูตหลังจากปฏิบัติการ “ล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต”…

NASA เกิดเหตุ Data Breach ข้อมูลพนักงานกว่า 17,300 คนอาจรั่วสู่ภายนอก

Credit: Nasa.gov NASA ออกแถลงการณ์ยืนยันเกิดเหตุ Data Breach ซึ่งส่งผลกระทบต่อข้อมูลของพนักงานทั้งในอดีตและปัจจุบันรวมแล้วอาจมากถึง 17,300 ราย หลังจากพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์ไม่น้อยกว่า 1 เครื่องของเอเจนซี่ถูกแฮ็ก NASA ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังพนักงานภายในองค์กรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า พบแฮ็กเกอร์นิรนามประสบความสำเร็จในการแฮ็กหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลที่ระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable Information: PII) ส่งผลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของอดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของ NASA Civil Service ที่เริ่มทำงาน ออกจากงาน หรือเปลี่ยนฝ่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2006 จนถึงเดือนตุลาคม 2018 รวมแล้วประมาณ 17,300 คน ได้ เอเจนซี่ระบุว่า NASA ตรวจเจอเหตุการณ์ Data Breach นี้เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ทำการวางมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันเครื่องเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นเพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อย รวมไปถึงแจ้งให้ทางเอเจนซี่ผสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของรัฐบาลกลางเพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดบ้างที่หลุดออกไป และบุคคลใดที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม NASA ยืนยันว่า เหตุการณ์ Data Breack นี้ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อภารกิจทางอวกาศที่กำลังดำเนินอยู่แต่อย่างใด เอเจนซี่ยังระบุอีกว่า พนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการแจ้งเตือน…

การจับกุมผู้บริหาร หัวเหว่ย (Huawei) สงครามเย็นด้านไฮเทค ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

เมิ่ง เวินโจว (Meng Wanzhou) ที่มาภาพ :https://www.businessinsider.com/china-attacks-us-over-arrest-of-huawei-cfo-meng-wanzhou-2018-12 การจับกุม เมิ่ง เวินโจว (Meng Wanzhou) ผู้บริหาร ฝ่ายการเงิน บริษัทหัวเหว่ย เทคโนโลยีของจีน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 ที่แคนาดา ในข้อหาการละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับการประชุมที่อาร์เจนติน่าของกลุ่ม จี-20 ที่ สี จิ้นผิง และ โดนัลด์ ทรัมป์ เจรจาสงบศึกสงครามการค้าชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน กรณีหัวเหว่ยจะมีผลทำให้ การเจรจาการค้าของสองประเทศ คงจะไม่ราบรื่น เพราะความขัดแย้งของสองประเทศ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องภาษีนำเข้าอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการแข่งขันด้านไฮเทค กรณีหัวเหว่ย ทำให้ฝ่ายจีนนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ที่สหรัฐฯคว่ำบาตรบริษัทอุปกรณ์โทรคมนาคม ZTE ของจีน โดยสหรัฐฯห้ามไม่ให้ ZTE ทำธุรกิจกับซับพลายเออร์ของสหรัฐฯ ห้ามไม่ให้ใช้ตัวชิป และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆของสหรัฐฯ ทำให้ ZTE เกือบล้มละลาย ปัญหา ZTE มาแก้ไขได้ในเดือนมิถุนายน จากการหารือระหว่างสี จิ้นผิงกับโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีหัวใจของ Made…

ส่องคุกลับ ฆ่า – ทรมาน ของบุรุนดี

    อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของประเทศบุรุนดี ในแอฟริกาตะวันออก เปิดเผยกับรายการ BBC Africa Eye ว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศได้เปิดสถานที่กักตัวและซ้อมทรมานเพื่อปิดปากกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง เมื่อปี 2015 ได้เกิดเหตุไม่สงบไปทั่วบุรุนดี หลังจากประธานาธิบดีปิแอร์ เอ็นคุรุนซีซา ลงเลือกตั้งชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศที่จำกัดการดำรงตำแหน่งนี้ไว้เพียง 2 สมัยเท่านั้น แม้ปัจจุบันการประท้วงรุนแรงตามท้องถนนในบุรุนดีจะยุติไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบของบีบีซีกลับพบหลักฐานว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองของบุรุนดีมีสถานที่ลับที่ใช้เป็นที่คุมขังและซ้อมทรมานบรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประธานาธิบดีเอ็นคุรุนซีซา ทีมงานบีบีซีได้ใช้เทคโนโลยีจำลองภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมในการตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าจะถูกใช้เป็นคุกลับ และเคยปรากฏอยู่ในวิดีโอที่โพสต์ทางโซเชียลมีเดียเมื่อปี 2016 ซึ่งในวิดีโอดังกล่าวเผยให้เห็นน้ำสีแดงที่ดูเหมือนเลือดไหลออกมาตามท่อน้ำทิ้งของบ้านหลังดังกล่าว บีบีซีได้สอบถามรัฐบาลบุรุนดีถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปราบปรามกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลอย่างลับ ๆ แต่รัฐบาลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและปฏิเสธจะแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวชิ้นนี้ของบีบีซี ————————————————————- ที่มา : BBC Thai / December 8, 2018 Link : https://www.bbc.com/thai/features-46482401

ระทึก!! สั่งอพยพ CNN ทั้งสำนักงานใหญ่กลางนิวยอร์กด่วน หลังโดนขู่วางระเบิด

เอเจนซีส์ – เกิดเหตุไม่คาดฝันเจ้าหน้าที่และนักข่าวภายในสำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ CNN นิวยอร์กต้องถูกสั่งอพยพช่วงกลางดึกวันพฤหัสบดี (6 ธ.ค) หลังได้รับแจ้งโทรศัพท์ขู่วางระเบิด อ้างมีระเบิดถูกติดตั้งอยู่ด้านในถึง 5 เครื่อง เกิดขึ้นไม่นานก่อนเวลา 22.00 น. ล่าสุดตำรวจ NYPD นิวยอร์กยืนยันทุกอย่างปลอดภัย ทุกคนกลับเข้าตัวอาคารได้แล้ว  CNN สื่อสหรัฐฯรายงานวันนี้ (7 ธ.ค) ว่า สถานการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วโดยตำรวจ NYPD นิวยอร์กเป็นผู้ยืนยัน พบทางสถานีโทรทัศน์ CNN ได้ออกอากาศแห้งจากเทปเป็นเวลาร่วม 30 นาทีก่อนที่จะตัดกลับเข้ามาสู่รายการสดอีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดี (6)  ด้านผู้จัดชื่อดัง ดอน เลมอน (Don Lemon) เจ้าของรายการ CNN Tonight ซึ่งกำลังอยู่ช่วงพักเบรกโฆษณาได้ถูกตัดการออกอากาศอย่างกระทันหัน “พวกเราได้รับการบอกให้อพยพออกนอกอาคาร และให้ทำในทันทีเท่าที่จะทำได้ พวกเราคว้าสิ่งของที่จะเท่าที่มีและรีบวิ่งออกนอกอาคารไป และในเวลานี้พวกเรากำลังยืนอยู่นอกตัวตึก” เลมอนกล่าวให้สัมภาษณ์ และเสริมต่อว่า “พนักงานทุกคนและทุกคนที่อยู่ในตึกในขณะที่พวกเรากำลังออกอากาศสดต้องรีบวิ่งออกนอกตึกไทม์ พอร์เนอร์ เซนเตอร์ ในตอนนี้”  ทั้งนี้พบว่าทาง CNN ได้รับแจ้งว่ามีระเบิดภายในสำนักงานใหญ่ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี ก่อนเวลา 22.00…